คำถามที่หมอได้ยินแทบทุกวันคือ “ต้องกิน PrEP หรือ PEP ครับ” ชื่อคล้ายกันมากจนหลายคนสับสน วิธีจำง่าย ๆ คือ Pr = Pre = ก่อน และ P = Post = หลัง ทั้งสองแบบเป็นยาต้านไวรัสที่ป้องกัน HIV ได้ดีมาก แต่ใช้คนละสถานการณ์ เลือกผิดแบบหรือเริ่มช้าไป ผลป้องกันอาจลดลงครับ
เปรียบเทียบแบบเห็นภาพ
| หัวข้อ | PrEP (ก่อนเสี่ยง) | PEP (หลังเสี่ยง) |
|---|---|---|
| ใช้เมื่อไร | ก่อนมีความเสี่ยง ใช้ต่อเนื่องหรือตามแผน | หลังเสี่ยงไปแล้ว ภายใน 72 ชั่วโมง |
| เหมาะกับ | คนที่มีความเสี่ยงซ้ำ ๆ | ความเสี่ยงที่ไม่คาดคิด เป็นครั้งคราว |
| ระยะเวลา | ตราบที่ยังมีความเสี่ยง | 28 วันทุกกรณี |
| ยาที่ใช้ในไทย | Tenofovir ร่วมกับ Emtricitabine หรือ Lamivudine (แบบเม็ด) และมีแบบฉีดในบางสถานบริการ | ยาต้าน 3 ตัว สูตรที่นิยมคือ Tenofovir + Lamivudine/Emtricitabine + Dolutegravir |
| ตรวจเลือด | ก่อนเริ่ม และทุก 3 เดือน | ก่อนเริ่ม และหลังจบยาตามนัด |
| ประสิทธิภาพ | สูงมากเมื่อกินสม่ำเสมอ | สูงมากเมื่อเริ่มเร็วและกินครบ |
PrEP
Pre = ก่อน
- ใช้ก่อนเสี่ยง ต่อเนื่องหรือตามแผน
- เหมาะกับความเสี่ยงซ้ำ ๆ
- ใช้ตราบที่ยังมีความเสี่ยง
- ตรวจเลือดก่อนเริ่มและทุก 3 เดือน
PEP
Post = หลัง
- ใช้หลังเสี่ยง ภายใน 72 ชั่วโมง
- เหมาะกับความเสี่ยงไม่คาดคิด
- กิน 28 วันทุกกรณี
- ยาต้าน 3 ตัว ตามที่แพทย์สั่ง
ทั้งสองแบบไม่ป้องกันซิฟิลิส หนองใน หรือหนองในเทียม
PEP คือยาฉุกเฉินหลังเสี่ยง
PEP (Post-Exposure Prophylaxis) ใช้เมื่อเกิดความเสี่ยงไปแล้ว เช่น
- ถุงยางแตก รั่ว หรือหลุด กับคู่ที่ไม่ทราบสถานะ HIV หรือคู่ที่มีเชื้อแต่ยังกดไวรัสไม่ได้
- มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันและไม่ได้ใช้ PrEP
- ถูกล่วงละเมิดทางเพศ
- ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
หลักสำคัญมีสองข้อ คือ เริ่มให้เร็วที่สุด เหมาะที่สุดภายในไม่กี่ชั่วโมง และไม่เกิน 72 ชั่วโมง กับ กินให้ครบ 28 วัน อ่านขั้นตอนทั้งหมดที่ PEP ยาต้านหลังเสี่ยง และถ้าเพิ่งเกิดเหตุ ดู เพิ่งมีความเสี่ยง ต้องทำอะไรบ้าง
PEP ป้องกันเฉพาะความเสี่ยงครั้งนั้น ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดหลังจบยา
PrEP คือเกราะป้องกันล่วงหน้า
PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) เหมาะกับคนที่ HIV เป็นลบ และมีโอกาสเสี่ยงซ้ำ ๆ เช่น
- มีคู่หลายคน หรือใช้ถุงยางไม่สม่ำเสมอ
- มีคู่ที่มีเชื้อ HIV และยังกดไวรัสไม่ได้ หรือไม่แน่ใจผลการรักษาของคู่
