หลายคนเข้ามาปรึกษาหมอด้วยคำถามเดียวกันว่า “ผมไม่มีอาการอะไรเลย จำเป็นต้องตรวจไหม” คำตอบคือ จำเป็นครับ เพราะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายโรคเงียบมาก ไม่เจ็บ ไม่คัน ไม่มีหนอง แต่ยังส่งต่อให้คนที่เรารักได้ และบางโรคถ้าปล่อยไว้นานจะทำร้ายร่างกายโดยที่เราไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาไปรู้จักภาพรวมแบบเข้าใจง่าย ว่ามีโรคอะไรบ้าง ตรวจอย่างไร และป้องกันได้แค่ไหน
STIs คืออะไร ต่างจาก STD อย่างไร
STIs ย่อมาจาก Sexually Transmitted Infections หรือ “การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์” ปัจจุบันวงการแพทย์นิยมใช้คำนี้มากกว่า STD (Sexually Transmitted Diseases) เพราะเน้นว่า ติดเชื้อแล้วไม่จำเป็นต้องมีอาการหรือเป็นโรคเสมอไป แต่ยังแพร่เชื้อได้
เชื้อเหล่านี้ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ทั้งทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางปาก บางเชื้อติดผ่านการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศโดยตรง เช่น เริมและ HPV ซึ่งถุงยางลดความเสี่ยงได้แต่ไม่ได้กันได้ทั้งหมด
โรคที่พบบ่อย แยกตามชนิดเชื้อ
| โรค | เชื้อ | รักษาได้แค่ไหน |
|---|---|---|
| หนองในแท้ | Neisseria gonorrhoeae (แบคทีเรีย) | รักษาหายด้วยยาปฏิชีวนะ แต่มีปัญหาเชื้อดื้อยา |
| หนองในเทียม | Chlamydia trachomatis, Mycoplasma genitalium | รักษาหายด้วยยาปฏิชีวนะ |
| ซิฟิลิส | Treponema pallidum (แบคทีเรีย) | รักษาหาย โดยเฉพาะถ้าเจอเร็ว |
| พยาธิในช่องคลอด | Trichomonas vaginalis (โปรโตซัว) | รักษาหายด้วยยากิน |
| เริม | Herpes simplex virus (HSV-1, HSV-2) | ไวรัสอยู่ในร่างกาย แต่ควบคุมอาการได้ดี |
| หูดหงอนไก่และมะเร็งบางชนิด | Human papillomavirus (HPV) | ป้องกันได้ด้วยวัคซีน หูดรักษาได้ |
| ไวรัสตับอักเสบบีและซี | HBV, HCV | บีป้องกันด้วยวัคซีน ซีรักษาหายได้ด้วยยาต้านไวรัส |
| HIV | Human immunodeficiency virus | ยาต้านไวรัสควบคุมได้จนไม่ส่งต่อเชื้อ |
อ่านรายละเอียดแต่ละโรคได้ที่ ซิฟิลิส หนองใน เริม และ ความรู้พื้นฐานเรื่อง HIV
สิ่งที่น่ารู้คือ ในประเทศไทยช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซิฟิลิสมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งในวัยรุ่น วัยทำงาน และหญิงตั้งครรภ์ ข้อมูลเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรคปี 2568 รายงานผู้ป่วยมากกว่าปีก่อนและสูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปี นี่คือเหตุผลที่หมออยากให้การตรวจเลือดเป็นเรื่องปกติของคนที่มีเพศสัมพันธ์
รักษาหายด้วยยา
แบคทีเรียและโปรโตซัว
- หนองในแท้ (ระวังเชื้อดื้อยา)
- หนองในเทียม
- ซิฟิลิส
- พยาธิในช่องคลอด
ไวรัสที่ควบคุมได้
- เริม: ควบคุมอาการได้ดี
- HIV: ยาต้านคุมจนไม่ส่งต่อเชื้อ
ป้องกันได้ด้วยวัคซีน
- HPV
- ไวรัสตับอักเสบบี
รักษาหายด้วยยาต้านไวรัส
- ไวรัสตับอักเสบซี
- ยากินรักษาหายได้
หลายโรคไม่มีอาการ การไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าไม่ติดเชื้อ
อาการที่ควรสังเกต (แต่อย่ารอให้มีอาการ)
- ปัสสาวะแสบขัด มีหนองหรือมูกไหลจากท่อปัสสาวะหรือช่องคลอด
- ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่น หรือเลือดออกผิดปกติหลังมีเพศสัมพันธ์
- แผลที่อวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนัก ทั้งแบบเจ็บและไม่เจ็บ
- ตุ่มน้ำใส ๆ เป็นกลุ่ม ปวดแสบร้อน
- ผื่นตามลำตัว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือต่อมน้ำเหลืองโต
