Dr. Kris ClinicDr. Kris ClinicKnowledge
STI · HIV · PrEP

PrEP ยาป้องกัน HIV ก่อนเสี่ยง เหมาะกับใคร กินอย่างไร และขั้นตอนรับยา

PrEP คือการกินยาต้านไวรัสก่อนมีความเสี่ยงเพื่อป้องกัน HIV ใช้ได้ทุกเพศ ปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ และได้ผลสูงมากเมื่อกินสม่ำเสมอร่วมกับการตรวจเลือดทุก 3 เดือน

PrEP ยาป้องกัน HIV ก่อนเสี่ยง เหมาะกับใคร กินอย่างไร และขั้นตอนรับยา

สรุปสั้น ๆ

  • PrEP เหมาะกับคนที่ HIV เป็นลบและมีความเสี่ยงซ้ำ ๆ ใช้ได้ทุกเพศ เมื่อกินสม่ำเสมอป้องกันได้ราว 99%
  • ก่อนเริ่มต้องตรวจ HIV การทำงานของไต และไวรัสตับอักเสบบี แล้วติดตามทุก 3 เดือน
  • กินทุกวันประมาณ 7 วันจึงป้องกันเต็มที่ ชายรักชายบางกลุ่มเลือกแบบ 2-1-1 ได้

PrEP เปลี่ยนชีวิตคนจำนวนมากที่หมอดูแล จากที่เคยนอนไม่หลับหลังทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ กลายเป็นความมั่นใจว่าตัวเองได้รับการป้องกัน ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ในเอเชียที่ใช้ PrEP อย่างกว้างขวาง และบรรจุ PrEP ในสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตั้งแต่ปี 2562 แต่ PrEP จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อใช้ถูกคน ถูกวิธี และตรวจติดตามตามนัดครับ

PrEP คืออะไร ทำงานอย่างไร

PrEP ย่อมาจาก Pre-Exposure Prophylaxis คือการกินยาต้านไวรัสก่อนมีความเสี่ยง เพื่อให้มีระดับยาในเลือดและเนื้อเยื่อพร้อมสกัดไวรัสไม่ให้ตั้งตัวได้ ยาที่ใช้ในไทยเป็นยาเม็ดรวม 2 ตัว คือ Tenofovir Disoproxil Fumarate (TDF) ร่วมกับ Emtricitabine (FTC) หรือ Lamivudine (3TC) วันละ 1 เม็ด นอกจากนี้ยังมีสูตร Tenofovir Alafenamide ร่วมกับ Emtricitabine (F/TAF) ที่ขึ้นทะเบียนในไทยแล้ว ใช้ได้ในชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและหญิงข้ามเพศ แต่ยังไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด

ถ้ากินสม่ำเสมอ PrEP ลดความเสี่ยงติด HIV จากเพศสัมพันธ์ได้ราว 99% ปัญหาส่วนใหญ่ที่ป้องกันไม่ได้เกิดจากการลืมกินยา ไม่ใช่ยาไม่ได้ผล

PrEP เหมาะกับใคร

  • มีคู่หลายคน หรือมีคู่ใหม่ที่ไม่ทราบสถานะ HIV
  • ใช้ถุงยางไม่สม่ำเสมอ
  • มีคู่ที่มีเชื้อ HIV และยังกดไวรัสไม่ได้ หรือไม่แน่ใจผลการรักษา
  • เพิ่งเป็นซิฟิลิส หนองใน หรือหนองในเทียม
  • เคยใช้ PEP มาแล้ว โดยเฉพาะมากกว่าหนึ่งครั้ง อ่านความต่างที่ PrEP กับ PEP ต่างกันอย่างไร
  • พนักงานบริการ ผู้ใช้สารเสพติดร่วมกับเพศสัมพันธ์ หรือผู้ใช้เข็มร่วมกัน ดูเพิ่มที่ สุขภาพพนักงานบริการ
  • ใครก็ตามที่ขอ PrEP เพราะรู้สึกว่าตัวเองมีความเสี่ยง แนวทางสากลสนับสนุนให้จ่ายได้โดยไม่ต้องอธิบายรายละเอียดทุกเรื่อง

