คู่รักหลายคู่บอกหมอว่า “อยากตรวจก่อนแต่งงาน แต่กลัวแฟนคิดว่าไม่ไว้ใจ” หมอเข้าใจความรู้สึกนี้ครับ แต่ลองมองอีกมุม การตรวจด้วยกันคือการบอกว่า “เราจะดูแลกันระยะยาว” ไม่ใช่การจับผิด และยิ่งตรวจก่อนวางแผนมีลูก ยิ่งช่วยป้องกันปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้หลายอย่าง บทความนี้ใช้ได้กับคู่รักทุกเพศ ไม่ว่าจะจดทะเบียนสมรสตาม พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม หรือเพิ่งเริ่มคบกันจริงจัง
ส่วนที่ 1: ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (ทุกคู่ควรตรวจ)
- HIV ใช้การตรวจ Ag/Ab รุ่นที่ 4 จากเลือด ถ้าใครคนหนึ่งมีเชื้อ การรักษาจนไวรัสตรวจไม่พบทำให้ไม่ส่งต่อเชื้อทางเพศสัมพันธ์ อ่านที่ U=U ตรวจไม่พบ เท่ากับ ไม่แพร่เชื้อ
- ซิฟิลิส ตรวจเลือด RPR/VDRL ร่วมกับการตรวจจำเพาะ เช่น TPHA สำคัญมากก่อนตั้งครรภ์ เพราะซิฟิลิสส่งต่อถึงทารกได้ ดูที่ ซิฟิลิส
- ไวรัสตับอักเสบบี ตรวจ HBsAg และภูมิคุ้มกัน (Anti-HBs) ถ้ายังไม่มีภูมิ ควรฉีดวัคซีน ถ้าคู่มีเชื้อ อีกฝ่ายยิ่งต้องฉีด
- ไวรัสตับอักเสบซี ตรวจ Anti-HCV ปัจจุบันรักษาหายได้ด้วยยากิน
- หนองในและหนองในเทียม ตรวจ PCR จากปัสสาวะหรือไม้ป้าย และป้ายคอหรือทวารหนักตามรูปแบบเพศสัมพันธ์ ดูที่ ตรวจ STI แบบ PCR
- พยาธิในช่องคลอด (Trichomonas) โดยเฉพาะถ้ามีตกขาวผิดปกติหรือมีความเสี่ยง
แล้ว HPV กับเริมล่ะ
- HPV ยังไม่มีการตรวจเลือดที่ใช้คัดกรองได้ ผู้หญิงใช้การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามช่วงอายุ ส่วนการป้องกันที่เหมาะที่สุดคือ วัคซีน HPV ทั้งสองคน
- เริม แนวทางสากลไม่แนะนำให้ตรวจเลือดหาเริมในคนที่ไม่มีอาการ เพราะคนจำนวนมากมีภูมิต่อ HSV-1 อยู่แล้ว และผลเลือดไม่ได้บอกว่าติดเมื่อไรหรือจากใคร ถ้าใครเคยมีแผลเริม คุยกันตรง ๆ และวางแผนป้องกันจะได้ประโยชน์กว่า อ่านเพิ่มที่ เริม
ส่วนที่ 2: ตรวจเพื่อวางแผนมีบุตร
- หมู่เลือด ABO และ Rh ถ้าฝ่ายหญิงเป็น Rh ลบ ต้องเฝ้าระวังระหว่างตั้งครรภ์
- ความสมบูรณ์ของเลือด (CBC) ดูภาวะโลหิตจาง และค่า MCV/MCH ที่ช่วยคัดกรองธาลัสซีเมีย
- พาหะธาลัสซีเมีย ตรวจชนิดฮีโมโกลบิน (Hb typing) และตรวจเพิ่มตามข้อบ่งชี้ ประเทศไทยมีคนเป็นพาหะจำนวนมาก ถ้าทั้งคู่เป็นพาหะชนิดเดียวกัน ลูกมีโอกาสเป็นโรครุนแรง ซึ่งวางแผนรับมือได้ถ้ารู้ก่อน
- ภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน (Rubella IgG) ถ้าไม่มีภูมิ ควรฉีดวัคซีนและเว้นการตั้งครรภ์ตามคำแนะนำแพทย์
