สุขภาพเพศชาย: ภาวะหย่อนสมรรถภาพ การหลั่งเร็ว และฮอร์โมนเพศชายต่ำ
ปัญหาสุขภาพเพศชายพบได้บ่อยกว่าที่หลายคนคิด และส่วนใหญ่ประเมินและดูแลได้ สิ่งสำคัญคือไม่ควรมองว่าเป็น "เรื่องน่าอาย" เพราะบางครั้งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณแรกของปัญหาสุขภาพอื่นที่ควรได้รับการตรวจ
ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction: ED)
ED คือภาวะที่องคชาตแข็งตัวไม่เพียงพอหรือคงความแข็งตัวไม่นานพอสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ที่น่าพึงพอใจ พบมากขึ้นตามอายุ แต่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องยอมรับว่าเป็นธรรมชาติของวัยเสมอไป
สาเหตุมักเป็นหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งด้านหลอดเลือด (ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่) ฮอร์โมน ระบบประสาท ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด และปัจจัยด้านจิตใจหรือความสัมพันธ์ เช่น ความเครียดและความกังวลเรื่องสมรรถภาพ
แพทย์ประเมินอย่างไร
- ซักประวัติอาการ ระยะเวลา ปัจจัยกระตุ้น และผลต่อความสัมพันธ์
- ทบทวนโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด
- ตรวจร่างกาย วัดความดันโลหิต และตรวจเลือดตามความเหมาะสม เช่น น้ำตาล ไขมัน และฮอร์โมนเพศชาย
- ประเมินปัจจัยด้านจิตใจ ความเครียด และความสัมพันธ์
แนวทางการรักษา
แนวทางของ American Urological Association (AUA) แนะนำให้ตัดสินใจร่วมกันระหว่างแพทย์และผู้ป่วย โดยเริ่มจากการปรับปัจจัยเสี่ยง เช่น การออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก เลิกบุหรี่ และดูแลโรคประจำตัว [1]
ยากลุ่ม PDE5 inhibitors (เช่น sildenafil, tadalafil) เป็นการรักษาที่ได้ผลดีในผู้ป่วยจำนวนมาก แต่ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะห้ามใช้ร่วมกับยากลุ่มไนเตรต (ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ) และต้องระวังในผู้ที่มีโรคหัวใจบางชนิด
การหลั่งเร็ว (Premature Ejaculation)
การหลั่งเร็วเป็นปัญหาการหลั่งที่พบบ่อยที่สุดในผู้ชาย อาจเป็นมาตั้งแต่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ หรือเกิดขึ้นภายหลัง เช่น จากความเครียดหรือร่วมกับ ED
การดูแลมีทั้งการให้คำปรึกษาและเทคนิคทางพฤติกรรม การรักษาปัจจัยร่วม และการใช้ยาในบางราย ตามแนวทางของ AUA/SMSNA [3]
ฮอร์โมนเพศชายต่ำ (Testosterone Deficiency)
อาการที่อาจพบ เช่น ความต้องการทางเพศลดลง อ่อนเพลีย อารมณ์เปลี่ยนแปลง มวลกล้ามเนื้อลดลง การวินิจฉัยต้องมีทั้งอาการและผลเลือดที่ต่ำจริง โดยตรวจระดับ testosterone ในช่วงเช้าอย่างน้อย 2 ครั้ง [4][5]
การรักษาด้วยฮอร์โมนทดแทน (TRT) ต้องประเมินข้อห้าม เช่น ผู้ที่ต้องการมีบุตรในระยะใกล้ และต้องติดตามความเข้มข้นของเลือด (hematocrit) และค่าอื่นๆ อย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรซื้อฮอร์โมนมาใช้เอง
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
- มีปัญหาการแข็งตัวหรือการหลั่งต่อเนื่องเกิน 2–3 เดือน
- ปัญหาส่งผลต่อความมั่นใจหรือความสัมพันธ์
- มีโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันสูง หรือสูบบุหรี่ ร่วมกับอาการ
- ต้องการเริ่มหรือกำลังใช้ฮอร์โมนเพศชาย
ดูแลที่ Dr. Kris Clinic
Dr. Kris Clinic ดูแลปัญหาสุขภาพเพศชายโดยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่ผ่านการอบรมด้านเพศศาสตร์ ประเมินทั้งร่างกาย ฮอร์โมน หลอดเลือด และจิตใจ อย่างเป็นส่วนตัว
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ การใช้ยาทุกชนิดควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ หากมีอาการฉุกเฉิน กรุณาไปโรงพยาบาลใกล้บ้านหรือโทร 1669
เอกสารอ้างอิง
- Burnett AL, et al. Erectile Dysfunction: AUA Guideline. J Urol. 2018;200(3):633–641. ลิงก์
- Inman BA, et al. A population-based, longitudinal study of erectile dysfunction and future coronary artery disease. Mayo Clin Proc. 2009;84(2):108–113. ลิงก์
- Shindel AW, et al. Disorders of Ejaculation: An AUA/SMSNA Guideline. J Urol. 2022;207(3):504–512. ลิงก์
- Bhasin S, et al. Testosterone Therapy in Men With Hypogonadism: An Endocrine Society Clinical Practice Guideline. J Clin Endocrinol Metab. 2018;103(5):1715–1744. ลิงก์
- Mulhall JP, et al. Evaluation and Management of Testosterone Deficiency: AUA Guideline. J Urol. 2018;200(2):423–432. ลิงก์





