Dr. Kris ClinicDr. Kris ClinicKnowledge
STI · HIV · PrEP

เพิ่งมีความเสี่ยง HIV ต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ชั่วโมงแรกถึง 3 เดือน

หลังมีความเสี่ยง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเวลา ถ้ายังไม่ถึง 72 ชั่วโมง ให้รีบปรึกษาแพทย์เรื่อง PEP ส่วนการตรวจเลือดทันทีมีไว้ดูสถานะเดิม ไม่ได้บอกผลของครั้งล่าสุด

เพิ่งมีความเสี่ยง HIV ต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ชั่วโมงแรกถึง 3 เดือน

สรุปสั้น ๆ

  • ภายใน 72 ชั่วโมง: ติดต่อแพทย์เรื่อง PEP ให้เร็วที่สุด ไม่ต้องรอผลตรวจก่อนเริ่มปรึกษา
  • ตรวจ HIV ตอนนี้บอกแค่สถานะก่อนหน้า ต้องตรวจซ้ำตามนัดประมาณ 6 สัปดาห์และ 3 เดือน
  • อย่าลืมเรื่องคุมกำเนิดฉุกเฉิน ตับอักเสบบี และ STI อื่น และวางแผน PrEP ถ้ายังมีความเสี่ยงต่อ

ถ้าคุณกำลังอ่านบทความนี้หลังเพิ่งเกิดเหตุ หมออยากให้หายใจลึก ๆ ก่อนครับ ความกลัวเป็นเรื่องปกติ แต่ข่าวดีคือเรามีเครื่องมือที่ได้ผลจริง และคุณยังมีเวลาจัดการ บทความนี้เรียงลำดับสิ่งที่ต้องทำตามเวลา อ่านทีละขั้นได้เลย

ขั้นที่ 1: ทันทีหลังเกิดเหตุ

  • ไม่ต้องสวนล้างช่องคลอดหรือทวารหนัก และไม่ต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อแรง ๆ เพราะทำให้เยื่อบุระคายเคืองและอาจเพิ่มความเสี่ยง ล้างภายนอกด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนพอ
  • สารคัดหลั่งเข้าตา ล้างด้วยน้ำสะอาดปริมาณมาก เข้าปากให้บ้วนออกและบ้วนน้ำ
  • ถูกเข็มตำ ล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ ไม่ต้องบีบเค้นแผล
  • ถ้าเป็นไปได้ ถามสถานะ HIV ของคู่อย่างสุภาพ และถ้าคู่มีเชื้อ ถามว่ากินยาและตรวจไวรัสล่าสุดเมื่อไร

ขั้นที่ 2: ประเมินว่าเสี่ยงแค่ไหน

โอกาสติด HIV ต่อการสัมผัสหนึ่งครั้งกับคู่ที่มีเชื้อและไม่ได้รักษา แตกต่างกันมากตามลักษณะการสัมผัส ข้อมูลประมาณการของ CDC ต่อ 10,000 ครั้ง เป็นดังนี้

ลักษณะการสัมผัสโอกาสโดยประมาณต่อ 10,000 ครั้ง
เป็นฝ่ายรับทางทวารหนัก138
ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน63
เป็นฝ่ายรุกทางทวารหนัก11
เป็นฝ่ายรับทางช่องคลอด8
เป็นฝ่ายรุกทางช่องคลอด4
ออรัลเซ็กซ์ต่ำมาก

ตัวเลขเพิ่มขึ้นถ้ามีแผล มี STI ร่วม หรือคู่อยู่ในระยะติดเชื้อใหม่ และ ลดลงเกือบเป็นศูนย์ ถ้าคู่กินยาจนไวรัสตรวจไม่พบ ตามหลัก U=U หรือถ้าคุณใช้ PrEP อย่างถูกต้องอยู่แล้ว ส่วนการจูบ การกอด น้ำลาย เหงื่อ ไม่ได้ทำให้ติด HIV