ก่อนเริ่ม ต้องตรวจอะไร

  1. HIV ต้องเป็นลบก่อนเริ่มเสมอ ถ้าเพิ่งเสี่ยงไม่เกิน 72 ชั่วโมง แพทย์จะให้ PEP ก่อนแล้วต่อด้วย PrEP
  2. การทำงานของไต (Creatinine, eGFR)
  3. ไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg) เพราะยา PrEP มีฤทธิ์ต่อไวรัสตับอักเสบบีด้วย ถ้ามีเชื้ออยู่แล้ว การหยุดยากะทันหันอาจทำให้ตับอักเสบกำเริบ ถ้าไม่มีภูมิควรฉีดวัคซีน
  4. ไวรัสตับอักเสบซี ซิฟิลิส และ STI อื่น ตามความเสี่ยง ดูที่ ตรวจ STI แบบ PCR
  5. การตั้งครรภ์ ในผู้ที่อาจตั้งครรภ์ PrEP ใช้ได้ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร แต่ควรวางแผนร่วมกับแพทย์

ถ้ายังไม่มีผลเลือดจากห้องปฏิบัติการ หมออาจให้ตรวจ HIV ปลายนิ้วก่อนเริ่มยา แล้วตรวจเลือดอื่นตามมา อ่านเรื่องชุดตรวจที่ HIV Self-Test

กินอย่างไร

แบบกินทุกวัน (Daily PrEP) ใช้ได้กับทุกเพศ

  • กินวันละ 1 เม็ด เวลาใกล้เคียงกันทุกวัน พร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้
  • ต้องกินต่อเนื่อง ประมาณ 7 วัน ก่อนจะถือว่าป้องกันได้เต็มที่ ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายเริ่มด้วย 2 เม็ดพร้อมกันก่อนเสี่ยง 2–24 ชั่วโมงแล้วกินต่อทุกวันได้ ตามแนวทางองค์การอนามัยโลก
  • ลืม 1 วัน ให้กินทันทีที่นึกได้ แล้วกินต่อตามปกติ ไม่ต้องกินสองเม็ดชดเชยในวันถัดไป

แบบเฉพาะกิจ 2-1-1

เหมาะกับชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และผู้ที่เกิดมาเป็นเพศชายที่ไม่ได้ใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีเพศสัมพันธ์ไม่บ่อยและวางแผนล่วงหน้าได้ อ่านละเอียดที่ PrEP แบบเฉพาะกิจ 2-1-1

แบบฉีด

Cabotegravir ทุก 2 เดือน ขึ้นทะเบียนในไทยแล้วแต่ยังมีให้บริการในบางแห่ง ส่วน Lenacapavir ปีละ 2 ครั้งอยู่ระหว่างการพิจารณาและเตรียมโครงการนำร่อง ดูที่ PrEP แบบฉีด

ผลข้างเคียงและความปลอดภัย

  • ช่วงแรก บางคนคลื่นไส้ ท้องอืด ปวดศีรษะ อ่อนเพลียเล็กน้อย มักหายเองใน 2–4 สัปดาห์
  • ไต ค่าการทำงานของไตอาจลดลงเล็กน้อย ส่วนใหญ่ไม่มีอาการและกลับมาเมื่อหยุดยา จึงต้องตรวจเป็นระยะ คนที่มีเบาหวาน ความดันสูง หรืออายุมาก ควรตรวจบ่อยขึ้น
  • กระดูก ความหนาแน่นกระดูกลดลงเล็กน้อยในช่วงแรก ไม่เพิ่มกระดูกหักอย่างมีนัยสำคัญในการศึกษา
  • ฮอร์โมนข้ามเพศ ใช้ร่วมกับ PrEP แบบกินทุกวันได้ ระดับฮอร์โมนไม่ได้รับผลกระทบในทางที่สำคัญ ดูเพิ่มที่ การใช้ฮอร์โมนเพื่อยืนยันเพศ
  • ระวังการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ขนาดสูงต่อเนื่อง เพราะเพิ่มภาระต่อไต

