Dr. Kris ClinicDr. Kris ClinicKnowledge
STI · HIV · PrEP

PrEP กับ PEP ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหน ใช้เมื่อไร

PrEP และ PEP ป้องกัน HIV ได้ทั้งคู่ แต่ใช้คนละช่วงเวลา PrEP ใช้ก่อนเสี่ยงสำหรับคนที่มีความเสี่ยงต่อเนื่อง ส่วน PEP คือยาฉุกเฉินที่ต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมงหลังเสี่ยง

PrEP กับ PEP ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหน ใช้เมื่อไร

สรุปสั้น ๆ

  • PrEP = กินก่อนเสี่ยง สำหรับคนที่มีความเสี่ยงซ้ำ ๆ ใช้ถูกวิธีป้องกัน HIV ทางเพศสัมพันธ์ได้ราว 99%
  • PEP = ยาฉุกเฉินหลังเสี่ยง ต้องเริ่มเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง และกินต่อเนื่อง 28 วัน
  • ถ้าต้องใช้ PEP บ่อย ๆ หรือยังมีความเสี่ยงต่อเนื่อง ให้เปลี่ยนเป็น PrEP ได้ทันทีหลังจบ PEP

คำถามที่หมอได้ยินแทบทุกวันคือ “ต้องกิน PrEP หรือ PEP ครับ” ชื่อคล้ายกันมากจนหลายคนสับสน วิธีจำง่าย ๆ คือ Pr = Pre = ก่อน และ P = Post = หลัง ทั้งสองแบบเป็นยาต้านไวรัสที่ป้องกัน HIV ได้ดีมาก แต่ใช้คนละสถานการณ์ เลือกผิดแบบหรือเริ่มช้าไป ผลป้องกันอาจลดลงครับ

เปรียบเทียบแบบเห็นภาพ

หัวข้อPrEP (ก่อนเสี่ยง)PEP (หลังเสี่ยง)
ใช้เมื่อไรก่อนมีความเสี่ยง ใช้ต่อเนื่องหรือตามแผนหลังเสี่ยงไปแล้ว ภายใน 72 ชั่วโมง
เหมาะกับคนที่มีความเสี่ยงซ้ำ ๆความเสี่ยงที่ไม่คาดคิด เป็นครั้งคราว
ระยะเวลาตราบที่ยังมีความเสี่ยง28 วันทุกกรณี
ยาที่ใช้ในไทยTenofovir ร่วมกับ Emtricitabine หรือ Lamivudine (แบบเม็ด) และมีแบบฉีดในบางสถานบริการยาต้าน 3 ตัว สูตรที่นิยมคือ Tenofovir + Lamivudine/Emtricitabine + Dolutegravir
ตรวจเลือดก่อนเริ่ม และทุก 3 เดือนก่อนเริ่ม และหลังจบยาตามนัด
ประสิทธิภาพสูงมากเมื่อกินสม่ำเสมอสูงมากเมื่อเริ่มเร็วและกินครบ
แผนภาพPrEP (ก่อนเสี่ยง) vs PEP (หลังเสี่ยง)

PrEP

Pre = ก่อน

  • ใช้ก่อนเสี่ยง ต่อเนื่องหรือตามแผน
  • เหมาะกับความเสี่ยงซ้ำ ๆ
  • ใช้ตราบที่ยังมีความเสี่ยง
  • ตรวจเลือดก่อนเริ่มและทุก 3 เดือน

PEP

Post = หลัง

  • ใช้หลังเสี่ยง ภายใน 72 ชั่วโมง
  • เหมาะกับความเสี่ยงไม่คาดคิด
  • กิน 28 วันทุกกรณี
  • ยาต้าน 3 ตัว ตามที่แพทย์สั่ง

ทั้งสองแบบไม่ป้องกันซิฟิลิส หนองใน หรือหนองในเทียม

PEP คือยาฉุกเฉินหลังเสี่ยง

PEP (Post-Exposure Prophylaxis) ใช้เมื่อเกิดความเสี่ยงไปแล้ว เช่น

  • ถุงยางแตก รั่ว หรือหลุด กับคู่ที่ไม่ทราบสถานะ HIV หรือคู่ที่มีเชื้อแต่ยังกดไวรัสไม่ได้
  • มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันและไม่ได้ใช้ PrEP
  • ถูกล่วงละเมิดทางเพศ
  • ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น

หลักสำคัญมีสองข้อ คือ เริ่มให้เร็วที่สุด เหมาะที่สุดภายในไม่กี่ชั่วโมง และไม่เกิน 72 ชั่วโมง กับ กินให้ครบ 28 วัน อ่านขั้นตอนทั้งหมดที่ PEP ยาต้านหลังเสี่ยง และถ้าเพิ่งเกิดเหตุ ดู เพิ่งมีความเสี่ยง ต้องทำอะไรบ้าง

PEP ป้องกันเฉพาะความเสี่ยงครั้งนั้น ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดหลังจบยา

