Dr. Kris ClinicDr. Kris ClinicKnowledge
ความรักและความสัมพันธ์

ถ้าแฟนติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรทำอย่างไร ทีละขั้นตอน

การติดโรคไม่ได้แปลว่ามีคนนอกใจเสมอไป สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือใจเย็น ตรวจด้วยกัน รักษาด้วยกัน และวางแผนป้องกันร่วมกัน

ถ้าแฟนติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรทำอย่างไร ทีละขั้นตอน

สรุปสั้น ๆ

  • หลายโรคไม่มีอาการและแฝงตัวได้นาน จึงมักบอกไม่ได้ว่าใครติดก่อนหรือติดเมื่อไหร่
  • ขั้นแรกคือตรวจด้วยกัน รักษาให้ครบทั้งคู่ และงดเพศสัมพันธ์จนแพทย์บอกว่าปลอดภัย
  • ถ้าเป็น HIV และเพิ่งมีความเสี่ยงไม่เกิน 72 ชั่วโมง ให้รีบขอรับ PEP

"แฟนเพิ่งบอกว่าตรวจเจอเริม ผมควรโกรธไหมครับ" คำถามแบบนี้มาพร้อมความตกใจ ความกลัว และความสงสัยในความซื่อสัตย์ ผมอยากให้หายใจลึก ๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ ทำทีละขั้น เพราะสิ่งที่คุณทำในชั่วโมงแรก ๆ มีผลทั้งต่อสุขภาพและต่อความสัมพันธ์ครับ

ติดโรคไม่ได้แปลว่ามีคนนอกใจเสมอไป

หลายโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่มีอาการ หรือ แฝงตัวได้นานเป็นเดือนถึงหลายปี

โรคทำไมบอกไม่ได้ว่าติดเมื่อไหร่
เริม (HSV)คนจำนวนมากติดเชื้อโดยไม่เคยมีอาการ และปล่อยเชื้อได้แม้ไม่มีแผล อาการครั้งแรกอาจเกิดหลังติดเชื้อมานาน
HPV และหูดหงอนไก่เชื้อพบได้บ่อยมาก อาจอยู่เงียบ ๆ หลายเดือนถึงหลายปีก่อนเกิดหูดหรือตรวจพบ
คลามัยเดียและหนองในในผู้หญิงและในคอหรือทวารหนักมักไม่มีอาการ
ซิฟิลิสแผลระยะแรกมักไม่เจ็บและอาจอยู่ในจุดที่มองไม่เห็น
HIVไม่มีอาการได้นานหลายปี
หิดและโลนติดจากการสัมผัสใกล้ชิดหรือของใช้ร่วมกันได้

ดังนั้นในหลายกรณี เราอาจไม่มีวันรู้ว่าใครเริ่มก่อน และผลการตรวจไม่ได้เป็นหลักฐานของการนอกใจ

ทำอะไรก่อน: 6 ขั้นตอน

  1. ใจเย็นและฟังกันก่อน ขอบคุณที่เขากล้าบอก การบอกความจริงเรื่องนี้ไม่ง่าย
  2. ถามให้ชัดว่าตรวจพบโรคอะไร แต่ละโรคมีแนวทางต่างกัน
  3. ไปตรวจด้วยตัวเอง แม้ไม่มีอาการ อ่าน ตรวจ STI แบบ PCR 14 เชื้อ และ ตรวจ STI สำหรับคู่รัก
  4. รักษาให้ครบทั้งคู่ ถ้ารักษาคนเดียว เชื้ออาจส่งกลับไปมาได้ (Ping-pong Infection)
  5. งดเพศสัมพันธ์ชั่วคราว สำหรับคลามัยเดียและหนองใน โดยทั่วไปคืออย่างน้อย 7 วันหลังทั้งคู่ได้รับยาครบและอาการหายแล้ว หรือตามที่แพทย์แนะนำ
  6. ตรวจซ้ำตามนัด เช่น คลามัยเดียและหนองในแนะนำตรวจซ้ำที่ประมาณ 3 เดือน ซิฟิลิสต้องติดตามผลเลือดเป็นระยะ
แผนภาพเมื่อแฟนตรวจพบ STI: ทำอะไรก่อนหลัง
  1. 1ใจเย็น ฟังกันขอบคุณที่กล้าบอก แล้วถามให้ชัดว่าพบโรคอะไร
  2. 2ไปตรวจเองแม้ไม่มีอาการ เพราะหลายโรคแฝงตัวเงียบ ๆ
  3. 3รักษาให้ครบทั้งคู่กันเชื้อส่งกลับไปมา (Ping-pong Infection)
  4. 4งดเพศสัมพันธ์คลามัยเดีย หนองใน: อย่างน้อย 7 วันหลังทั้งคู่ได้ยาครบ
  5. 5ตรวจซ้ำตามนัดคลามัยเดีย หนองใน ราว 3 เดือน ซิฟิลิสติดตามผลเลือด