หยุดยาอย่างไรให้ปลอดภัย

  • กินต่ออีก 2 วันหลังความเสี่ยงครั้งสุดท้าย สำหรับชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และประมาณ 7 วัน สำหรับกลุ่มอื่นตามแนวทางองค์การอนามัยโลก
  • ผู้ที่มีไวรัสตับอักเสบบี ห้ามหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • อยากกลับมาเริ่มใหม่ ต้องตรวจ HIV ก่อนเสมอ
แผนภาพPrEP แบบกินทุกวัน: เริ่ม ใช้ และหยุด
  1. ก่อนเริ่ม
    ตรวจ HIV ต้องเป็นลบ

    ตรวจไต ตับอักเสบบี และ STI ตามความเสี่ยง

  2. ~7 วันแรก
    กินต่อเนื่องจึงป้องกันเต็มที่

    MSM เริ่มด้วย 2 เม็ดก่อนเสี่ยง 2–24 ชม. ตามแนวทาง WHO

  3. ทุก 3 เดือน
    ตรวจติดตาม

    HIV STI ทบทวนการกินยา และตรวจไตเป็นระยะ

  4. เมื่อจะหยุด
    กินต่อหลังเสี่ยงครั้งสุดท้าย

    MSM 2 วัน กลุ่มอื่นประมาณ 7 วัน ผู้มีตับอักเสบบีห้ามหยุดเอง

กินสม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงติด HIV จากเพศสัมพันธ์ได้ราว 99% กลับมาเริ่มใหม่ต้องตรวจ HIV ก่อนเสมอ

ขั้นตอนรับ PrEP ที่ Dr. Kris Clinic

  1. ซักประวัติ ความเสี่ยง โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และประวัติ PEP ที่คลินิกหรือออนไลน์
  2. ตรวจเลือด HIV และการตรวจพื้นฐาน หรือตรวจปลายนิ้วก่อนถ้ารับยาทางไกล
  3. ปรึกษาแพทย์ เลือกรูปแบบที่เหมาะ อธิบายวิธีกิน ผลข้างเคียง และสิ่งที่ต้องระวัง
  4. รับยา ที่คลินิกหรือจัดส่งถึงบ้านแบบไม่ระบุชื่อสินค้า
  5. ติดตามทุก 3 เดือน ตรวจ HIV ตรวจ STI ทบทวนการกินยา และตรวจไตเป็นระยะ

รายละเอียดการรับบริการทางไกลอยู่ที่ รับ PrEP/PEP ออนไลน์ผ่าน Telemedicine

แผนภาพขั้นตอนรับ PrEP 5 ขั้น
  1. 1ซักประวัติความเสี่ยง โรคประจำตัว ยาที่ใช้ ประวัติ PEP
  2. 2ตรวจเลือดHIV และพื้นฐาน หรือตรวจปลายนิ้วก่อนถ้ารับยาทางไกล
  3. 3ปรึกษาแพทย์เลือกรูปแบบ วิธีกิน ผลข้างเคียง
  4. 4รับยาที่คลินิก หรือส่งถึงบ้านแบบไม่ระบุชื่อสินค้า
  5. 5ติดตามทุก 3 เดือนตรวจ HIV STI และไตเป็นระยะ

เมื่อไรต้องรีบติดต่อแพทย์

ถ้ามีไข้ เจ็บคอ ผื่น ต่อมน้ำเหลืองโต หรือปวดเมื่อยคล้ายไข้หวัดใหญ่ในช่วงที่ใช้ PrEP หรือหลังลืมกินยาหลายวัน อาจเป็นอาการของการติดเชื้อ HIV ระยะแรก ต้องตรวจโดยเร็ว ไม่ควรกินยาต่อไปเองโดยไม่ตรวจ เพราะถ้าติดเชื้อแล้ว การใช้ยาเพียง 2 ตัวอาจทำให้เชื้อดื้อยา

