การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่จำเป็นต้องเจ็บตัวหรือเขินอายเสมอไป ทุกวันนี้หลายเชื้อตรวจได้จากปัสสาวะเพียงไม่กี่มิลลิลิตร ด้วยเทคนิค PCR ที่ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อโดยตรง หมอใช้การตรวจแบบนี้บ่อยมาก ทั้งที่คลินิกและแบบส่งตัวอย่างทางไปรษณีย์ แต่สิ่งที่หมออยากให้ทุกคนเข้าใจก่อนตรวจคือ “ผลที่ออกมาแปลว่าอะไร” เพราะรายการ 14 เชื้อไม่ได้มีน้ำหนักเท่ากันทุกตัวครับ
PCR หลายเชื้อ (Multiplex PCR) คืออะไร
PCR หรือการตรวจกรดนิวคลีอิก (Nucleic Acid Amplification Test, NAAT) คือการขยายสารพันธุกรรมของเชื้อให้มากพอจะตรวจพบ การตรวจแบบ multiplex ทำหลายเชื้อพร้อมกันในหลอดเดียว ข้อดีคือแม่นยำสูง ตรวจเจอแม้ไม่มีอาการ และไม่ต้องเพาะเชื้อ ปัจจุบันแนวทางของ CDC และ WHO ถือว่า NAAT เป็นวิธีมาตรฐานในการตรวจหนองในและหนองในเทียม
14 เชื้อในรายการ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1: เชื้อก่อโรคชัดเจน เจอแล้วต้องรักษา (และรักษาคู่)
- Neisseria gonorrhoeae หนองในแท้ อ่านต่อที่ หนองใน อาการ การตรวจ และการรักษา
- Chlamydia trachomatis หนองในเทียม พบบ่อยและมักไม่มีอาการ
- Mycoplasma genitalium สาเหตุหนึ่งของหนองในเทียมที่รักษายากขึ้นเพราะเชื้อดื้อยา
- Trichomonas vaginalis พยาธิในช่องคลอด ผู้ชายก็ติดได้
กลุ่มที่ 2: เจอแล้วต้องดูอาการประกอบ
- Herpes simplex virus 1 และ 2 เริม การตรวจที่แม่นที่สุดคือป้ายจากแผลหรือตุ่มน้ำโดยตรง การตรวจจากปัสสาวะเมื่อไม่มีแผลอาจไม่เจอแม้ติดเชื้ออยู่ ดูเพิ่มที่ เริม
- Treponema pallidum เชื้อซิฟิลิส PCR ใช้ได้ดีเมื่อป้ายจากแผล แต่ในปัสสาวะมักตรวจไม่พบ การคัดกรองซิฟิลิสต้องใช้การตรวจเลือดเสมอ อ่านที่ ซิฟิลิส อาการ ระยะ และการตรวจ
- Haemophilus ducreyi เชื้อแผลริมอ่อน พบน้อยมากในปัจจุบัน
กลุ่มที่ 3: เชื้อที่พบในคนปกติได้ (มักไม่ต้องรักษาถ้าไม่มีอาการ)
- Ureaplasma urealyticum, Ureaplasma parvum, Mycoplasma hominis พบได้ในระบบสืบพันธุ์ของคนจำนวนมากโดยไม่ก่อโรค แนวทางยุโรป (IUSTI) และ CDC ไม่แนะนำให้ตรวจหรือรักษาเมื่อไม่มีอาการ
- Gardnerella vaginalis เกี่ยวข้องกับภาวะแบคทีเรียในช่องคลอดเสียสมดุล (Bacterial Vaginosis) แต่การเจอเชื้อเพียงอย่างเดียวไม่ใช่การวินิจฉัย
- Candida albicans เชื้อราที่อยู่ในร่างกายปกติ จะรักษาเมื่อมีอาการคันหรือตกขาวผิดปกติ
- Streptococcus agalactiae (Group B Strep) พบได้ในลำไส้และช่องคลอด สำคัญเป็นพิเศษในหญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอด
เจอแล้วต้องรักษา
และรักษาคู่
- N. gonorrhoeae (หนองในแท้)
- C. trachomatis (หนองในเทียม)
- Mycoplasma genitalium
- Trichomonas vaginalis
ดูอาการประกอบ
- HSV-1, HSV-2 (แม่นสุดเมื่อป้ายแผล)
- T. pallidum (ซิฟิลิส ต้องตรวจเลือด)
- H. ducreyi (แผลริมอ่อน พบน้อย)
