"เจ็บตรงไหนก็รักษาได้ แต่ถ้าเจ็บอยู่ในใจ ต้องเยียวยาด้วยความเข้าใจ" หมอนึกถึงประโยคนี้ทุกครั้งที่เจอคนไข้ที่ผลตรวจปกติทุกอย่าง แต่ยังกลับมาซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือคู่รักที่นั่งห่างกันคนละมุมห้องตรวจ เพราะผลตรวจโรคหนึ่งโรคกลายเป็นหลักฐานในคดีความของความสัมพันธ์ บทความนี้เขียนให้ทั้งคนที่รู้สึกผิด และคนที่กำลังโกรธ
รู้สึกผิดแบบไหนที่หมอเจอบ่อย
ความรู้สึกผิดหลังมีความเสี่ยงหรือหลังติดโรคมีหลายหน้า เช่น
- ผิดที่เคยมีความสัมพันธ์กับคนอื่น แม้เพียงครั้งเดียว
- ผิดที่ไม่ได้บอกคู่
- ผิดที่กลัวว่าตัวเองทำลายความมั่นคงของครอบครัว
- ผิดทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดจริง แต่ความคิดบอกว่า "เราอาจทำพลาด" ซึ่งเป็นความรู้สึกผิดที่ไม่มีมูลเหตุจริง (Irrational guilt)
เมื่อความรู้สึกผิดค้างอยู่ในใจนาน ๆ มันมักออกมาเป็นความกังวลทางกาย เช่น เจ็บเล็กน้อยที่ปลายอวัยวะเพศ ชา แสบ แล้วไปตรวจหลายที่ ผลปกติทุกครั้ง แต่ใจไม่ยอมเชื่อ นี่คือจุดที่เรื่องของโรคกลายเป็นเรื่องของใจ หมอเขียนเรื่องนี้แยกไว้ใน STI Anxiety การตรวจซ้ำไม่ได้ทำให้ความรู้สึกผิดหายไป สิ่งที่ช่วยคือการพูดถึงมันกับคนที่ฟังโดยไม่ตัดสิน และในบางคนคือการทำจิตบำบัด
ข้อเท็จจริงที่ช่วยลดการโทษกัน
หลายคู่ทะเลาะกันบนสมมติฐานว่า "ถ้าเธอติด แปลว่าเธอเพิ่งไปมีคนอื่น" ความจริงทางการแพทย์ซับซ้อนกว่านั้น
- เริม (Herpes) คนส่วนใหญ่ที่มีเชื้อไม่รู้ตัว เพราะไม่มีอาการหรืออาการน้อยมาก เชื้ออาจอยู่ในร่างกายมาหลายปี แล้วกำเริบครั้งแรกตอนเครียดหรือภูมิตก (อ่าน เริม รักษาได้ไหม)
- HPV อยู่ในร่างกายได้นานหลายปีโดยไม่มีอาการ หูดหรือผลตรวจผิดปกติที่เพิ่งพบ อาจมาจากเชื้อที่ได้รับนานมาแล้ว
- ซิฟิลิสระยะแฝง ตรวจเลือดพบได้หลายปีหลังติดเชื้อโดยไม่เคยมีอาการ (อ่าน ซิฟิลิส)
- หนองในเทียม (Chlamydia) และบางครั้ง หนองใน ในผู้หญิงและที่คอหรือทวารหนัก ไม่มีอาการได้นานหลายเดือน
- อาการบางอย่างไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เชื้อราในช่องคลอด ภาวะแบคทีเรียในช่องคลอดเสียสมดุล หรือการอักเสบของหนังหุ้มปลาย
ข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้แปลว่าความรู้สึกเจ็บปวดเรื่องความซื่อสัตย์ไม่สำคัญ ถ้ามีเรื่องความไว้ใจที่ต้องคุยจริง ๆ ก็ควรคุย แต่ควรแยกออกจากเรื่องการรักษา เพื่อไม่ให้ทั้งสองเรื่องพังไปพร้อมกัน
เริม (Herpes)
- ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว
- อาจกำเริบครั้งแรกตอนเครียด
HPV
- อยู่ได้หลายปีไม่มีอาการ
- หูดที่เพิ่งพบอาจมาจากเชื้อเก่า
ซิฟิลิสระยะแฝง
- ตรวจเลือดพบได้หลายปีหลังติด
- อาจไม่เคยมีอาการ
หนองใน / หนองในเทียม
- ไม่มีอาการได้หลายเดือน
- โดยเฉพาะที่คอหรือทวารหนัก
ไม่ใช่ STI
- เชื้อราในช่องคลอด
- แบคทีเรียเสียสมดุล