- เคยใช้ PEP มาแล้ว หรือเพิ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- พนักงานบริการ หรือผู้ที่ใช้สารเสพติดร่วมกับเพศสัมพันธ์ อ่านเพิ่มที่ Chemsex
PrEP มีหลายรูปแบบ
- กินทุกวัน (Daily PrEP) ใช้ได้กับทุกเพศ อ่านที่ PrEP ยาป้องกัน HIV ก่อนเสี่ยง
- กินเฉพาะกิจ 2-1-1 (On-demand) สำหรับชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายบางกลุ่ม ดูที่ PrEP แบบเฉพาะกิจ 2-1-1
- แบบฉีด Cabotegravir ทุก 2 เดือน และ Lenacapavir ปีละ 2 ครั้ง ซึ่งในไทยยังเข้าถึงได้จำกัด ดูสถานะล่าสุดที่ PrEP แบบฉีด
เมื่อกินตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ PrEP ลดความเสี่ยงติด HIV จากเพศสัมพันธ์ได้ราว 99% ตามข้อมูลของ CDC
จาก PEP ต่อด้วย PrEP ได้เลย
ถ้าคุณใช้ PEP แล้วรู้ว่าความเสี่ยงยังเกิดขึ้นได้อีก แนวทางปัจจุบันแนะนำให้ เปลี่ยนไปใช้ PrEP ทันทีในวันถัดจากกิน PEP เม็ดสุดท้าย โดยตรวจ HIV ยืนยันว่าเป็นลบ ไม่ต้องเว้นช่วง เพื่อไม่ให้มีช่องว่างที่ไม่ได้รับการป้องกัน คนที่ต้องกิน PEP หลายครั้งต่อปี เป็นสัญญาณชัดเจนว่า PrEP น่าจะเหมาะกว่า
เรื่องยี่ห้อ ที่มักเข้าใจผิด
ในตลาดไทยมียาสามัญหลายยี่ห้อ ทั้งที่ผลิตในไทยและนำเข้า สิ่งที่สำคัญคือ ตัวยาสำคัญ ไม่ใช่ชื่อการค้า ยา PrEP แบบเม็ดคือ Tenofovir ร่วมกับ Emtricitabine หรือ Lamivudine ส่วนยาสูตร 3 ตัวที่มี Dolutegravir ใช้สำหรับ PEP หรือการรักษา HIV ไม่ใช้เป็น PrEP สูตรเก่าที่มี Efavirenz ไม่ใช่สูตรแนะนำสำหรับ PEP แล้วเพราะผลข้างเคียงมากกว่า อ่านรายละเอียดที่ ยา PrEP/PEP ยี่ห้อต่าง ๆ ต่างกันไหม
เลือกแบบไหนดี สรุปสั้น ๆ
- เพิ่งเสี่ยงไม่เกิน 72 ชั่วโมง และไม่ได้ใช้ PrEP อย่างถูกต้อง → ติดต่อแพทย์เรื่อง PEP ทันที
- ใช้ PrEP อยู่และกินตามแผนถูกต้อง → ส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ PEP แต่ถ้าลืมยาหลายวันก่อนเสี่ยง ให้ปรึกษาแพทย์
- ไม่มีความเสี่ยงตอนนี้ แต่รู้ว่าจะมีต่อเนื่อง → เริ่ม PrEP
- คู่มีเชื้อ HIV และกินยาจนไวรัสตรวจไม่พบอย่างน้อย 6 เดือน → ไม่มีความเสี่ยงติดทางเพศสัมพันธ์ ตามหลัก U=U
ใช้ PEP หลายครั้งต่อปี เป็นสัญญาณว่า PrEP น่าจะเหมาะกว่า เปลี่ยนต่อได้ทันทีหลัง PEP เม็ดสุดท้าย
คลินิกช่วยอะไรได้
ที่ Dr. Kris Clinic หมอประเมินความเสี่ยง ตรวจ HIV ก่อนเริ่มยา จ่าย PrEP และ PEP ตามแนวทาง และนัดติดตามผลทั้งที่คลินิกและแบบออนไลน์ทั่วประเทศ ถ้าเป็นกรณี PEP ให้ติดต่อเร็วที่สุด เพราะเวลามีค่ามาก อ่านเรื่องบริการทางไกลได้ที่ รับ PrEP/PEP ออนไลน์ผ่าน Telemedicine


1
2
3













