Dr. Kris ClinicDr. Kris ClinicKnowledge
STI · HIV · PrEP

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) ที่พบบ่อย อาการ การตรวจ และการป้องกัน

หลายโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่มีอาการเลย แต่ยังแพร่เชื้อได้ การรู้จักโรคที่พบบ่อยและตรวจตามความเสี่ยงคือการดูแลตัวเองที่เหมาะที่สุด

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) ที่พบบ่อย อาการ การตรวจ และการป้องกัน

สรุปสั้น ๆ

  • STIs หลายโรคไม่มีอาการ แต่แพร่เชื้อได้ การตรวจตามความเสี่ยงสำคัญกว่าการรอให้มีอาการ
  • โรคจากแบคทีเรียอย่างหนองใน หนองในเทียม และซิฟิลิส รักษาหายได้ ส่วนเริม HPV และ HIV ควบคุมได้ดีมากในปัจจุบัน
  • การป้องกันที่ได้ผลคือใช้หลายวิธีร่วมกัน: ถุงยาง วัคซีน HPV/ตับอักเสบบี PrEP และการตรวจสม่ำเสมอ

หลายคนเข้ามาปรึกษาหมอด้วยคำถามเดียวกันว่า “ผมไม่มีอาการอะไรเลย จำเป็นต้องตรวจไหม” คำตอบคือ จำเป็นครับ เพราะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายโรคเงียบมาก ไม่เจ็บ ไม่คัน ไม่มีหนอง แต่ยังส่งต่อให้คนที่เรารักได้ และบางโรคถ้าปล่อยไว้นานจะทำร้ายร่างกายโดยที่เราไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาไปรู้จักภาพรวมแบบเข้าใจง่าย ว่ามีโรคอะไรบ้าง ตรวจอย่างไร และป้องกันได้แค่ไหน

STIs คืออะไร ต่างจาก STD อย่างไร

STIs ย่อมาจาก Sexually Transmitted Infections หรือ “การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์” ปัจจุบันวงการแพทย์นิยมใช้คำนี้มากกว่า STD (Sexually Transmitted Diseases) เพราะเน้นว่า ติดเชื้อแล้วไม่จำเป็นต้องมีอาการหรือเป็นโรคเสมอไป แต่ยังแพร่เชื้อได้

เชื้อเหล่านี้ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ทั้งทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางปาก บางเชื้อติดผ่านการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศโดยตรง เช่น เริมและ HPV ซึ่งถุงยางลดความเสี่ยงได้แต่ไม่ได้กันได้ทั้งหมด

โรคที่พบบ่อย แยกตามชนิดเชื้อ

โรคเชื้อรักษาได้แค่ไหน
หนองในแท้Neisseria gonorrhoeae (แบคทีเรีย)รักษาหายด้วยยาปฏิชีวนะ แต่มีปัญหาเชื้อดื้อยา
หนองในเทียมChlamydia trachomatis, Mycoplasma genitaliumรักษาหายด้วยยาปฏิชีวนะ
ซิฟิลิสTreponema pallidum (แบคทีเรีย)รักษาหาย โดยเฉพาะถ้าเจอเร็ว
พยาธิในช่องคลอดTrichomonas vaginalis (โปรโตซัว)รักษาหายด้วยยากิน
เริมHerpes simplex virus (HSV-1, HSV-2)ไวรัสอยู่ในร่างกาย แต่ควบคุมอาการได้ดี
หูดหงอนไก่และมะเร็งบางชนิดHuman papillomavirus (HPV)ป้องกันได้ด้วยวัคซีน หูดรักษาได้
ไวรัสตับอักเสบบีและซีHBV, HCVบีป้องกันด้วยวัคซีน ซีรักษาหายได้ด้วยยาต้านไวรัส
HIVHuman immunodeficiency virusยาต้านไวรัสควบคุมได้จนไม่ส่งต่อเชื้อ

อ่านรายละเอียดแต่ละโรคได้ที่ ซิฟิลิส หนองใน เริม และ ความรู้พื้นฐานเรื่อง HIV

สิ่งที่น่ารู้คือ ในประเทศไทยช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซิฟิลิสมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งในวัยรุ่น วัยทำงาน และหญิงตั้งครรภ์ ข้อมูลเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรคปี 2568 รายงานผู้ป่วยมากกว่าปีก่อนและสูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปี นี่คือเหตุผลที่หมออยากให้การตรวจเลือดเป็นเรื่องปกติของคนที่มีเพศสัมพันธ์

แผนภาพSTI ที่พบบ่อย จัดกลุ่มตามการรักษา
STIs

รักษาหายด้วยยา

แบคทีเรียและโปรโตซัว

  • หนองในแท้ (ระวังเชื้อดื้อยา)
  • หนองในเทียม
  • ซิฟิลิส
  • พยาธิในช่องคลอด

ไวรัสที่ควบคุมได้

  • เริม: ควบคุมอาการได้ดี
  • HIV: ยาต้านคุมจนไม่ส่งต่อเชื้อ

ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

  • HPV
  • ไวรัสตับอักเสบบี

รักษาหายด้วยยาต้านไวรัส

  • ไวรัสตับอักเสบซี
  • ยากินรักษาหายได้

หลายโรคไม่มีอาการ การไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าไม่ติดเชื้อ

