หลังจาก PrEP แบบเม็ดช่วยป้องกัน HIV ได้มหาศาล ปัญหาใหญ่ที่หมอเจอคือ “ลืมกินยา” หรือ “ไม่อยากมีขวดยาที่บ้าน” PrEP แบบฉีดเกิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์นี้ และเป็นข่าวที่คนไข้ถามหมอบ่อยมากในช่วงปีที่ผ่านมา บทความนี้สรุปทั้งข้อมูลยา งานวิจัย และสถานะจริงในประเทศไทย ณ เดือนตุลาคม 2569 เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครับ
PrEP แบบฉีดมีกี่ชนิด
| หัวข้อ | Cabotegravir (CAB-LA) | Lenacapavir (LEN) |
|---|---|---|
| ชื่อการค้าที่รู้จัก | Apretude | Yeztugo (สหรัฐฯ) |
| วิธีให้ยา | ฉีดเข้ากล้ามเนื้อสะโพก | ฉีดใต้ผิวหนังหน้าท้อง |
| ความถี่ | 2 เข็มแรกห่างกัน 1 เดือน จากนั้นทุก 2 เดือน | ทุก 6 เดือน (ร่วมกับยาเม็ดช่วงเริ่มต้น) |
| งานวิจัยหลัก | HPTN 083 และ HPTN 084 | PURPOSE 1 และ PURPOSE 2 |
| คำแนะนำ WHO | ปี 2565 | กรกฎาคม 2568 |
Cabotegravir (CAB-LA)
Apretude
- ฉีดเข้ากล้ามเนื้อสะโพก
- 2 เข็มแรกห่าง 1 เดือน แล้วทุก 2 เดือน
- HPTN 083 / 084
- ขึ้นทะเบียนในไทยปี 2567
Lenacapavir (LEN)
Yeztugo (สหรัฐฯ)
- ฉีดใต้ผิวหนังหน้าท้อง
- ทุก 6 เดือน
- PURPOSE 1 / 2
- ไทยอยู่ระหว่างพิจารณาขึ้นทะเบียน
ทั้งสองแบบต้องตรวจ HIV ก่อนฉีดทุกครั้ง และไม่ป้องกัน STI อื่น
Cabotegravir ฉีดทุก 2 เดือน
Cabotegravir เป็นยาต้านไวรัสกลุ่มยับยั้งเอนไซม์อินทิเกรส (Integrase Inhibitor) ชนิดออกฤทธิ์นาน งานวิจัย HPTN 083 ในชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและหญิงข้ามเพศ ซึ่งมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในพื้นที่ศึกษา พบว่ากลุ่มที่ได้ยาฉีดติดเชื้อน้อยกว่ากลุ่มยากินราว 66% และ HPTN 084 ในผู้หญิงพบว่าน้อยกว่าราว 89% ส่วนใหญ่เป็นเพราะไม่มีปัญหาลืมกินยา
ข้อควรรู้
- ต้องมาฉีดตรงนัด คลาดได้ไม่เกินประมาณ 7 วัน
- ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือปวด บวม หรือเป็นก้อนตรงที่ฉีด ซึ่งมักลดลงเมื่อฉีดไปหลายครั้ง บางคนมีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ
- ถ้าติดเชื้อ HIV ระหว่างใช้ยาหรือช่วงที่ยาค่อย ๆ หมดฤทธิ์ เชื้ออาจดื้อยากลุ่มเดียวกับยารักษาหลัก จึงต้องตรวจ HIV ทุกครั้งก่อนฉีด
Lenacapavir ฉีดปีละ 2 ครั้ง
Lenacapavir เป็นยากลุ่มใหม่ที่ยับยั้งเปลือกหุ้มไวรัส (Capsid Inhibitor) การศึกษา PURPOSE 1 ในหญิงสาวในแอฟริกาใต้และยูกันดา ตีพิมพ์ใน NEJM ปี 2567 ไม่พบผู้ติดเชื้อเลย ในกลุ่มที่ได้ Lenacapavir และ PURPOSE 2 ในชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย หญิงข้ามเพศ และผู้มีความหลากหลายทางเพศหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อเพียง 2 รายจากผู้เข้าร่วมกว่า 2,000 คน
สำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ อนุมัติเมื่อมิถุนายน 2568 และ องค์การอนามัยโลกแนะนำ Lenacapavir เป็นทางเลือก PrEP เพิ่มเติมเมื่อ 14 กรกฎาคม 2568 พร้อมแนะนำให้ใช้การตรวจ HIV แบบเร็ว (Rapid Test) สำหรับยาฉีดออกฤทธิ์นาน เพื่อให้บริการได้ทั้งในชุมชน ร้านยา คลินิก และบริการทางไกล