- เจ็บคอเรื้อรังหลังออรัลเซ็กซ์ ปวดหรือมีมูกเลือดจากทวารหนัก
แต่ขอย้ำว่า การไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าไม่ติดเชื้อ หนองในเทียมในผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่มีอาการ หนองในที่คอและทวารหนักก็มักเงียบ และซิฟิลิสระยะแฝงไม่มีอาการเลยเป็นปี ๆ
ทำไมไม่ควรปล่อยไว้
ถ้าไม่ได้รักษา เชื้อบางชนิดลุกลามขึ้นไปทำให้อุ้งเชิงกรานอักเสบ ท่อนำไข่ตีบ มีบุตรยาก หรือท้องนอกมดลูก ในผู้ชายอาจทำให้อัณฑะและท่อนำอสุจิอักเสบ ซิฟิลิสระยะท้ายทำลายสมอง ตา และหลอดเลือด ส่วน HPV บางสายพันธุ์นำไปสู่มะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งช่องปากลำคอ
อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ การมีแผลหรือการอักเสบจาก STI ทำให้ติดและแพร่ HIV ได้ง่ายขึ้น และในหญิงตั้งครรภ์ ซิฟิลิสส่งผ่านไปยังทารกได้ จึงต้องตรวจตั้งแต่ฝากครรภ์
ใครควรตรวจ และตรวจบ่อยแค่ไหน
- ทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์ ควรตรวจ HIV ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบบีอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
- คนที่มีคู่ใหม่ หรือมีคู่หลายคน ควรตรวจก่อนเริ่มความสัมพันธ์ใหม่ และตรวจซ้ำเป็นระยะ
- ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย หญิงข้ามเพศ ผู้ใช้ PrEP และพนักงานบริการ แนะนำตรวจทุก 3–6 เดือน รวมถึงตรวจหนองในและหนองในเทียมจากคอและทวารหนักตามรูปแบบเพศสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่ปัสสาวะ
- ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามช่วงอายุ
- คู่รักที่วางแผนแต่งงานหรือมีบุตร อ่านเพิ่มได้ที่ ตรวจเลือดก่อนแต่งงานและตรวจ STI สำหรับคู่รัก
การตรวจแบบ PCR จากปัสสาวะหรือไม้ป้ายช่วยหาหลายเชื้อได้ในครั้งเดียว ดูรายละเอียดที่ ตรวจ STI แบบ PCR 14 เชื้อ แต่บางโรค เช่น ซิฟิลิสและ HIV ยังต้องใช้การตรวจเลือด
ทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์
- HIV ซิฟิลิส ตับอักเสบบี อย่างน้อย 1 ครั้ง
- ผู้หญิง: คัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามอายุ
มีคู่ใหม่ หรือหลายคน
- ตรวจก่อนเริ่มความสัมพันธ์ใหม่
- ตรวจซ้ำเป็นระยะ
กลุ่มเสี่ยงสูง
MSM หญิงข้ามเพศ ผู้ใช้ PrEP พนักงานบริการ
- ตรวจทุก 3–6 เดือน
- ป้ายคอและทวารหนักตามรูปแบบเพศสัมพันธ์
- ไม่ใช่แค่ตรวจปัสสาวะ
ป้องกันแบบหลายชั้น (Combination Prevention)
ไม่มีวิธีไหนกันได้ทุกโรค แต่ถ้าใช้หลายวิธีร่วมกันจะลดความเสี่ยงได้มาก
- ถุงยางอนามัยและสารหล่อลื่นสูตรน้ำหรือซิลิโคน ใช้ถูกวิธีตั้งแต่ต้นจนจบ อ่านเพิ่มที่ เจลหล่อลื่นสำคัญกว่าที่คิด
- วัคซีน HPV และไวรัสตับอักเสบบี ดูที่ วัคซีน HPV ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
- PrEP ยาป้องกัน HIV ก่อนเสี่ยง และ PEP หลังเสี่ยงภายใน 72 ชั่วโมง ดูความต่างที่ PrEP กับ PEP ต่างกันอย่างไร
- Doxy-PEP สำหรับบางกลุ่มที่ติดซิฟิลิสหรือหนองในเทียมซ้ำ ๆ อ่านที่ Doxy-PEP
- ตรวจสม่ำเสมอ และรักษาคู่ไปพร้อมกัน เพื่อไม่ให้ติดกลับไปกลับมา
เมื่อไรควรพบแพทย์ และคลินิกช่วยอะไรได้
ควรพบแพทย์โดยเร็วถ้ามีแผล หนอง ผื่น หรือปวดท้องน้อยร่วมกับไข้ หรือถ้าเพิ่งมีความเสี่ยงต่อ HIV ภายใน 72 ชั่วโมง ซึ่งต้องรีบประเมินเรื่อง PEP
ที่ Dr. Kris Clinic หมอให้บริการประเมินความเสี่ยงแบบเป็นส่วนตัว ตรวจเลือดและตรวจ PCR หลายเชื้อ แปลผลและวางแผนรักษา รวมถึงดูแล PrEP/PEP ทั้งที่คลินิกในสุราษฎร์ธานีและแบบออนไลน์ทั่วประเทศ ไม่ต้องอาย และไม่มีการตัดสินใด ๆ ครับ


1
2
3











