ในห้องตรวจ หมอเจอซิฟิลิสบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในวัยรุ่น วัยทำงาน และคนที่มีคู่เดียวมานานแต่เพิ่งมาตรวจครั้งแรก ข้อมูลเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรคปี 2568 ก็สะท้อนภาพเดียวกัน คือผู้ป่วยซิฟิลิสเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในรอบสิบปี ข่าวดีคือซิฟิลิสตรวจง่ายด้วยการเจาะเลือด และรักษาหายได้ ปัญหาคือหลายคนไม่รู้ตัวว่าเป็น เพราะอาการมาแล้วก็หายไปเองครับ
ซิฟิลิสคืออะไร ติดต่ออย่างไร
ซิฟิลิส (Syphilis) เกิดจากแบคทีเรีย Treponema pallidum ติดต่อเมื่อเยื่อบุหรือผิวหนังที่มีรอยถลอกสัมผัสกับแผลหรือผื่นที่มีเชื้อ ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือทางปาก นอกจากนี้ยังส่งต่อจากแม่สู่ทารกในครรภ์ได้ (ซิฟิลิสแต่กำเนิด) ซึ่งอาจทำให้แท้ง ทารกตายในครรภ์ หรือพิการ
ถุงยางอนามัยลดความเสี่ยงได้มาก แต่ถ้าแผลอยู่ตำแหน่งที่ถุงยางไม่ครอบ เช่น ถุงอัณฑะ ริมฝีปาก หรือรอบทวารหนัก ยังติดได้ การติดซิฟิลิสแล้วรักษาหาย ไม่ได้ทำให้มีภูมิคุ้มกัน ติดซ้ำได้อีก
อาการแต่ละระยะ
ระยะแรก (Primary Syphilis)
ประมาณ 3 สัปดาห์ (ช่วง 10–90 วัน) หลังรับเชื้อ จะมี แผลริมแข็ง (Chancre) ตรงจุดที่เชื้อเข้า เช่น อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือในปาก ลักษณะเป็นแผลขอบนูนแข็ง พื้นแผลเรียบสะอาด มักไม่เจ็บ อาจมีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต แผลหายเองใน 3–6 สัปดาห์ แผลในทวารหนักหรือช่องคลอดมักไม่มีใครสังเกตเห็น
ระยะที่สอง (Secondary Syphilis)
ประมาณ 4–10 สัปดาห์หลังติดเชื้อ เชื้อกระจายทั่วร่างกาย อาการที่พบบ่อยคือ
- ผื่นแดงหรือน้ำตาลแดงตามลำตัว มักขึ้นที่ฝ่ามือฝ่าเท้า ส่วนใหญ่ไม่คัน
- ไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโตหลายแห่ง
- ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ แผลตื้นในปาก หรือตุ่มนูนชื้นบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก (Condylomata lata) ซึ่งมีเชื้อมาก
อาการระยะนี้ก็หายเองได้อีก ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นผื่นแพ้หรือไวรัสทั่วไป
ระยะแฝง (Latent Syphilis)
ไม่มีอาการใด ๆ ตรวจเจอได้จากเลือดเท่านั้น แบ่งเป็น ระยะแฝงต้น (ติดเชื้อไม่เกิน 1 ปี) และ ระยะแฝงปลายหรือไม่ทราบระยะ ซึ่งมีผลต่อสูตรการรักษา
ระยะท้าย (Tertiary Syphilis)
เกิดหลังติดเชื้อหลายปีในคนที่ไม่ได้รักษา เชื้อทำลายหลอดเลือดหัวใจใหญ่ ผิวหนัง กระดูก หรือระบบประสาท ปัจจุบันพบน้อยเพราะคนส่วนใหญ่ได้ยาปฏิชีวนะไปบ้างโดยบังเอิญ แต่ยังเกิดได้
ซิฟิลิสขึ้นตา หู และระบบประสาท เกิดได้ทุกระยะ
นี่คือจุดที่หลายคนไม่รู้ ซิฟิลิสอาจลามเข้าตา (Ocular Syphilis) หู (Otosyphilis) หรือสมอง (Neurosyphilis) ได้ ตั้งแต่ระยะแรก ๆ ไม่ต้องรอหลายสิบปี
- ~3 สัปดาห์ระยะแรก: แผลริมแข็ง
(10–90 วัน) แผลขอบนูนแข็ง มักไม่เจ็บ หายเองใน 3–6 สัปดาห์
- 4–10 สัปดาห์ระยะสอง: ผื่นทั่วตัว
มักขึ้นฝ่ามือฝ่าเท้า ไม่คัน ไข้ต่ำ ต่อมน้ำเหลืองโต
- ≤ 1 ปีระยะแฝงต้น
ไม่มีอาการ ตรวจเจอจากเลือดเท่านั้น
