คำถามที่พบบ่อย
รวมคำถามที่คนไข้ถามบ่อยเรื่องสุขภาพเพศ ตอบโดยอ้างอิงแนวทางเวชปฏิบัติสากล หากไม่พบคำตอบที่ต้องการ ส่งคำถามถึงแพทย์ได้ที่ด้านล่าง หรือนัดหมายปรึกษาออนไลน์

สุขภาพเพศชาย / ED / หลั่งเร็ว
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง →อาการแข็งตัวไม่เต็มที่เป็นเรื่องปกติของอายุหรือไม่?
พบมากขึ้นตามอายุ แต่ไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องปกติเสมอไป เพราะมักเกี่ยวข้องกับสุขภาพหลอดเลือด เบาหวาน ความดัน ไขมัน การสูบบุหรี่ ฮอร์โมน หรือความเครียด และอาจเป็นสัญญาณเตือนโรคหัวใจ ควรได้รับการประเมิน [1]
ยา Sildenafil หรือ Tadalafil ซื้อมาใช้เองได้ไหม?
ไม่แนะนำ ยากลุ่มนี้ห้ามใช้ร่วมกับยาไนเตรต (ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ) และต้องระวังในผู้ป่วยโรคหัวใจบางชนิด ความดันต่ำ หรือใช้ยาบางกลุ่มร่วม แพทย์จะเลือกชนิดและขนาดที่ปลอดภัยให้ [1]
การหลั่งเร็วรักษาได้ไหม?
ได้ มีทั้งการให้คำปรึกษา เทคนิคทางพฤติกรรม การรักษาปัจจัยร่วม และยาในบางราย ผลลัพธ์ดีขึ้นเมื่อดูแลทั้งร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์ [2]

ฮอร์โมนเพศชาย (TRT)
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง →รู้ได้อย่างไรว่าฮอร์โมนเพศชายต่ำ?
ต้องมีทั้งอาการที่เข้าได้ (เช่น ความต้องการทางเพศลดลง อ่อนเพลีย) และผลตรวจ testosterone ช่วงเช้าที่ต่ำอย่างน้อย 2 ครั้ง ไม่ควรวินิจฉัยจากอาการอย่างเดียว [1][2]
TRT มีกี่แบบ?
มีทั้งชนิดฉีด (เช่น ทุก 2–4 สัปดาห์ หรือชนิดออกฤทธิ์ยาวประมาณ 10–12 สัปดาห์) และชนิดเจลทาผิว แพทย์จะเลือกตามความเหมาะสม ไลฟ์สไตล์ และผลตรวจติดตาม
ต้องตรวจติดตามอะไรบ้างระหว่างใช้ TRT?
ระดับ testosterone ความเข้มข้นของเลือด (hematocrit) และค่าอื่นตามความเหมาะสม เช่น PSA ในผู้ชายวัยที่ควรคัดกรอง ผู้ที่วางแผนมีบุตรควรปรึกษาก่อน เพราะ TRT ลดการสร้างอสุจิได้ [1]

ฮอร์โมนข้ามเพศ (GAHT)
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง →ต้องตรวจอะไรก่อนเริ่มฮอร์โมนข้ามเพศ?
ประเมินสุขภาพทั่วไป โรคประจำตัว ประวัติลิ่มเลือด การสูบบุหรี่ และตรวจเลือดพื้นฐาน เช่น CBC การทำงานของตับและไต น้ำตาล และระดับฮอร์โมน พร้อมพูดคุยถึงการเปลี่ยนแปลงที่คาดหวัง [1][2]
ใช้ฮอร์โมนเองโดยไม่พบแพทย์อันตรายไหม?
มีความเสี่ยง เช่น ลิ่มเลือด เลือดข้น ตับผิดปกติ หรือระดับฮอร์โมนสูงเกินโดยไม่รู้ตัว การตรวจติดตามช่วยปรับขนาดให้ปลอดภัยและได้ผล [2]
ต้องติดตามบ่อยแค่ไหน?
ช่วงปีแรกโดยทั่วไปทุก 3 เดือน จากนั้นทุก 6–12 เดือน ตามการตอบสนองและผลตรวจ [2]

สุขภาพผู้หญิง
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง →ความต้องการทางเพศลดลงต้องรักษาไหม?
ขึ้นกับว่าทำให้คุณรู้สึกทุกข์ใจหรือกระทบความสัมพันธ์หรือไม่ แพทย์จะประเมินปัจจัยด้านร่างกาย ฮอร์โมน ยา อารมณ์ และความสัมพันธ์ แล้ววางแผนร่วมกัน [1]
วัยหมดประจำเดือน ช่องคลอดแห้ง เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ แก้ได้ไหม?
ได้ มีทั้งสารหล่อลื่น มอยส์เจอไรเซอร์ และฮอร์โมนเฉพาะที่ขนาดต่ำ ซึ่งปลอดภัยสำหรับหลายคน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะ [2]