สถานะในประเทศไทย (ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569)
- Cabotegravir ได้รับการขึ้นทะเบียนในไทยในปี 2567 บางสถานบริการในกรุงเทพฯ เช่น คลินิกนิรนาม ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่ต้นปี 2568 แต่จำนวนผู้ใช้ยังน้อย และยังไม่ได้มีทั่วไปทุกจังหวัด
- Lenacapavir อยู่ระหว่างการพิจารณาขึ้นทะเบียน กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมทีมจาก 9 สถานบริการในกรุงเทพฯ เมื่อปลายเดือนกันยายน 2569 เพื่อเตรียมโครงการนำร่อง และไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่กองทุนโลก (Global Fund) วางแผนจัดหายาให้ภายในปี 2570
- ยาสามัญของ Lenacapavir สำหรับประเทศรายได้ปานกลางคาดว่าจะเริ่มเข้าสู่ตลาดราวต้นปี 2570 ซึ่งน่าจะช่วยให้เข้าถึงได้มากขึ้น
สถานการณ์นี้เปลี่ยนเร็ว หมอจะอัปเดตเมื่อมีประกาศอย่างเป็นทางการ ระหว่างนี้ ถ้าคุณกำลังมีความเสี่ยง อย่ารอยาฉีด PrEP แบบกินที่มีอยู่แล้วได้ผลสูงมากเมื่อกินสม่ำเสมอ อ่านที่ PrEP ยาป้องกัน HIV ก่อนเสี่ยง และ PrEP แบบเฉพาะกิจ 2-1-1
- 2565WHO แนะนำ Cabotegravir
เป็นทางเลือก PrEP แบบฉีดชนิดแรก
- 2567Cabotegravir ขึ้นทะเบียนในไทย
บางสถานบริการในกรุงเทพฯ เปิดลงทะเบียนต้นปี 2568
- มิ.ย. 2568FDA อนุมัติ Lenacapavir
ฉีดปีละ 2 ครั้ง
- 14 ก.ค. 2568WHO แนะนำ Lenacapavir
พร้อมแนะนำใช้ Rapid Test สำหรับยาฉีดออกฤทธิ์นาน
- ก.ย. 2569เตรียมโครงการนำร่องในไทย
อบรมทีมจาก 9 สถานบริการในกรุงเทพฯ
- 2570คาดว่าเข้าถึงได้มากขึ้น
Global Fund วางแผนจัดหายา และยาสามัญเริ่มเข้าตลาด
สถานการณ์เปลี่ยนเร็ว ระหว่างนี้ถ้ามีความเสี่ยง อย่ารอยาฉีด PrEP แบบกินได้ผลสูงมาก
ใครน่าจะได้ประโยชน์จากยาฉีด
- คนที่มีความเสี่ยงต่อเนื่องแต่กินยาทุกวันได้ไม่สม่ำเสมอ
- คนที่ไม่สะดวกเก็บยาที่บ้าน หรือกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว
- คนที่มีปัญหากระเพาะหรือกลืนยาลำบาก
- คนที่มีปัญหาการทำงานของไตจนใช้ยากินบางสูตรไม่ได้ ตามที่แพทย์ประเมิน
ข้อจำกัดที่ต้องรู้
- หางของยา (Pharmacokinetic Tail) หลังหยุดฉีด ยาจะค่อย ๆ ลดลงเป็นเวลาหลายเดือนจนถึงเกินปี ถ้ายังมีความเสี่ยงช่วงนั้น ต้องเปลี่ยนเป็น PrEP แบบกินทันที ไม่เช่นนั้นถ้าติดเชื้อ เชื้ออาจดื้อยา
- ต้องตรวจ HIV ก่อนทุกครั้ง เพื่อไม่ให้ใช้ยาฉีดในคนที่ติดเชื้อแล้ว
- ไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น เช่นเดียวกับ PrEP แบบกิน ควรตรวจ STI เป็นระยะ และพิจารณา Doxy-PEP ในบางกลุ่ม
- ราคายังสูงและเข้าถึงได้จำกัดในหลายประเทศ
คลินิกช่วยอะไรได้
ที่ Dr. Kris Clinic ขณะนี้หมอดูแล PrEP แบบกินเป็นหลัก ทั้งแบบทุกวันและ 2-1-1 พร้อมตรวจติดตามทุก 3 เดือน ถ้าคุณสนใจยาฉีด หมอช่วยประเมินว่าเหมาะหรือไม่ และแนะนำแหล่งบริการที่มีอยู่จริง ณ ขณะนั้น ระหว่างนี้ถ้าเพิ่งเสี่ยงภายใน 72 ชั่วโมง ให้ติดต่อเรื่อง PEP ทันที เปรียบเทียบทางเลือกทั้งหมดได้ที่ PrEP กับ PEP ต่างกันอย่างไร


1
2
3













