คำว่า “เริม” ทำให้หลายคนรู้สึกเหมือนโลกถล่มครับ ทั้งที่ในทางการแพทย์ เป็นไวรัสที่พบบ่อยมาก และดูแลได้ เคสนี้เป็นเคสที่ผมประทับใจ เพราะสิ่งที่ช่วยเขาได้มากที่สุดไม่ใช่ยา แต่เป็นความกล้าบอกความจริง
ที่มา
เขาเป็นชายวัย 20 ปลาย ๆ มาด้วยตุ่มน้ำเล็ก ๆ เป็นกลุ่มที่อวัยวะเพศ แสบและเจ็บ เมื่อผมบอกว่าน่าจะเป็นเริม เขาเงียบไปนาน แล้วถามคำถามที่ผมได้ยินบ่อยมาก “ใครเอามาให้ผม” “ผมจะบอกแฟนยังไง” และ “ชีวิตเซ็กซ์ผมจบแล้วใช่ไหม”
เขาบอกว่ารู้สึกผิดและรู้สึกว่าตัวเองสกปรก ซึ่งเป็นความรู้สึกที่พบได้บ่อยหลังรู้ผล (อ่าน: รู้สึกผิดหลังติดโรค)
สิ่งที่พบ
- ลักษณะแผลเข้าได้กับเริม ผมเก็บตัวอย่างจากแผลส่งตรวจ PCR เพื่อยืนยันและแยกชนิดของไวรัส (HSV-1 หรือ HSV-2) ซึ่งช่วยบอกโอกาสการกลับเป็นซ้ำ
- ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วมด้วย เช่น HIV และซิฟิลิส เพราะแผลที่อวัยวะเพศอาจมีสาเหตุมากกว่าหนึ่งอย่าง และแผลเปิดเพิ่มโอกาสรับเชื้ออื่น
- เรื่อง “ใครเอามาให้” ผมอธิบายว่า หลายคนติดเชื้อมานานโดยไม่เคยมีอาการ และเชื้อแพร่ได้แม้ไม่มีแผล (asymptomatic shedding) การหาว่าใครเป็นต้นเหตุจึงมักทำไม่ได้ และไม่ได้ช่วยอะไร
ความคิดแรก
- "ใครเอามาให้ผม"
- "ชีวิตเซ็กซ์ผมจบแล้ว"
- "ผมสกปรก"
ข้อเท็จจริง
- หลายคนมีเชื้อนานโดยไม่มีอาการ หาต้นเหตุมักไม่ได้
- การกลับเป็นซ้ำมักห่างขึ้นและเบาลงตามเวลา
- เริมเป็นไวรัสที่พบบ่อยมาก ไม่ได้บอกว่าคุณเป็นคนแบบไหน
การดูแล
- รักษาแผลครั้งแรก ด้วยยาต้านไวรัสตามที่แพทย์สั่ง ร่วมกับการดูแลแผลให้แห้งสะอาดและยาแก้ปวด
- ให้ความรู้ที่ถูกต้อง เริมไม่หายขาด แต่ส่วนใหญ่การกลับเป็นซ้ำจะห่างขึ้นและเบาลงตามเวลา
- วางแผนลดการแพร่เชื้อ
- งดมีเพศสัมพันธ์ช่วงที่มีแผลหรือรู้สึกแสบคันนำก่อน
- ใช้ถุงยางอนามัยสม่ำเสมอ ซึ่งลดโอกาสแพร่ได้ แม้ไม่ทั้งหมด
- พิจารณายากดไวรัสแบบกินทุกวัน ซึ่งงานวิจัยใน NEJM (Corey และคณะ, 2004) พบว่าลดการแพร่เชื้อ HSV-2 ไปยังคู่ได้ราวครึ่งหนึ่ง
- ช่วยวางแผนการบอกคู่ เราซ้อมกันว่าจะพูดอย่างไร เลือกเวลาที่ทั้งคู่สงบ เริ่มจากความรู้สึก แล้วตามด้วยข้อเท็จจริง และชวนให้คู่มาตรวจและปรึกษาด้วยกันถ้าพร้อม (อ่าน: ถ้าแฟนเราติดโรค ควรทำอย่างไร)
เขากลับมาเล่าว่าบอกแฟนแล้ว ทั้งคู่ร้องไห้ด้วยกัน แต่เลือกที่จะเข้าใจกัน และเรียนรู้วิธีดูแลไปด้วยกัน ตอนนี้ยังคบกันและยังมีความสุขกับชีวิตทางเพศได้ เพียงแต่ใส่ใจกันมากขึ้น
- 1ยืนยันผลPCR จากแผล แยก HSV-1/HSV-2 ตรวจ HIV และซิฟิลิสร่วม
- 2รักษาแผลแรกยาต้านไวรัสตามที่แพทย์สั่ง ดูแลแผลให้แห้งสะอาด
- 3ลดการแพร่เชื้องดช่วงมีแผล ใช้ถุงยาง พิจารณายากดไวรัสทุกวัน
- 4ซ้อมบอกคู่เริ่มจากความรู้สึก ตามด้วยข้อเท็จจริง ชวนมาตรวจด้วยกัน
- 5ผลลัพธ์บอกแฟนแล้ว ยังคบกัน และมีความสุขกับชีวิตทางเพศได้
ยากดไวรัสทุกวันลดการแพร่ HSV-2 ไปยังคู่ได้ราวครึ่งหนึ่ง (Corey และคณะ, NEJM 2004)
สิ่งที่ได้เรียนรู้
- เริมไม่ได้บอกว่าคุณเป็นคนแบบไหน เป็นแค่ไวรัสที่อยู่ในตำแหน่งที่อ่อนไหว องค์การอนามัยโลกประมาณว่าคนทั่วโลกหลายร้อยล้านคนมีเชื้อเริมที่อวัยวะเพศ
- การโทษกันไม่ช่วยใคร สิ่งที่ช่วยคือการตรวจ การรักษา และการป้องกันร่วมกัน
- ความตรงไปตรงมาสร้างความไว้ใจ หลายคู่ที่ผมดูแลสัมพันธ์แน่นขึ้นหลังผ่านเรื่องนี้
- ต้องดูแลใจด้วย ความกังวลหลังรู้ว่าติดโรคบางครั้งหนักกว่าตัวโรค (อ่าน: STI Anxiety)
ถ้าคุณกำลังเจอแบบเดียวกัน
ถ้ามีตุ่มน้ำหรือแผลที่อวัยวะเพศ ให้มาตรวจเร็ว ๆ เพราะการตรวจจากแผลสดให้ผลแม่นยำที่สุด และอย่าวินิจฉัยตัวเองจากรูปในอินเทอร์เน็ต ที่ Dr. Kris Clinic ผมตรวจ STI วางแผนการรักษา และช่วยเตรียมการคุยกับคู่ ทั้งแบบเดี่ยวและแบบคู่ ปรึกษาได้ทั้งที่คลินิกและออนไลน์ครับ


1
2
3