พบในคนปกติได้
มักไม่ต้องรักษาถ้าไม่มีอาการ
- Ureaplasma 2 ชนิด, M. hominis
- Gardnerella vaginalis
- Candida albicans
- Group B Strep (สำคัญในหญิงตั้งครรภ์)
IUSTI และ CDC ไม่แนะนำให้ตรวจหรือรักษากลุ่มที่ 3 เมื่อไม่มีอาการ ให้แพทย์แปลผลก่อนเสมอ
เก็บปัสสาวะอย่างไรให้ผลแม่นยำ
ตัวอย่างที่ใช้คือ ปัสสาวะส่วนแรก (First-catch urine) ไม่ใช่ปัสสาวะช่วงกลางแบบตรวจทั่วไป
- กลั้นปัสสาวะอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงก่อนเก็บ ช่วงเช้าหลังตื่นนอนสะดวกที่สุด แต่เก็บช่วงอื่นของวันก็ได้
- ไม่ต้องล้างหรือเช็ดอวัยวะเพศก่อนเก็บ
- เก็บเฉพาะปัสสาวะส่วนแรกประมาณ 10–20 มิลลิลิตร ลงในภาชนะปลอดเชื้อที่คลินิกให้ ไม่ต้องเต็มกระปุก
- ปิดฝาให้แน่น ติดฉลาก และส่งตามคำแนะนำของคลินิกโดยเร็ว
- ผู้หญิงอาจใช้ไม้ป้ายช่องคลอดที่เก็บเองได้ ซึ่งแม่นยำเท่าหรือดีกว่าปัสสาวะ
สิ่งที่ปัสสาวะตรวจไม่ได้
- คอและทวารหนัก ถ้ามีออรัลเซ็กซ์หรือแองนัลเซ็กซ์ ควรป้ายคอและทวารหนักเพิ่ม เพราะหนองในและหนองในเทียมที่ตำแหน่งเหล่านี้มักไม่มีอาการ และปัสสาวะจะตรวจไม่เจอ
- HIV ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบีและซี ต้องตรวจเลือด อ่านเรื่องช่วงเวลาตรวจที่ ระยะฟักตัวและช่วงเวลาตรวจ HIV
- HPV ในผู้หญิงใช้การตรวจคัดกรองปากมดลูก ส่วนในชายรักชายบางกลุ่มอาจพิจารณา การตรวจคัดกรองมะเร็งทวารหนัก
ตรวจเร็วเกินไปได้ไหม
PCR ตรวจเจอหนองในและหนองในเทียมได้ตั้งแต่ประมาณ 1–2 สัปดาห์หลังสัมผัสเชื้อ ถ้าตรวจเร็วกว่านั้นอาจได้ผลลบลวง หมอมักแนะนำให้ตรวจที่ประมาณ 2 สัปดาห์หลังเสี่ยง หรือตรวจทันทีถ้ามีอาการ หลังรักษาแล้วไม่ควรตรวจซ้ำเร็วเกินไป เพราะ PCR อาจยังเจอซากเชื้อที่ตายแล้วได้ราว 3–4 สัปดาห์
- < 1 สัปดาห์เร็วเกินไป
อาจได้ผลลบลวง ยกเว้นมีอาการให้ตรวจทันที
- 1–2 สัปดาห์เริ่มตรวจเจอได้
PCR ตรวจพบเชื้อได้ตั้งแต่ช่วงนี้
- ~2 สัปดาห์ช่วงที่แนะนำให้ตรวจ
หลังมีความเสี่ยง
- 3–4 สัปดาห์หลังรักษา อย่าตรวจซ้ำเร็ว
PCR อาจยังเจอซากเชื้อที่ตายแล้ว
- ~3 เดือนตรวจซ้ำหลังรักษา
เพราะการติดซ้ำพบได้บ่อย
ผลเป็นบวก ทำอย่างไรต่อ
- แพทย์จะอธิบายว่าเชื้อที่เจออยู่กลุ่มไหน ต้องรักษาหรือไม่
- ถ้าต้องรักษา คู่นอนในช่วง 60 วันที่ผ่านมาควรได้รับการตรวจและรักษาด้วย เพื่อไม่ให้ติดกลับ อ่านวิธีคุยกับคู่ที่ เมื่อคู่ของเราติด STI
- งดเพศสัมพันธ์ระหว่างรักษาจนครบตามที่แพทย์แนะนำ
- ตรวจซ้ำที่ประมาณ 3 เดือน เพราะการติดซ้ำพบได้บ่อย
บริการที่ Dr. Kris Clinic
คลินิกมีบริการตรวจ PCR หลายเชื้อทั้งที่คลินิกและแบบส่งตัวอย่างทางไปรษณีย์ ส่งตรวจห้องปฏิบัติการมาตรฐาน พร้อมแพทย์แปลผลและวางแผนรักษา หมอจะช่วยเลือกว่าควรตรวจตำแหน่งไหนเพิ่ม และควรตรวจเลือดอะไรร่วมด้วย เพื่อให้คุ้มค่าและไม่พลาดโรคสำคัญ ดูภาพรวมโรคที่พบบ่อยได้ที่ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อย


1
2
3