- หนังหุ้มปลายอักเสบ
การโทษกันทำอะไรกับความสัมพันธ์
ในงานวิจัยด้านสุขภาพทางเพศ ความอับอายและการตีตรา (Stigma and shame) สัมพันธ์กับการที่คนไม่กล้าไปตรวจ ไม่กล้าบอกคู่ และไม่กลับมารักษาต่อ เมื่อคู่รักเริ่มโทษกัน มักเกิดรูปแบบที่หมอเห็นซ้ำ ๆ
- ฝ่ายหนึ่ง โทษตัวเองมากเกินไป จนวิตกกังวล ตรวจซ้ำ หาคำตอบจากหมอหลายคน
- อีกฝ่าย โทษคนข้างกาย พูดแรง พูดซ้ำ จนกลายเป็นความขัดแย้งเรื้อรัง
- ทั้งคู่ หลีกเลี่ยงกัน ไม่แตะตัว ไม่มีเพศสัมพันธ์ ไม่คุย ความห่างนี้ทำร้ายมากกว่าตัวโรคเสียอีก
คุยกันอย่างไรโดยไม่ทำร้ายกัน
- เริ่มจากเรื่องสุขภาพก่อนเรื่องความผิด "เรามาดูแลให้หายด้วยกันก่อนนะ" แล้วไปตรวจและรักษาให้ครบทั้งคู่ เพื่อไม่ให้ส่งเชื้อกลับไปกลับมา งดเพศสัมพันธ์จนกว่าแพทย์บอกว่ารักษาครบ
- พูดด้วยประโยค "ฉันรู้สึก" แทน "เธอทำ" เช่น "ฉันกลัวและเสียใจ" แทน "เธอเอามาติดฉัน"
- ใช้ข้อมูลจากแพทย์แทนการเดา ไปพบแพทย์ด้วยกัน ถามตรง ๆ ว่าโรคนี้บอกช่วงเวลาได้ไหม
- ให้เวลาอารมณ์ ความโกรธหรือเสียใจไม่ต้องหายในวันเดียว ตกลงกันว่าจะพักการคุยเมื่อเริ่มขึ้นเสียง
- ถ้ามีเรื่องความไว้ใจ ให้คุยแยกเป็นอีกบท และพิจารณาการปรึกษาคู่รักกับผู้ที่เป็นกลาง
อ่านมุมของคนที่ได้รับข่าวในบทความ ถ้าแฟนเราติดโรค ควรทำอย่างไร และเทคนิคการสื่อสารใน ปัญหาคู่รักที่พบบ่อย หรือฟังเรื่องจริงจากห้องตรวจใน "ผมเป็นเริมครับ"
- 1สุขภาพก่อนตรวจและรักษาให้ครบทั้งคู่ งดเพศสัมพันธ์จนแพทย์บอกว่าครบ
- 2"ฉันรู้สึก"พูดความรู้สึกตัวเอง แทนการกล่าวว่า "เธอทำ"
- 3ถามแพทย์ด้วยกันใช้ข้อมูลจริงแทนการเดาว่าติดเมื่อไหร่
- 4ให้เวลาอารมณ์ตกลงพักการคุยเมื่อเริ่มขึ้นเสียง
- 5แยกเรื่องความไว้ใจคุยเป็นอีกบท หรือปรึกษาคู่รักกับคนกลาง
หยุดตีตรา เริ่มจากตัวเรา
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์คือ "โรค" ไม่ใช่ "ตราบาป" มันเกิดกับคนที่มีความรัก มีคู่คนเดียว หรือมีหลายคู่ได้เหมือนกัน การป้องกันที่ดีที่สุดไม่ใช่ความกลัว แต่คือการตรวจสม่ำเสมอ ใช้ถุงยาง ฉีด วัคซีน HPV และคุยกันได้อย่างเปิดใจเรื่องสุขภาพทางเพศ
เมื่อไหร่ควรขอความช่วยเหลือ
- ความรู้สึกผิดหรือความกลัวทำให้นอนไม่หลับ ทำงานไม่ได้ หรือเป็นนานหลายสัปดาห์
- ตรวจซ้ำหลายครั้งทั้งที่ผลปกติ
- ทะเลาะกันรุนแรง มีการทำร้ายร่างกายหรือข่มขู่ (ฉุกเฉินโทร 191)
- มีความคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่ Dr. Kris Clinic หมอดูแลทั้งกายและใจไปพร้อมกัน ตั้งแต่ตรวจและรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ให้ครบทั้งคู่ อธิบายผลตรวจให้เข้าใจตรงกัน ไปจนถึงให้คำปรึกษารายบุคคลและคู่รักผ่าน Kris Care Space แบบไม่ตัดสิน ปรึกษาได้ทั้งที่คลินิกในสุราษฎร์ธานีและออนไลน์ ใครที่รู้สึกแบบนี้ไม่ผิดนะครับ คุณแค่ต้องการพื้นที่ปลอดภัยและคนที่ฟังด้วยใจ


1
2
3