ผลตรวจไม่ใช่หลักฐานการนอกใจ หลายกรณีไม่มีทางรู้ว่าใครติดก่อน

แนวทางเฉพาะโรคที่พบบ่อย

เริม ไม่ใช่โรคร้ายแรงในผู้ใหญ่ที่สุขภาพดี มียาต้านไวรัสที่ช่วยให้อาการสั้นลง และการกินยากดเชื้อทุกวันในฝ่ายที่มีเชื้อช่วยลดโอกาสแพร่ให้คู่ได้ราวครึ่งหนึ่ง ร่วมกับการใช้ถุงยางและงดเพศสัมพันธ์ขณะมีแผล อ่าน เริม รักษาได้ไหม และอยู่กับเริมอย่างไร และเรื่องเล่าจริงที่ ผมเป็นเริมครับ

HPV ร่างกายส่วนใหญ่กำจัดเชื้อได้เองภายใน 1–2 ปี วัคซีน HPV ยังมีประโยชน์ในการป้องกันสายพันธุ์อื่น และผู้หญิงควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามนัด

ซิฟิลิส หนองใน คลามัยเดีย รักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะตามที่แพทย์สั่ง แต่ติดซ้ำได้

HIV

  • ถ้าคุณเพิ่งมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันกับคู่ที่ยังไม่ได้รักษา ภายใน 72 ชั่วโมง ให้รีบขอรับ PEP ยาต้านหลังเสี่ยง ยิ่งเร็วยิ่งดี
  • ถ้าคู่กินยาต้านจนตรวจไม่พบเชื้อในเลือดต่อเนื่อง จะไม่แพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์ อ่าน U=U
  • ฝ่ายที่ไม่มีเชื้อพิจารณา PrEP ได้ โดยเฉพาะช่วงที่คู่เพิ่งเริ่มยา

คุยกันอย่างไรไม่ให้ความสัมพันธ์พัง

  • แยกเรื่องสุขภาพออกจากเรื่องความไว้ใจ จัดการเรื่องตรวจรักษาก่อน แล้วค่อยคุยเรื่องความสัมพันธ์เมื่อทั้งคู่สงบ
  • ใช้ประโยค "ฉันรู้สึก..." เช่น "ฉันตกใจและกลัว" แทน "เธอไปติดมาจากใคร"
  • ถ้ามีเรื่องนอกใจจริง นั่นเป็นเรื่องความสัมพันธ์ที่ควรคุยแยกต่างหาก และอาจต้องการผู้ช่วยให้คำปรึกษา อ่าน ปัญหาคู่รักที่พบบ่อย
  • อย่าตีตรา ความรู้สึกผิดและความอับอายทำให้คนไม่กล้าตรวจและไม่กล้าบอก อ่าน รู้สึกผิดหลังติดโรค และไม่โทษกันในคู่รัก

ความรักไม่ได้แพ้โรค แต่มักแพ้คำโทษและความเงียบ จับมือกันไปรักษา ดีกว่าผลักกันให้ห่าง

วางแผนป้องกันร่วมกันต่อจากนี้

  • ใช้ถุงยางอนามัยและสารหล่อลื่นที่เหมาะสม
  • ตรวจ STI เป็นระยะตามความเสี่ยง
  • ฉีดวัคซีนที่ป้องกันได้ เช่น HPV และไวรัสตับอักเสบบี
  • พิจารณา PrEP สำหรับ HIV และคุยกับแพทย์เรื่อง Doxy-PEP ถ้าอยู่ในกลุ่มที่แนวทางแนะนำ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ทันที

  • เพิ่งมีความเสี่ยงต่อ HIV ไม่เกิน 72 ชั่วโมง
  • มีแผล ตุ่มน้ำ ผื่น ตกขาวหรือหนองผิดปกติ ปัสสาวะแสบ
  • ปวดท้องน้อยและมีไข้ (ในผู้หญิงอาจเป็นการอักเสบในอุ้งเชิงกราน)
  • ตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ เพราะบางโรคส่งต่อถึงทารกได้

ที่ Dr. Kris Clinic เราตรวจและดูแลคู่รักไปพร้อมกัน แบบเป็นส่วนตัวและไม่ตัดสิน ทั้งเรื่องการตรวจ การรักษา การป้องกัน และการพูดคุยเรื่องความสัมพันธ์หลังรู้ผล ปรึกษาออนไลน์ได้ทั่วประเทศครับ