กรณีน้ำอสุจิเข้าตาหรือปาก ความเสี่ยงต่ำกว่าการมีเพศสัมพันธ์สอดใส่มาก แต่ไม่ใช่ศูนย์ แพทย์จะพิจารณาเป็นราย ๆ โดยดูจากสถานะของคู่และปริมาณที่สัมผัส

แผนภาพโอกาสติด HIV ต่อครั้ง ต่างกันมากตามลักษณะการสัมผัส
ต่ำมากออรัลเซ็กซ์ความเสี่ยงต่ำมาก
4–8 / 10,000ทางช่องคลอดฝ่ายรุก 4 ฝ่ายรับ 8
11 / 10,000ฝ่ายรุกทางทวารหนัก
63 / 10,000ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
138 / 10,000ฝ่ายรับทางทวารหนักความเสี่ยงสูงที่สุด
เสี่ยงน้อยเสี่ยงมาก

ประมาณการของ CDC เมื่อคู่มีเชื้อและไม่ได้รักษา ลดลงเกือบเป็นศูนย์ถ้าคู่ตรวจไม่พบเชื้อ (U=U) หรือใช้ PrEP ถูกต้อง

ขั้นที่ 3: ถ้ายังไม่ถึง 72 ชั่วโมง ติดต่อแพทย์เรื่อง PEP เดี๋ยวนี้

PEP (Post-Exposure Prophylaxis) คือยาต้านไวรัส 28 วันที่ต้องเริ่มเร็วที่สุด เหมาะที่สุดภายใน 24 ชั่วโมง และไม่เกิน 72 ชั่วโมง อย่ารอจนถึงวันจันทร์ หรือรอตรวจเลือดก่อนแล้วค่อยปรึกษา อ่านรายละเอียดที่ PEP ยาต้านหลังเสี่ยง

ถ้าคุณใช้ PrEP อยู่แล้วแต่ไม่แน่ใจว่ากินยาครบพอหรือไม่ ให้ปรึกษาแพทย์เช่นกัน

ขั้นที่ 4: ตรวจ HIV ก่อนเริ่มยา แต่เข้าใจให้ถูก

การตรวจ HIV ในวันนี้ ไม่ว่าจะเจาะปลายนิ้วหรือตรวจแล็บ บอกได้แค่ว่าคุณไม่ได้มีเชื้ออยู่ก่อน ไม่ได้บอกว่าติดจากครั้งล่าสุดหรือไม่ เพราะยังอยู่ในระยะที่ตรวจไม่เจอ ผลลบวันนี้จึงไม่ใช่เหตุผลที่จะไม่กิน PEP อ่านเรื่องชุดตรวจที่ HIV Self-Test

ขั้นที่ 5: เรื่องอื่นที่มักลืม

  • คุมกำเนิดฉุกเฉิน ถ้ามีโอกาสตั้งครรภ์ ยิ่งเร็วยิ่งดี และควรใช้ภายใน 72–120 ชั่วโมงตามชนิดยา
  • ไวรัสตับอักเสบบี ถ้าไม่เคยฉีดวัคซีนหรือไม่ทราบภูมิ แพทย์อาจให้วัคซีนเริ่มต้นทันที
  • Doxy-PEP ในบางกลุ่ม เช่น ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายหรือหญิงข้ามเพศที่เคยเป็นซิฟิลิสหรือหนองในเทียมในปีที่ผ่านมา การกิน Doxycycline ภายใน 72 ชั่วโมงช่วยลด STI จากแบคทีเรียได้ ดูที่ Doxy-PEP

ขั้นที่ 6: กรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศ

ไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อรับ PEP ยาคุมฉุกเฉิน ยาป้องกัน STI การดูแลบาดแผล และการเก็บหลักฐาน ถ้าเป็นไปได้อย่าเพิ่งอาบน้ำหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไป โรงพยาบาลรัฐมีศูนย์พึ่งได้ (OSCC) ติดต่อสายด่วน 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรณีฉุกเฉินโทร 1669 หรือ 191 สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของคุณ

ขั้นที่ 7: นัดตรวจตามเวลา

เวลาหลังเสี่ยงตรวจอะไร
วันที่เกิดเหตุHIV (สถานะเดิม) ตับอักเสบบี ซิฟิลิส ตามที่แพทย์แนะนำ
ประมาณ 2 สัปดาห์PCR หนองใน หนองในเทียม จากตำแหน่งที่สัมผัส หรือเร็วกว่านั้นถ้ามีอาการ
ประมาณ 4–6 สัปดาห์HIV (ถ้าใช้ PEP คือหลังจบยา) และซิฟิลิส
ประมาณ 3 เดือนHIV ยืนยัน และซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบซีตามความเสี่ยง

รายละเอียดระยะฟักตัวของการตรวจแต่ละแบบอยู่ที่ ระยะฟักตัวและช่วงเวลาตรวจ HIV และการตรวจ STI แบบหลายเชื้ออยู่ที่ ตรวจ STI แบบ PCR 14 เชื้อ ระหว่างรอผลให้ใช้ถุงยางทุกครั้ง

แผนภาพหลังเสี่ยง HIV: ทำอะไร ตรวจอะไร เมื่อไหร่
  1. 0–72 ชม.
    ติดต่อแพทย์เรื่อง PEP

    เหมาะที่สุดภายใน 24 ชม. อย่ารอวันทำการ

  2. วันเกิดเหตุ
    ตรวจ HIV สถานะเดิม

    ตับอักเสบบี ซิฟิลิส ตามที่แพทย์แนะนำ

  3. ~2 สัปดาห์
    PCR หนองใน หนองในเทียม

    จากตำแหน่งที่สัมผัส หรือเร็วกว่านั้นถ้ามีอาการ

  4. 4–6 สัปดาห์
    ตรวจ HIV และซิฟิลิส

    ถ้าใช้ PEP คือหลังจบยา

  5. ~3 เดือน
    ตรวจ HIV ยืนยัน

    ซิฟิลิส และตับอักเสบซีตามความเสี่ยง

ระหว่างรอผลใช้ถุงยางทุกครั้ง

ขั้นที่ 8: ดูแลใจระหว่างรอ

ช่วงรอผลเป็นช่วงที่หลายคนกังวลจนนอนไม่หลับ ค้นอินเทอร์เน็ตทั้งคืน หรือตรวจซ้ำทุกวัน ขอให้ทำตามตารางตรวจที่แพทย์วางไว้ จำกัดเวลาค้นข้อมูล และคุยกับคนที่ไว้ใจ ถ้าความกังวลกระทบชีวิตประจำวัน อ่าน กลัวติดโรคจนนอนไม่หลับ หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323

ขั้นที่ 9: วางแผนครั้งต่อไป

ถ้าความเสี่ยงแบบนี้มีโอกาสเกิดอีก PrEP คือคำตอบที่ดีกว่าการพึ่ง PEP ซ้ำ ๆ และเริ่มต่อจาก PEP ได้ทันที อ่าน PrEP กับ PEP ต่างกันอย่างไร รวมถึงการเลือกสารหล่อลื่นที่ช่วยลดถุงยางแตก ที่ เจลหล่อลื่นสำคัญกว่าที่คิด

คลินิกช่วยอะไรได้

ที่ Dr. Kris Clinic หมอให้คำปรึกษาเรื่องความเสี่ยงแบบเป็นส่วนตัว ทั้งที่คลินิกและผ่านบริการทางไกล ประเมินว่าจำเป็นต้องใช้ PEP หรือไม่ ส่งชุดตรวจปลายนิ้วและยาถึงบ้าน และวางตารางตรวจติดตามให้ครบ ทุกขั้นตอนทำตามแนวทางวิชาชีพ และเคารพความเป็นส่วนตัวของคุณครับ

ทางเลือกการรักษาและราคา

ยาและบริการที่แพทย์อาจพิจารณา

ราคาต่อแพ็ก ยาทุกรายการจ่ายหลังแพทย์ประเมินแล้วเท่านั้น แพทย์จะแนะนำว่าตัวไหนเหมาะกับคุณ ดูยาและบริการทั้งหมด

