บางคนไม่กล้าไปตรวจ HIV ที่โรงพยาบาลเพราะกลัวเจอคนรู้จัก หรือกลัวสายตาคนอื่น ชุดตรวจ HIV ด้วยตนเอง (HIV Self-Test) จึงช่วยให้คนจำนวนมากกล้าตรวจมากขึ้น องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้ชุดตรวจด้วยตนเองเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการตรวจ HIV และในประเทศไทยชุดตรวจที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. ใช้ได้ถูกกฎหมาย แต่เพื่อให้ผลมีความหมาย ต้องเข้าใจว่าชุดตรวจทำงานอย่างไร และตรวจเมื่อไรครับ
HIV Self-Test คืออะไร
คือชุดตรวจที่ทำได้เองที่บ้าน ใช้ตัวอย่าง 2 แบบ
- เลือดปลายนิ้ว เจาะด้วยเข็มสปริงที่มากับชุด หยดเลือดลงแถบหรือหลุมทดสอบ รู้ผลในไม่กี่นาทีถึง 15 นาทีตามยี่ห้อ
- น้ำในช่องปาก ป้ายเหงือกด้านบนและล่าง รอผลประมาณ 20 นาที
ชุดตรวจด้วยตนเองเกือบทั้งหมดตรวจ แอนติบอดี (Antibody) ซึ่งร่างกายสร้างหลังติดเชื้อไประยะหนึ่ง จึงมีช่วงที่ติดเชื้อแล้วแต่ตรวจไม่เจอ เรียกว่า ระยะฟักตัวของการตรวจ (Window Period) แบบน้ำลายมักตรวจเจอช้ากว่าแบบเลือดเล็กน้อย
เทียบการตรวจ 3 แบบ
| วิธีตรวจ | ตรวจอะไร | ตรวจเจอได้ประมาณ | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| Self-Test / Rapid Test ปลายนิ้ว | แอนติบอดี | 23–90 วันหลังเสี่ยง | คัดกรองเบื้องต้น ตรวจซ้ำระหว่าง PrEP |
| ตรวจแล็บ Ag/Ab รุ่นที่ 4 (4th Gen) | แอนติเจน p24 + แอนติบอดี | 18–45 วัน | ตรวจมาตรฐาน ใช้วินิจฉัย |
| NAT / HIV RNA PCR | สารพันธุกรรมไวรัส | 10–33 วัน | กรณีพิเศษ เช่น สงสัยติดเชื้อระยะแรก |
ตัวเลขเหล่านี้มาจากข้อมูลของ CDC และเป็นช่วงที่ครอบคลุมคนส่วนใหญ่ อ่านเรื่องนี้แบบละเอียดได้ที่ ระยะฟักตัวและช่วงเวลาตรวจ HIV
- 10–33 วันNAT / HIV RNA PCR
ตรวจสารพันธุกรรมไวรัส ใช้ในกรณีพิเศษ
- 18–45 วันแล็บ Ag/Ab รุ่นที่ 4
แอนติเจน p24 + แอนติบอดี ตรวจมาตรฐาน ใช้วินิจฉัย
- 23–90 วันSelf-Test / ปลายนิ้ว
ตรวจแอนติบอดี เหมาะกับคัดกรองเบื้องต้น
ช่วงเวลาตามข้อมูลของ CDC ครอบคลุมคนส่วนใหญ่ แบบน้ำลายมักตรวจเจอช้ากว่าแบบเลือดเล็กน้อย
ข้อดีและข้อจำกัด
ข้อดี
- สะดวก เป็นส่วนตัว ทำได้ทุกเวลา
- รู้ผลเร็ว ช่วยให้คนที่ไม่เคยตรวจเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น
- ใช้ตรวจเบื้องต้นก่อนเริ่ม PrEP หรือ PEP ร่วมกับการปรึกษาแพทย์ทางไกล
ข้อจำกัด
- ตรวจเร็วเกินไปอาจได้ผลลบลวง