- > 1 ปีระยะแฝงปลาย / ไม่ทราบระยะ
ยังไม่มีอาการ แต่สูตรการรักษาต่างจากระยะแฝงต้น
- หลายปีระยะท้าย
ทำลายหลอดเลือดหัวใจ ผิวหนัง กระดูก หรือระบบประสาท
ซิฟิลิสขึ้นตา หู หรือระบบประสาท เกิดได้ทุกระยะ ตามัว หูอื้อเฉียบพลัน ต้องพบแพทย์ทันที
การตรวจเลือดซิฟิลิส และการแปลผล
การวินิจฉัยใช้การตรวจเลือด 2 กลุ่มร่วมกัน
- การตรวจไม่จำเพาะ (Non-treponemal) ได้แก่ RPR หรือ VDRL รายงานเป็นค่าไตเตอร์ เช่น 1:8 หรือ 1:32 บอกว่าโรค “กำลังทำงาน” แค่ไหน และใช้ติดตามผลการรักษา
- การตรวจจำเพาะ (Treponemal) ได้แก่ TPHA, TPPA, FTA-ABS หรือ EIA/CLIA บอกว่า “เคยติดเชื้อ” และมักบวกไปตลอดชีวิตแม้รักษาหายแล้ว
| RPR/VDRL | TPHA/การตรวจจำเพาะ | ความหมายที่เป็นไปได้ |
|---|---|---|
| บวก | บวก | ติดเชื้ออยู่ หรือเพิ่งรักษาและไตเตอร์ยังไม่ลด ต้องดูประวัติการรักษาเดิม |
| ลบ | บวก | เคยติดและรักษาแล้ว หรือติดเชื้อระยะแรกมาก ๆ หรือระยะแฝงนาน ต้องให้แพทย์ประเมิน |
| บวก | ลบ | มักเป็นผลบวกลวง เช่น จากโรคภูมิต้านตนเอง ตั้งครรภ์ หรือการติดเชื้ออื่น |
| ลบ | ลบ | ไม่พบการติดเชื้อ ยกเว้นเพิ่งเสี่ยงไม่ถึง 3–6 สัปดาห์ |
ถ้ามีแผล แพทย์อาจป้ายแผลส่งตรวจ PCR หาเชื้อโดยตรงได้ การตรวจ PCR จากปัสสาวะไม่เหมาะกับการคัดกรองซิฟิลิส ดูเหตุผลที่ ตรวจ STI แบบ PCR 14 เชื้อ
TPHA มักบวกตลอดชีวิตแม้รักษาหายแล้ว ส่วน RPR ใช้ติดตามผลการรักษา
ใครควรตรวจซิฟิลิส
- หญิงตั้งครรภ์ทุกคน ตั้งแต่ฝากครรภ์ครั้งแรก และตรวจซ้ำตามแนวทาง
- ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย หญิงข้ามเพศ ผู้ใช้ PrEP และผู้อยู่ร่วมกับ HIV ทุก 3–6 เดือน
- คนที่มีคู่ใหม่หรือหลายคน และคู่ของผู้ที่ได้รับการวินิจฉัย
- ทุกคนที่มีแผลหรือผื่นที่อธิบายไม่ได้ หรือกำลังตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น
ผลบวกแล้ว ทำอย่างไรต่อ
- อย่าซื้อยากินเอง ยาปฏิชีวนะบางชนิดที่คนชอบซื้อ เช่น azithromycin ใช้ไม่ได้ผลกับซิฟิลิสแล้วเพราะเชื้อดื้อยา
- พบแพทย์เพื่อประเมินระยะ ตรวจ HIV และโรคอื่นร่วมด้วย
- รับการรักษาตามระยะ ยาหลักคือ เพนิซิลลินชนิดออกฤทธิ์นาน (Benzathine Penicillin G) แบบฉีด รายละเอียดอยู่ใน การรักษาซิฟิลิสและการติดตามผลเลือด
- แจ้งคู่ให้ไปตรวจและรักษา หมอช่วยคิดวิธีบอกได้ อ่านที่ เมื่อคู่ของเราติด STI
- งดเพศสัมพันธ์จนรักษาครบและแผลหรือผื่นหายแล้ว
ถ้าใจหนักกับผลตรวจ ขอให้รู้ว่าซิฟิลิสเป็นการติดเชื้อที่รักษาได้ ไม่ได้บอกคุณค่าของคุณ อ่าน รู้สึกผิดหลังติดโรค ได้ครับ
การป้องกัน
- ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง และตรวจเลือดเป็นระยะตามความเสี่ยง
- รักษาคู่ไปพร้อมกัน เพื่อตัดวงจรการติดซ้ำ
- ในบางกลุ่มที่ติดซ้ำบ่อย อาจพิจารณา Doxy-PEP ตามคำแนะนำแพทย์
คลินิกช่วยอะไรได้
ที่ Dr. Kris Clinic มีบริการตรวจเลือดซิฟิลิสทั้งการตรวจคัดกรองและการตรวจจำเพาะ แปลผลร่วมกับประวัติเดิม รักษา ติดตามค่าไตเตอร์ และดูแลคู่ไปพร้อมกันแบบเป็นส่วนตัว ถ้ามีอาการทางตา หู หรือระบบประสาท หมอจะส่งต่อโรงพยาบาลทันที เพราะต้องได้ยาทางหลอดเลือดดำ


1
2
3