แผนภาพเช็กว่าต้องรีบพบแพทย์หรือไม่
1เพิ่งมีความเสี่ยงต่อ HIV ไม่เกิน 72 ชั่วโมง?
ใช่ รีบขอรับ PEP ทันที ยิ่งเร็วยิ่งดี
ไม่ใช่ นัดตรวจ STI ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม
2มีแผล ตุ่มน้ำ ผื่น หนอง หรือปัสสาวะแสบ?
ใช่ พบแพทย์เพื่อตรวจและรักษา งดเพศสัมพันธ์ก่อน
ไม่ใช่ ตรวจคัดกรองแม้ไม่มีอาการ
3ปวดท้องน้อยร่วมกับมีไข้?
ใช่ พบแพทย์เร็ว อาจเป็นการอักเสบในอุ้งเชิงกราน
ไม่ใช่ สังเกตอาการต่อ
4ตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์?
ใช่ แจ้งแพทย์ บางโรคส่งต่อถึงทารกได้
ไม่ใช่ วางแผนป้องกันร่วมกันต่อ
ทางเลือกการรักษาและราคา

ยาและบริการที่แพทย์อาจพิจารณา

ราคาต่อแพ็ก ยาทุกรายการจ่ายหลังแพทย์ประเมินแล้วเท่านั้น แพทย์จะแนะนำว่าตัวไหนเหมาะกับคุณ ดูยาและบริการทั้งหมด

ขั้นต่อไป

อยากให้หมอช่วยดูเรื่องนี้ ทำได้ใน 3 ขั้น

อ่านบทความเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เมื่อพร้อม ลองประเมินตัวเองก่อน ดูว่าการปรึกษาเป็นอย่างไร แล้วค่อยนัดเวลาที่สะดวก

แบบประเมินเป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยและไม่แทนการประเมินโดยแพทย์ ผลลัพธ์ของการดูแลแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ความซับซ้อนของปัญหา และปัจจัยอื่น ๆ

Consult Dr. Kris

ตรวจ STI แบบเป็นความลับ

เลือกรายการตรวจให้ตรงกับความเสี่ยงและช่วงเวลา หมอช่วยอ่านผลและวางแผนต่อให้

นัดหมายออนไลน์แชท LINE @dr.krisclinicดูรายการยาและบริการ

ยาและบริการทุกรายการต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อน

คำถามที่พบบ่อย

แฟนเป็นเริม แปลว่าเขานอกใจใช่ไหม

ไม่จำเป็น เริมพบได้บ่อยมาก หลายคนมีเชื้อมานานโดยไม่เคยมีอาการ และอาการครั้งแรกอาจเกิดหลังติดเชื้อมาหลายปี จึงบอกไม่ได้ว่าติดเมื่อไหร่จากใคร

ถ้าผลตรวจของเราเป็นลบ แปลว่าไม่ติดใช่ไหม

ขึ้นกับโรคและเวลาที่ตรวจ บางโรคมีช่วงที่ตรวจยังไม่พบ (Window Period) แพทย์อาจนัดตรวจซ้ำ และบางกรณีแนะนำให้รับยาไปพร้อมคู่แม้ผลเป็นลบ

ต้องบอกแฟนเก่าด้วยไหม

ควรบอกคู่ที่เคยมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่แพทย์แนะนำ เพื่อให้เขาได้ตรวจและรักษา หากไม่สะดวกบอกเอง ขอคำแนะนำจากแพทย์เรื่องวิธีแจ้งที่ปลอดภัยได้

คู่มีเชื้อ HIV แต่กินยาจนตรวจไม่เจอ ยังต้องใช้ถุงยางไหม

ไม่ติด HIV ทางเพศสัมพันธ์ตามหลัก U=U แต่ถุงยางยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นและการตั้งครรภ์ไม่พร้อม

English edition

Read this article in English

My Partner Has an STI: What to Do, Step by Step →

Full English version for international patients and visitors.

เอกสารอ้างอิง

  1. Workowski KA, et al. Sexually Transmitted Infections Treatment Guidelines, 2021. MMWR Recomm Rep. 2021;70(4):1-187.
  2. Corey L, et al. Once-daily valacyclovir to reduce the risk of transmission of genital herpes. N Engl J Med. 2004;350(1):11-20.
  3. Rodger AJ, et al. Risk of HIV transmission through condomless sex in serodifferent gay couples with the HIV-positive partner taking suppressive antiretroviral therapy (PARTNER2). Lancet. 2019;393(10189):2428-2438.
  4. Tuddenham S, Hamill MM, Ghanem KG. Diagnosis and treatment of sexually transmitted infections: a review. JAMA. 2022;327(2):161-172.

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือกังวล ควรปรึกษาแพทย์

Dr. Kris Clinicคลินิกเวชศาสตร์ครอบครัวและสุขภาพเพศ สุราษฎร์ธานีดูแลโดย นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ · ว.48387

เวลาทำการ

  • จันทร์ปิดทำการ
  • อังคาร – ศุกร์17:00 – 20:00
  • เสาร์ – อาทิตย์10:00 – 15:00

ปรึกษาออนไลน์ได้ทั่วประเทศ

ติดต่อ