- ทำผิดขั้นตอน เช่น เลือดน้อยไป อ่านผลก่อนหรือหลังเวลาที่กำหนด ทำให้ผลคลาดเคลื่อน
- ผลบวกเป็นเพียง ผลที่ต้องยืนยัน (Reactive) ยังไม่ใช่การวินิจฉัย
- ไม่ได้ตรวจโรคอื่น เช่น ซิฟิลิสหรือไวรัสตับอักเสบ
วิธีตรวจให้ได้ผลน่าเชื่อถือ
- เลือกชุดตรวจที่ขึ้นทะเบียน อย. และยังไม่หมดอายุ เก็บในอุณหภูมิตามฉลาก
- อ่านคู่มือหรือดูวิดีโอจากผู้ผลิตก่อนเริ่ม
- ล้างมือด้วยน้ำอุ่น ให้นิ้วอุ่นเลือดจะออกง่าย
- ใส่ตัวอย่างและน้ำยาตามปริมาณที่กำหนด
- ตั้งเวลา อ่านผลตามนาทีที่คู่มือบอก ไม่ก่อนและไม่หลังนานเกินไป
- ถ้าแถบควบคุม (Control) ไม่ขึ้น แปลว่าชุดตรวจใช้ไม่ได้ ต้องตรวจใหม่
ผลออกมาแล้ว ทำอย่างไรต่อ
ผลลบ (Non-reactive)
- ถ้าตรวจหลังเสี่ยงครั้งล่าสุดเกิน 3 เดือน และไม่มีความเสี่ยงใหม่ เชื่อถือได้ดี
- ถ้ายังไม่ถึง 3 เดือน ผลลบบอกได้เพียงสถานะ ณ ช่วงก่อนหน้า ควรตรวจซ้ำตามกำหนด
- ถ้ามีความเสี่ยงต่อเนื่อง พิจารณา PrEP ยาป้องกัน HIV ก่อนเสี่ยง
ผลบวก (Reactive)
- อย่าเพิ่งตกใจ ผลบวกลวงเกิดได้ ต้องตรวจยืนยันที่สถานพยาบาลด้วยวิธีมาตรฐาน
- ถ้ายืนยันว่าติดเชื้อ ปัจจุบันยาต้านไวรัสทำให้มีชีวิตยืนยาวใกล้เคียงคนทั่วไป และเมื่อไวรัสตรวจไม่พบจะไม่ส่งต่อเชื้อทางเพศสัมพันธ์ อ่านที่ การรักษา HIV และ U=U
- ถ้ารู้สึกท่วมท้น โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อควรรู้สำหรับคนที่ใช้ PrEP หรือ PEP
ยาต้านไวรัสอาจทำให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีช้าลงในกรณีที่ติดเชื้อระหว่างใช้ยา ผลจากชุดตรวจด้วยตนเองจึงอาจตรวจไม่เจอได้นานกว่าปกติ ผู้ใช้ PrEP ควรตรวจตามนัดทุก 3 เดือน และแจ้งแพทย์ทันทีถ้ามีไข้ เจ็บคอ ผื่น ต่อมน้ำเหลืองโต ซึ่งอาจเป็นอาการติดเชื้อระยะแรก
ที่ Dr. Kris Clinic สำหรับผู้รับ PrEP หรือ PEP ทางไกลที่ยังไม่มีผลเลือดจากแล็บ หมอจะให้ตรวจปลายนิ้วก่อนเริ่มยา แล้วนัดตรวจซ้ำตามมาตรฐานระหว่างและหลังใช้ยา
ตรวจได้ที่ไหนบ้าง
- คนไทยที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตรวจ HIV ฟรีที่โรงพยาบาลตามสิทธิได้ และมีช่องทางรับชุดตรวจด้วยตนเองฟรีผ่านแอปเป๋าตังตามเงื่อนไขของ สปสช.
- คลินิกนิรนาม หน่วยงานภาคประชาสังคม และคลินิกเอกชน
- ที่ Dr. Kris Clinic มีทั้งตรวจที่คลินิก และส่งชุดตรวจปลายนิ้วพร้อมการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ ดูรายละเอียดบริการทางไกลที่ รับ PrEP/PEP ออนไลน์ผ่าน Telemedicine


1
2
3