อาการที่ควรสังเกต (แต่อย่ารอให้มีอาการ)

  • ปัสสาวะแสบขัด มีหนองหรือมูกไหลจากท่อปัสสาวะหรือช่องคลอด
  • ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่น หรือเลือดออกผิดปกติหลังมีเพศสัมพันธ์
  • แผลที่อวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนัก ทั้งแบบเจ็บและไม่เจ็บ
  • ตุ่มน้ำใส ๆ เป็นกลุ่ม ปวดแสบร้อน
  • ผื่นตามลำตัว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือต่อมน้ำเหลืองโต
  • เจ็บคอเรื้อรังหลังออรัลเซ็กซ์ ปวดหรือมีมูกเลือดจากทวารหนัก

แต่ขอย้ำว่า การไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าไม่ติดเชื้อ หนองในเทียมในผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่มีอาการ หนองในที่คอและทวารหนักก็มักเงียบ และซิฟิลิสระยะแฝงไม่มีอาการเลยเป็นปี ๆ

ทำไมไม่ควรปล่อยไว้

ถ้าไม่ได้รักษา เชื้อบางชนิดลุกลามขึ้นไปทำให้อุ้งเชิงกรานอักเสบ ท่อนำไข่ตีบ มีบุตรยาก หรือท้องนอกมดลูก ในผู้ชายอาจทำให้อัณฑะและท่อนำอสุจิอักเสบ ซิฟิลิสระยะท้ายทำลายสมอง ตา และหลอดเลือด ส่วน HPV บางสายพันธุ์นำไปสู่มะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งช่องปากลำคอ

อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ การมีแผลหรือการอักเสบจาก STI ทำให้ติดและแพร่ HIV ได้ง่ายขึ้น และในหญิงตั้งครรภ์ ซิฟิลิสส่งผ่านไปยังทารกได้ จึงต้องตรวจตั้งแต่ฝากครรภ์

ใครควรตรวจ และตรวจบ่อยแค่ไหน

  • ทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์ ควรตรวจ HIV ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบบีอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
  • คนที่มีคู่ใหม่ หรือมีคู่หลายคน ควรตรวจก่อนเริ่มความสัมพันธ์ใหม่ และตรวจซ้ำเป็นระยะ
  • ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย หญิงข้ามเพศ ผู้ใช้ PrEP และพนักงานบริการ แนะนำตรวจทุก 3–6 เดือน รวมถึงตรวจหนองในและหนองในเทียมจากคอและทวารหนักตามรูปแบบเพศสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่ปัสสาวะ
  • ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามช่วงอายุ
  • คู่รักที่วางแผนแต่งงานหรือมีบุตร อ่านเพิ่มได้ที่ ตรวจเลือดก่อนแต่งงานและตรวจ STI สำหรับคู่รัก

การตรวจแบบ PCR จากปัสสาวะหรือไม้ป้ายช่วยหาหลายเชื้อได้ในครั้งเดียว ดูรายละเอียดที่ ตรวจ STI แบบ PCR 14 เชื้อ แต่บางโรค เช่น ซิฟิลิสและ HIV ยังต้องใช้การตรวจเลือด

แผนภาพใครควรตรวจ STI และบ่อยแค่ไหน

ทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์

  • HIV ซิฟิลิส ตับอักเสบบี อย่างน้อย 1 ครั้ง
  • ผู้หญิง: คัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามอายุ

มีคู่ใหม่ หรือหลายคน

  • ตรวจก่อนเริ่มความสัมพันธ์ใหม่
  • ตรวจซ้ำเป็นระยะ

กลุ่มเสี่ยงสูง

MSM หญิงข้ามเพศ ผู้ใช้ PrEP พนักงานบริการ

  • ตรวจทุก 3–6 เดือน
  • ป้ายคอและทวารหนักตามรูปแบบเพศสัมพันธ์
  • ไม่ใช่แค่ตรวจปัสสาวะ

ป้องกันแบบหลายชั้น (Combination Prevention)

ไม่มีวิธีไหนกันได้ทุกโรค แต่ถ้าใช้หลายวิธีร่วมกันจะลดความเสี่ยงได้มาก

  1. ถุงยางอนามัยและสารหล่อลื่นสูตรน้ำหรือซิลิโคน ใช้ถูกวิธีตั้งแต่ต้นจนจบ อ่านเพิ่มที่ เจลหล่อลื่นสำคัญกว่าที่คิด
  2. วัคซีน HPV และไวรัสตับอักเสบบี ดูที่ วัคซีน HPV ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
  3. PrEP ยาป้องกัน HIV ก่อนเสี่ยง และ PEP หลังเสี่ยงภายใน 72 ชั่วโมง ดูความต่างที่ PrEP กับ PEP ต่างกันอย่างไร
  4. Doxy-PEP สำหรับบางกลุ่มที่ติดซิฟิลิสหรือหนองในเทียมซ้ำ ๆ อ่านที่ Doxy-PEP
  5. ตรวจสม่ำเสมอ และรักษาคู่ไปพร้อมกัน เพื่อไม่ให้ติดกลับไปกลับมา