PrEP คือเกราะป้องกันล่วงหน้า

PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) เหมาะกับคนที่ HIV เป็นลบ และมีโอกาสเสี่ยงซ้ำ ๆ เช่น

  • มีคู่หลายคน หรือใช้ถุงยางไม่สม่ำเสมอ
  • มีคู่ที่มีเชื้อ HIV และยังกดไวรัสไม่ได้ หรือไม่แน่ใจผลการรักษาของคู่
  • เคยใช้ PEP มาแล้ว หรือเพิ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • พนักงานบริการ หรือผู้ที่ใช้สารเสพติดร่วมกับเพศสัมพันธ์ อ่านเพิ่มที่ Chemsex

PrEP มีหลายรูปแบบ

  • กินทุกวัน (Daily PrEP) ใช้ได้กับทุกเพศ อ่านที่ PrEP ยาป้องกัน HIV ก่อนเสี่ยง
  • กินเฉพาะกิจ 2-1-1 (On-demand) สำหรับชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายบางกลุ่ม ดูที่ PrEP แบบเฉพาะกิจ 2-1-1
  • แบบฉีด Cabotegravir ทุก 2 เดือน และ Lenacapavir ปีละ 2 ครั้ง ซึ่งในไทยยังเข้าถึงได้จำกัด ดูสถานะล่าสุดที่ PrEP แบบฉีด

เมื่อกินตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ PrEP ลดความเสี่ยงติด HIV จากเพศสัมพันธ์ได้ราว 99% ตามข้อมูลของ CDC

จาก PEP ต่อด้วย PrEP ได้เลย

ถ้าคุณใช้ PEP แล้วรู้ว่าความเสี่ยงยังเกิดขึ้นได้อีก แนวทางปัจจุบันแนะนำให้ เปลี่ยนไปใช้ PrEP ทันทีในวันถัดจากกิน PEP เม็ดสุดท้าย โดยตรวจ HIV ยืนยันว่าเป็นลบ ไม่ต้องเว้นช่วง เพื่อไม่ให้มีช่องว่างที่ไม่ได้รับการป้องกัน คนที่ต้องกิน PEP หลายครั้งต่อปี เป็นสัญญาณชัดเจนว่า PrEP น่าจะเหมาะกว่า

เรื่องยี่ห้อ ที่มักเข้าใจผิด

ในตลาดไทยมียาสามัญหลายยี่ห้อ ทั้งที่ผลิตในไทยและนำเข้า สิ่งที่สำคัญคือ ตัวยาสำคัญ ไม่ใช่ชื่อการค้า ยา PrEP แบบเม็ดคือ Tenofovir ร่วมกับ Emtricitabine หรือ Lamivudine ส่วนยาสูตร 3 ตัวที่มี Dolutegravir ใช้สำหรับ PEP หรือการรักษา HIV ไม่ใช้เป็น PrEP สูตรเก่าที่มี Efavirenz ไม่ใช่สูตรแนะนำสำหรับ PEP แล้วเพราะผลข้างเคียงมากกว่า อ่านรายละเอียดที่ ยา PrEP/PEP ยี่ห้อต่าง ๆ ต่างกันไหม

เลือกแบบไหนดี สรุปสั้น ๆ

  1. เพิ่งเสี่ยงไม่เกิน 72 ชั่วโมง และไม่ได้ใช้ PrEP อย่างถูกต้อง → ติดต่อแพทย์เรื่อง PEP ทันที
  2. ใช้ PrEP อยู่และกินตามแผนถูกต้อง → ส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ PEP แต่ถ้าลืมยาหลายวันก่อนเสี่ยง ให้ปรึกษาแพทย์
  3. ไม่มีความเสี่ยงตอนนี้ แต่รู้ว่าจะมีต่อเนื่อง → เริ่ม PrEP
  4. คู่มีเชื้อ HIV และกินยาจนไวรัสตรวจไม่พบอย่างน้อย 6 เดือน → ไม่มีความเสี่ยงติดทางเพศสัมพันธ์ ตามหลัก U=U
แผนภาพPrEP หรือ PEP: ตอนนี้ฉันควรใช้แบบไหน
1เพิ่งเสี่ยงไม่เกิน 72 ชั่วโมง และไม่ได้ใช้ PrEP อย่างถูกต้อง?
ใช่ ติดต่อแพทย์เรื่อง PEP ทันที
ไม่ใช่ ดูข้อถัดไป
2ใช้ PrEP อยู่และกินตามแผนถูกต้อง?
ใช่ ส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ PEP ถ้าลืมยาหลายวันก่อนเสี่ยง ปรึกษาแพทย์
ไม่ใช่ ดูข้อถัดไป
3ไม่มีความเสี่ยงตอนนี้ แต่รู้ว่าจะมีต่อเนื่อง?
ใช่ เริ่ม PrEP
ไม่ใช่ ป้องกันด้วยถุงยาง และตรวจตามความเสี่ยง
4คู่มี HIV และตรวจไม่พบเชื้ออย่างน้อย 6 เดือน?
ใช่ ไม่มีความเสี่ยงติดทางเพศสัมพันธ์ ตามหลัก U=U
ไม่ใช่ พิจารณา PrEP