ขั้นต่อไป

อยากให้หมอช่วยดูเรื่องนี้ ทำได้ใน 3 ขั้น

อ่านบทความเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เมื่อพร้อม ลองประเมินตัวเองก่อน ดูว่าการปรึกษาเป็นอย่างไร แล้วค่อยนัดเวลาที่สะดวก

แบบประเมินเป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยและไม่แทนการประเมินโดยแพทย์ ผลลัพธ์ของการดูแลแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ความซับซ้อนของปัญหา และปัจจัยอื่น ๆ

Consult Dr. Kris

มีความเสี่ยง HIV หรืออยากเริ่ม PrEP

ปรึกษาแพทย์ได้ทั้งที่คลินิกและออนไลน์ ถ้าเพิ่งเสี่ยง ยิ่งเริ่ม PEP เร็วยิ่งดี ภายใน 72 ชั่วโมง

นัดหมายออนไลน์แชท LINE @dr.krisclinicดูรายการยาและบริการ

ยาและบริการทุกรายการต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อน

คำถามที่พบบ่อย

ตรวจ HIV วันนี้ผลลบ แปลว่าไม่ติดใช่ไหม

ยังสรุปไม่ได้ ผลวันนี้บอกเพียงสถานะก่อนเกิดเหตุ ต้องตรวจซ้ำที่ประมาณ 4–6 สัปดาห์และ 3 เดือนหลังเสี่ยง

ถุงยางแตกแต่ไม่ได้หลั่งใน ต้องกิน PEP ไหม

ความเสี่ยงยังมีอยู่ โดยเฉพาะการเป็นฝ่ายรับทางทวารหนัก ควรปรึกษาแพทย์ภายใน 72 ชั่วโมงเพื่อประเมินตามสถานะของคู่และลักษณะการสัมผัส

น้ำอสุจิเข้าปาก ต้องกิน PEP ไหม

โอกาสติดจากออรัลเซ็กซ์ต่ำมาก ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ PEP แต่ถ้ามีแผลในปาก เลือดออก หรือคู่มีเชื้อที่ยังไม่ได้รักษา ควรปรึกษาแพทย์

เกิน 72 ชั่วโมงแล้ว ยังทำอะไรได้

ตรวจ HIV และ STI ตามตาราง ใช้ถุงยางระหว่างรอผล และเริ่ม PrEP ถ้ายังมีความเสี่ยงต่อเนื่อง

English edition

Read this article in English

Just Had an HIV Exposure? What to Do From the First Hour to 3 Months →

Full English version for international patients and visitors.

เอกสารอ้างอิง

  1. Centers for Disease Control and Prevention. Estimated HIV Risk per Exposure. HIV Risk Reduction Tool, accessed 2026.
  2. Tanner MR, et al. Antiretroviral Postexposure Prophylaxis After Sexual, Injection Drug Use, or Other Nonoccupational Exposure to HIV — CDC Recommendations, United States, 2025. MMWR Recomm Rep 2025;74(1).
  3. Bavinton BR, et al. Viral suppression and HIV transmission in serodiscordant male couples (Opposites Attract). Lancet HIV 2018;5(8):e438-e447.
  4. Bachmann LH, et al. CDC Clinical Guidelines on the Use of Doxycycline Postexposure Prophylaxis for Bacterial Sexually Transmitted Infection Prevention, United States, 2024. MMWR Recomm Rep 2024;73(2).

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือกังวล ควรปรึกษาแพทย์

Dr. Kris Clinicคลินิกเวชศาสตร์ครอบครัวและสุขภาพเพศ สุราษฎร์ธานีดูแลโดย นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ · ว.48387

เวลาทำการ

  • จันทร์ปิดทำการ
  • อังคาร – ศุกร์17:00 – 20:00
  • เสาร์ – อาทิตย์10:00 – 15:00

ปรึกษาออนไลน์ได้ทั่วประเทศ

ติดต่อ