PrEP / PEP / STI
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง →เพิ่งมีความเสี่ยง HIV ต้องทำอย่างไร?
ติดต่อคลินิกหรือโรงพยาบาลทันที เพื่อพิจารณายา PEP ซึ่งต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมง ยิ่งเร็วยิ่งดี และกินต่อเนื่อง 28 วัน [2]
PrEP ต่างจาก PEP อย่างไร?
PrEP กินก่อนมีความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกัน ส่วน PEP ใช้หลังมีความเสี่ยงแล้วแบบฉุกเฉิน ทั้งคู่ป้องกัน HIV แต่ไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น [1][2]
Doxy-PEP คืออะไร เหมาะกับใคร?
คือการกิน doxycycline ภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดความเสี่ยงซิฟิลิสและหนองในเทียม แนะนำในบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงตามแนวทาง CDC 2024 แพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคล [3]
STI NAAT14 ตรวจอะไร?
เป็นการตรวจหาเชื้อก่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิดด้วยวิธีตรวจสารพันธุกรรม (NAAT) ซึ่งมีความไวสูง เหมาะสำหรับคัดกรองแม้ไม่มีอาการ รายละเอียดเชื้อที่ตรวจสอบถามคลินิกได้ [4]

วัคซีนป้องกันโรค
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง →วัคซีน HPV ควรฉีดไหม ผู้ใหญ่ฉีดได้หรือไม่?
วัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปากบางชนิด และหูดหงอนไก่ ได้ผลดีที่สุดเมื่อฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์ ผู้ใหญ่อายุ 27–45 ปีสามารถพิจารณาร่วมกับแพทย์ได้ [1]
ควรตรวจหรือฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีไหม?
ไวรัสตับอักเสบบีติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันควรได้รับวัคซีน และผู้ที่จะเริ่ม PrEP ควรตรวจไวรัสตับอักเสบบีก่อน [2]
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ควรฉีดทุกปีหรือไม่?
แนะนำปีละ 1 ครั้งสำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว [3]

ความสัมพันธ์ / Couple Therapy
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง →ปัญหาเรื่องเพศในคู่รัก ควรมาปรึกษาคนเดียวหรือมาด้วยกัน?
ได้ทั้งสองแบบ การมาด้วยกันช่วยให้เข้าใจมุมมองของทั้งสองฝ่ายและวางแผนร่วมกัน แต่หากยังไม่พร้อม เริ่มจากการปรึกษาคนเดียวก่อนก็ได้
ความต้องการทางเพศไม่เท่ากันในคู่รัก ผิดปกติไหม?
พบได้บ่อยมากและไม่ใช่ความผิดของใคร การปรึกษาช่วยให้สื่อสาร เข้าใจความต้องการ และหาจุดสมดุลที่ทั้งสองฝ่ายสบายใจ [1]
การปรึกษาเป็นความลับไหม?
เป็นความลับทุกครั้ง ข้อมูลของคุณจะไม่ถูกเปิดเผยโดยไม่ได้รับความยินยอม
- Basson R. The female sexual response: a different model. J Sex Marital Ther. 2000 ลิงก์

ปรึกษาออนไลน์ / Telemedicine
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง →ปรึกษาออนไลน์ได้ไหม ต้องทำอย่างไร?
ได้ นัดหมายผ่านระบบนัดออนไลน์ หรือทัก LINE @dr.krisclinic แพทย์จะปรึกษาผ่านวิดีโอคอลหรือโทรศัพท์ตามความเหมาะสม
ปัญหาแบบไหนที่ปรึกษาออนไลน์ได้ แบบไหนต้องมาคลินิก?
การซักประวัติ ให้คำปรึกษา และติดตามผลหลายเรื่องทำออนไลน์ได้ แต่หากต้องตรวจร่างกาย เจาะเลือด ฉีดยา หรือมีอาการรุนแรง แพทย์จะแนะนำให้มาคลินิกหรือโรงพยาบาล [1]
ข้อมูลที่คุยออนไลน์ปลอดภัยไหม?
คลินิกเก็บข้อมูลเป็นความลับ ใช้ช่องทางที่คลินิกกำหนด และใช้ข้อมูลเพื่อการดูแลรักษาเท่านั้น
- WHO. Global strategy on digital health 2020–2025 ลิงก์

การสั่งซื้อ / ชำระเงิน / จัดส่ง
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง →สั่งซื้ออย่างไร?
เลือกสินค้าใส่ตะกร้า เลือกรับที่คลินิกหรือจัดส่ง (ค่าจัดส่ง 120 บาท) ชำระผ่าน QR หรือโอนเงิน แนบสลิป แล้วกรอกชื่อ เบอร์โทร อีเมล และที่อยู่
จะได้รับใบเสร็จเมื่อไหร่?
เมื่อคลินิกตรวจยอดเงินเข้าบัญชีแล้ว ระบบจะส่งใบเสร็จรับเงินทางอีเมลที่คุณกรอก
ติดตามพัสดุอย่างไร?
เมื่อจัดส่งแล้ว คลินิกจะส่งเลขพัสดุทางอีเมล หรือสอบถามทาง LINE @dr.krisclinic พร้อมเลขคำสั่งซื้อ
ทำไมยาบางรายการต้องให้แพทย์พิจารณาก่อน?
เพื่อความปลอดภัย ยาหลายชนิดมีข้อห้ามใช้หรือปฏิกิริยากับยาอื่น แพทย์อาจติดต่อกลับเพื่อสอบถามข้อมูลสุขภาพก่อนจ่ายยา
ส่งคำถามถึงแพทย์
คำถามจะส่งถึงคลินิกทางอีเมล และคลินิกจะตอบกลับทางอีเมลที่คุณกรอก ไม่ใช้สำหรับกรณีฉุกเฉิน หากมีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อ HIV ภายใน 72 ชั่วโมง โทร 066-159-4247 ทันที
ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ หากมีอาการฉุกเฉิน กรุณาไปโรงพยาบาลใกล้บ้านหรือโทร 1669