เมื่อไรควรพบแพทย์ และคลินิกช่วยอะไรได้

ควรพบแพทย์โดยเร็วถ้ามีแผล หนอง ผื่น หรือปวดท้องน้อยร่วมกับไข้ หรือถ้าเพิ่งมีความเสี่ยงต่อ HIV ภายใน 72 ชั่วโมง ซึ่งต้องรีบประเมินเรื่อง PEP

ที่ Dr. Kris Clinic หมอให้บริการประเมินความเสี่ยงแบบเป็นส่วนตัว ตรวจเลือดและตรวจ PCR หลายเชื้อ แปลผลและวางแผนรักษา รวมถึงดูแล PrEP/PEP ทั้งที่คลินิกในสุราษฎร์ธานีและแบบออนไลน์ทั่วประเทศ ไม่ต้องอาย และไม่มีการตัดสินใด ๆ ครับ

ทางเลือกการรักษาและราคา

ยาและบริการที่แพทย์อาจพิจารณา

ราคาต่อแพ็ก ยาทุกรายการจ่ายหลังแพทย์ประเมินแล้วเท่านั้น แพทย์จะแนะนำว่าตัวไหนเหมาะกับคุณ ดูยาและบริการทั้งหมด

ขั้นต่อไป

อยากให้หมอช่วยดูเรื่องนี้ ทำได้ใน 3 ขั้น

อ่านบทความเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เมื่อพร้อม ลองประเมินตัวเองก่อน ดูว่าการปรึกษาเป็นอย่างไร แล้วค่อยนัดเวลาที่สะดวก

แบบประเมินเป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยและไม่แทนการประเมินโดยแพทย์ ผลลัพธ์ของการดูแลแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ความซับซ้อนของปัญหา และปัจจัยอื่น ๆ

Consult Dr. Kris

ตรวจ STI แบบเป็นความลับ

เลือกรายการตรวจให้ตรงกับความเสี่ยงและช่วงเวลา หมอช่วยอ่านผลและวางแผนต่อให้

นัดหมายออนไลน์แชท LINE @dr.krisclinicดูรายการยาและบริการ

ยาและบริการทุกรายการต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อน

คำถามที่พบบ่อย

ไม่มีอาการเลย จำเป็นต้องตรวจ STI ไหม

จำเป็นถ้ามีความเสี่ยง เพราะหนองในเทียม หนองในที่คอหรือทวารหนัก และซิฟิลิสระยะแฝงมักไม่มีอาการ แต่ยังแพร่เชื้อและทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้

ใส่ถุงยางทุกครั้ง ยังติดอะไรได้อีกไหม

ถุงยางป้องกัน HIV หนองใน และหนองในเทียมได้ดีมาก แต่เริม HPV และซิฟิลิสติดผ่านผิวหนังบริเวณที่ถุงยางไม่ครอบได้ จึงควรตรวจและฉีดวัคซีนร่วมด้วย

STI รักษาหายได้ไหม

โรคจากแบคทีเรียและโปรโตซัว เช่น หนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส และพยาธิในช่องคลอด รักษาหายได้ ส่วนเริม HPV และ HIV ยังไม่หายขาด แต่ควบคุมได้ดีมากด้วยยาและวัคซีน

ควรตรวจบ่อยแค่ไหน

ขึ้นกับความเสี่ยง คนที่มีคู่ใหม่หรือหลายคน รวมถึงผู้ใช้ PrEP แนะนำทุก 3–6 เดือน คนที่มีคู่เดียวที่ตรวจแล้วทั้งคู่อาจตรวจห่างกว่านั้น ควรคุยกับแพทย์เพื่อวางแผนเฉพาะตัว

English edition

Read this article in English

Common STIs: Symptoms, Testing and Prevention →

Full English version for international patients and visitors.

เอกสารอ้างอิง

  1. Workowski KA, et al. Sexually Transmitted Infections Treatment Guidelines, 2021. MMWR Recomm Rep 2021;70(4).
  2. World Health Organization. Updated recommendations for the treatment of Neisseria gonorrhoeae, Chlamydia trachomatis and Treponema pallidum (syphilis), and new recommendations on syphilis testing and partner services. 2024.
  3. กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. สถานการณ์โรคซิฟิลิสในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2568. รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์ (WESR) 2568.
  4. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2564.

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือกังวล ควรปรึกษาแพทย์

Dr. Kris Clinicคลินิกเวชศาสตร์ครอบครัวและสุขภาพเพศ สุราษฎร์ธานีดูแลโดย นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ · ว.48387

เวลาทำการ

  • จันทร์ปิดทำการ
  • อังคาร – ศุกร์17:00 – 20:00
  • เสาร์ – อาทิตย์10:00 – 15:00

ปรึกษาออนไลน์ได้ทั่วประเทศ

ติดต่อ