ใช้ PEP หลายครั้งต่อปี เป็นสัญญาณว่า PrEP น่าจะเหมาะกว่า เปลี่ยนต่อได้ทันทีหลัง PEP เม็ดสุดท้าย

คลินิกช่วยอะไรได้

ที่ Dr. Kris Clinic หมอประเมินความเสี่ยง ตรวจ HIV ก่อนเริ่มยา จ่าย PrEP และ PEP ตามแนวทาง และนัดติดตามผลทั้งที่คลินิกและแบบออนไลน์ทั่วประเทศ ถ้าเป็นกรณี PEP ให้ติดต่อเร็วที่สุด เพราะเวลามีค่ามาก อ่านเรื่องบริการทางไกลได้ที่ รับ PrEP/PEP ออนไลน์ผ่าน Telemedicine

ทางเลือกการรักษาและราคา

ยาและบริการที่แพทย์อาจพิจารณา

ราคาต่อแพ็ก ยาทุกรายการจ่ายหลังแพทย์ประเมินแล้วเท่านั้น แพทย์จะแนะนำว่าตัวไหนเหมาะกับคุณ ดูยาและบริการทั้งหมด

ขั้นต่อไป

อยากให้หมอช่วยดูเรื่องนี้ ทำได้ใน 3 ขั้น

อ่านบทความเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เมื่อพร้อม ลองประเมินตัวเองก่อน ดูว่าการปรึกษาเป็นอย่างไร แล้วค่อยนัดเวลาที่สะดวก

แบบประเมินเป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยและไม่แทนการประเมินโดยแพทย์ ผลลัพธ์ของการดูแลแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ความซับซ้อนของปัญหา และปัจจัยอื่น ๆ

Consult Dr. Kris

มีความเสี่ยง HIV หรืออยากเริ่ม PrEP

ปรึกษาแพทย์ได้ทั้งที่คลินิกและออนไลน์ ถ้าเพิ่งเสี่ยง ยิ่งเริ่ม PEP เร็วยิ่งดี ภายใน 72 ชั่วโมง

นัดหมายออนไลน์แชท LINE @dr.krisclinicดูรายการยาและบริการ

ยาและบริการทุกรายการต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อน

คำถามที่พบบ่อย

กิน PrEP อยู่แล้ว ถุงยางแตก ต้องกิน PEP ไหม

ถ้ากิน PrEP ตามแผนถูกต้อง เช่น กินทุกวันมาแล้วอย่างน้อย 7 วัน หรือกินแบบ 2-1-1 ถูกต้อง ส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ PEP แต่ถ้าลืมยาหลายวัน ให้ปรึกษาแพทย์ทันที

PEP เกิน 72 ชั่วโมงยังกินได้ไหม

หลัง 72 ชั่วโมงไม่แนะนำให้เริ่ม PEP เพราะประสิทธิภาพลดลงมาก แพทย์จะวางแผนตรวจเลือดติดตามและเริ่ม PrEP ต่อถ้ายังมีความเสี่ยง

กิน PEP ครบ 28 วันแล้ว ต้องหยุดยาไหม

ถ้าไม่มีความเสี่ยงต่อ ให้หยุดและตรวจเลือดตามนัด ถ้ายังมีความเสี่ยง เปลี่ยนเป็น PrEP ต่อได้ทันทีหลังตรวจ HIV เป็นลบ

PrEP กับ PEP ใช้ยาตัวเดียวกันไหม

ไม่เหมือนกันทั้งหมด PrEP ใช้ยา 2 ตัว ส่วน PEP ใช้ยา 3 ตัวเพราะต้องจัดการเชื้อที่อาจเข้าสู่ร่างกายแล้ว

English edition

Read this article in English

PrEP vs PEP: What Is the Difference, Which to Choose and When →

Full English version for international patients and visitors.

เอกสารอ้างอิง

  1. Tanner MR, et al. Antiretroviral Postexposure Prophylaxis After Sexual, Injection Drug Use, or Other Nonoccupational Exposure to HIV — CDC Recommendations, United States, 2025. MMWR Recomm Rep 2025;74(1).
  2. Centers for Disease Control and Prevention. Preexposure Prophylaxis for the Prevention of HIV Infection in the United States — 2021 Update: A Clinical Practice Guideline.
  3. World Health Organization. Guidelines for HIV post-exposure prophylaxis. 2024.
  4. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565.

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือกังวล ควรปรึกษาแพทย์

Dr. Kris Clinicคลินิกเวชศาสตร์ครอบครัวและสุขภาพเพศ สุราษฎร์ธานีดูแลโดย นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ · ว.48387

เวลาทำการ

  • จันทร์ปิดทำการ
  • อังคาร – ศุกร์17:00 – 20:00
  • เสาร์ – อาทิตย์10:00 – 15:00

ปรึกษาออนไลน์ได้ทั่วประเทศ

ติดต่อ