STI NAAT14
PrEP / PEP / HIV Prevention4,990 บาท
สินค้าหมดชั่วคราว สอบถามทาง LINE
การตรวจหาเชื้อก่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 14 ชนิดพร้อมกัน (STI Multiplex PCR) ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว และเชื้อรา จากสิ่งส่งตรวจเพียงตัวอย่างเดียว เช่น ปัสสาวะ หรือการป้ายสิ่งคัดหลั่ง ด้วยวิธีตรวจสารพันธุกรรม (Nucleic Acid Amplification Test) ซึ่งมีความไวสูง ตรวจพบได้แม้ยังไม่มีอาการ
เชื้อ 14 ชนิดที่ตรวจ
- หนองในแท้ — <em>Neisseria gonorrhoeae</em>
- หนองในเทียม — <em>Chlamydia trachomatis</em>
- <em>Mycoplasma genitalium</em> (สาเหตุของท่อปัสสาวะอักเสบชนิดไม่ใช่หนองในแท้)
- <em>Mycoplasma hominis</em>
- <em>Ureaplasma urealyticum</em>
- <em>Ureaplasma parvum</em>
- พยาธิในช่องคลอด — <em>Trichomonas vaginalis</em> (โปรโตซัว)
- เชื้อราในช่องคลอด — <em>Candida albicans</em>
- แบคทีเรียช่องคลอดอักเสบ — <em>Gardnerella vaginalis</em>
- แผลริมอ่อน — <em>Haemophilus ducreyi</em>
- เริมชนิดที่ 1 — Herpes simplex virus type 1 (HSV-1)
- เริมชนิดที่ 2 — Herpes simplex virus type 2 (HSV-2)
- ซิฟิลิส — <em>Treponema pallidum</em> (ตรวจจากแผล/รอยโรค)
- กามโรคของต่อมและท่อน้ำเหลือง — Lymphogranuloma venereum (LGV)
รายการเชื้ออาจแตกต่างเล็กน้อยตามห้องปฏิบัติการที่ส่งตรวจ
ข้อบ่งใช้
- คัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในผู้ที่มีความเสี่ยง แม้ไม่มีอาการ
- ตรวจเมื่อมีอาการ เช่น ตกขาวหรือหนองผิดปกติ แสบขัดเวลาปัสสาวะ คันหรือมีแผลที่อวัยวะเพศ
- ตรวจก่อนเริ่มหรือระหว่างใช้ PrEP / Doxy-PEP
- ตรวจหาสาเหตุเมื่อรักษาอาการเดิมแล้วไม่หาย
วิธีใช้และขนาดยา
- เก็บตัวอย่างตามตำแหน่งที่มีความเสี่ยง เช่น ปัสสาวะ หรือป้ายบริเวณคอ/ทวารหนัก/ช่องคลอด/แผล ตามคำแนะนำของแพทย์
- สำหรับตัวอย่างปัสสาวะ ควรกลั้นปัสสาวะอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนเก็บ และเก็บปัสสาวะส่วนแรก
- หากมีแผล แพทย์จะป้ายตัวอย่างจากแผลโดยตรงเพื่อตรวจเริม ซิฟิลิส แผลริมอ่อน และ LGV
ข้อควรระวังและข้อห้ามใช้
- ตรวจเร็วเกินไปหลังมีความเสี่ยงอาจยังไม่พบเชื้อ โดยทั่วไปควรตรวจหลังสัมผัสประมาณ 1–2 สัปดาห์
- การตรวจนี้ไม่ได้ตรวจ HIV ไวรัสตับอักเสบบี/ซี และไม่แทนการตรวจเลือดซิฟิลิส ควรตรวจเลือดร่วมตามความเสี่ยง
- เชื้อบางชนิด เช่น <em>Ureaplasma</em>, <em>M. hominis</em>, <em>Gardnerella</em> และ <em>Candida</em> พบได้ในคนปกติโดยไม่ก่อโรค ผลบวกไม่ได้แปลว่าต้องรักษาทุกครั้ง แพทย์จะพิจารณาร่วมกับอาการ
- หากพบเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คู่นอนควรได้รับการตรวจและรักษาด้วย
สิ่งที่ควรรู้
- ตรวจ HIV และซิฟิลิสจากเลือดร่วมด้วยตามความเสี่ยง
- งดมีเพศสัมพันธ์ระหว่างรอผลและระหว่างรักษา
- ผู้ใช้ PrEP หรือมีคู่นอนหลายคน ควรตรวจคัดกรองทุก 3 เดือน
คำถามที่พบบ่อย
ไม่มีอาการต้องตรวจไหม?
ควรตรวจ เพราะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายโรคไม่มีอาการ แต่ยังแพร่เชื้อและทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ภาวะมีบุตรยาก
ตรวจพบ Ureaplasma ต้องรักษาทันทีไหม?
ไม่เสมอไป Ureaplasma พบได้ในคนปกติจำนวนมาก แพทย์จะพิจารณารักษาเมื่อมีอาการหรือข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน
ต่างจากการตรวจเลือดอย่างไร?
NAAT ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อจากตำแหน่งที่ติดเชื้อ ส่วนการตรวจเลือดใช้ตรวจ HIV ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบ ซึ่งควรตรวจควบคู่กัน
รอผลกี่วัน?
ขึ้นกับห้องปฏิบัติการ คลินิกจะแจ้งผลอย่างเป็นความลับ
เอกสารอ้างอิง
- CDC. Sexually Transmitted Infections Treatment Guidelines, 2021 ลิงก์
- CDC. STI Treatment Guidelines: Mycoplasma genitalium ลิงก์
- WHO. Sexually transmitted infections (STIs) fact sheet ลิงก์
อ่านเพิ่มเติม: บทความที่เกี่ยวข้อง · คำถามที่พบบ่อย
รายการอื่นในหมวด PrEP / PEP / HIV Prevention
ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อประกอบการปรึกษาแพทย์ ไม่ใช่คำแนะนำให้ใช้ยาด้วยตนเอง ภาพเป็นภาพประกอบ บรรจุภัณฑ์จริงอาจแตกต่าง ตรวจทานโดย นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ · ตุลาคม 2569
PrEP GPO TENO-EM (TDF/FTC) (30 เม็ด)
PrEP GPO TAF-EM (FTC/TAF) (30 เม็ด)
PrEP Mylan Ricovir-EM (TDF/FTC) (30 เม็ด)
PEP Mylan Kocitaf (28 วัน)
Doxy-PEP (10 เม็ด)