ทางเลือกการรักษาและราคา

ยาและบริการที่แพทย์อาจพิจารณา

ราคาต่อแพ็ก ยาทุกรายการจ่ายหลังแพทย์ประเมินแล้วเท่านั้น แพทย์จะแนะนำว่าตัวไหนเหมาะกับคุณ ดูยาและบริการทั้งหมด

ขั้นต่อไป

อยากให้หมอช่วยดูเรื่องนี้ ทำได้ใน 3 ขั้น

อ่านบทความเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เมื่อพร้อม ลองประเมินตัวเองก่อน ดูว่าการปรึกษาเป็นอย่างไร แล้วค่อยนัดเวลาที่สะดวก

แบบประเมินเป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยและไม่แทนการประเมินโดยแพทย์ ผลลัพธ์ของการดูแลแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ความซับซ้อนของปัญหา และปัจจัยอื่น ๆ

Consult Dr. Kris

มีความเสี่ยง HIV หรืออยากเริ่ม PrEP

ปรึกษาแพทย์ได้ทั้งที่คลินิกและออนไลน์ ถ้าเพิ่งเสี่ยง ยิ่งเริ่ม PEP เร็วยิ่งดี ภายใน 72 ชั่วโมง

นัดหมายออนไลน์แชท LINE @dr.krisclinicดูรายการยาและบริการ

ยาและบริการทุกรายการต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อน

คำถามที่พบบ่อย

กิน PrEP กี่วันถึงป้องกันได้

แบบกินทุกวันต้องประมาณ 7 วัน ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายเริ่มด้วย 2 เม็ดก่อนเสี่ยง 2–24 ชั่วโมงแล้วกินต่อได้ ซึ่งป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักได้ตั้งแต่ครั้งนั้น

กิน PrEP แล้วไม่ต้องใช้ถุงยางได้ไหม

PrEP ป้องกัน HIV ได้สูงมาก แต่ไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นและการตั้งครรภ์ การใช้ถุงยางร่วมด้วยยังเป็นทางเลือกที่ดี และควรตรวจ STI ทุก 3 เดือน

PrEP ทำให้ไตพังไหม

ในคนส่วนใหญ่ผลต่อไตน้อยมากและกลับคืนได้เมื่อหยุดยา แพทย์จะตรวจการทำงานของไตก่อนเริ่มและเป็นระยะ

ดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างกิน PrEP ได้ไหม

ไม่มีปฏิกิริยาระหว่างยาที่สำคัญ แต่การดื่มหนักทำให้ลืมกินยาและเสี่ยงมากขึ้น ควรวางระบบเตือนตัวเอง

English edition

Read this article in English

PrEP for HIV Prevention: Who It Suits, How to Take It, How to Start →

Full English version for international patients and visitors.

เอกสารอ้างอิง

  1. Centers for Disease Control and Prevention. Preexposure Prophylaxis for the Prevention of HIV Infection in the United States — 2021 Update: A Clinical Practice Guideline.
  2. World Health Organization. Differentiated and simplified pre-exposure prophylaxis for HIV prevention: update to WHO implementation guidance. Technical brief, 2022.
  3. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการให้บริการยาเพร็พ (PrEP) ประเทศไทย ปี 2564 (Thailand National Guidelines for PrEP 2021).
  4. Grant RM, et al. Preexposure chemoprophylaxis for HIV prevention in men who have sex with men. N Engl J Med 2010;363(27):2587-2599.

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือกังวล ควรปรึกษาแพทย์

Dr. Kris Clinicคลินิกเวชศาสตร์ครอบครัวและสุขภาพเพศ สุราษฎร์ธานีดูแลโดย นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ · ว.48387

เวลาทำการ

  • จันทร์ปิดทำการ
  • อังคาร – ศุกร์17:00 – 20:00
  • เสาร์ – อาทิตย์10:00 – 15:00

ปรึกษาออนไลน์ได้ทั่วประเทศ

ติดต่อ