- น้ำตาลในเลือด และความดันโลหิต โดยเฉพาะคนที่มีน้ำหนักเกินหรือมีประวัติครอบครัว
- อื่น ๆ ตามความเหมาะสม เช่น การทำงานของไทรอยด์ การตรวจภายในและคัดกรองปากมดลูก หรือการตรวจน้ำเชื้อถ้ามีบุตรยาก ดูที่ ตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อ
สำหรับคู่ที่มีเชื้อ HIV ฝ่ายเดียวและอยากมีลูก ปัจจุบันวางแผนได้อย่างปลอดภัย อ่านที่ HIV กับการมีลูก
ตรวจ STI
ทุกคู่ควรตรวจ
- HIV (Ag/Ab รุ่นที่ 4)
- ซิฟิลิส RPR/VDRL + TPHA
- ไวรัสตับอักเสบบีและซี
- หนองใน หนองในเทียม (PCR)
วางแผนมีบุตร
- หมู่เลือด ABO และ Rh
- CBC และพาหะธาลัสซีเมีย
- ภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน
- น้ำตาลและความดันโลหิต
ควรตรวจล่วงหน้าอย่างน้อย 3–6 เดือน เพื่อให้มีเวลาฉีดวัคซีนที่ขาดและรักษาสิ่งที่เจอ
คู่รักระยะยาว คู่เปิด และคู่ LGBTQ+
- คู่ที่คบกันนานและมีคู่เดียว ถ้าตรวจครบแล้วผลลบทั้งคู่ อาจตรวจซ้ำเมื่อมีเหตุให้กังวล หรือตามการตรวจสุขภาพประจำปี
- ความสัมพันธ์แบบเปิด ควรตกลงกติกาการป้องกันร่วมกัน และตรวจทุก 3–6 เดือน พิจารณา PrEP สำหรับคนที่มีความเสี่ยงต่อเนื่อง
- คู่ชายรักชายหรือคู่ที่มีแองนัลเซ็กซ์ ควรป้ายทวารหนักและคอเพิ่ม เพราะการตรวจปัสสาวะอย่างเดียวพลาดได้มาก
คบนาน มีคู่เดียว
- ตรวจครบแล้วผลลบทั้งคู่
- ตรวจซ้ำเมื่อมีเหตุให้กังวล
- หรือตามตรวจสุขภาพประจำปี
ความสัมพันธ์แบบเปิด
- ตกลงกติกาการป้องกันร่วมกัน
- ตรวจทุก 3–6 เดือน
- พิจารณา PrEP
มีแองนัลเซ็กซ์
เช่น คู่ชายรักชาย
- ป้ายทวารหนักและคอเพิ่ม
- ตรวจปัสสาวะอย่างเดียวพลาดได้มาก
ข้อแนะนำก่อนไปตรวจ
- เลือกช่วงเวลาที่ไม่มีความเสี่ยงใหม่ใน 2–6 สัปดาห์ก่อนตรวจ หรือแจ้งแพทย์ถ้ามี เพราะบางโรคยังอยู่ในช่วงที่ตรวจไม่เจอ อ่านที่ ระยะฟักตัวและช่วงเวลาตรวจ HIV
- ไม่จำเป็นต้องงดอาหาร ยกเว้นตรวจน้ำตาลหรือไขมันแบบอดอาหาร
- ตกลงกันก่อนว่าจะดูผลด้วยกันหรือแยกกัน การเคารพความเป็นส่วนตัวของแต่ละคนสำคัญเท่ากับผลตรวจ
เมื่อไรควรพบแพทย์ และคลินิกช่วยอะไรได้
ถ้ากำลังวางแผนแต่งงาน มีบุตร หรือเริ่มความสัมพันธ์ใหม่ ควรตรวจล่วงหน้าอย่างน้อย 3–6 เดือน เพื่อให้มีเวลาฉีดวัคซีนที่ขาดและรักษาสิ่งที่เจอ ที่ Dr. Kris Clinic หมอจัดรายการตรวจให้เหมาะกับแต่ละคู่ ไม่ตรวจเกินจำเป็น ให้คำปรึกษาแบบคู่ และวางแผนวัคซีนต่อได้ทันที รวมถึงช่วยคุยในเรื่องที่ยากจะเริ่มต้นสำหรับคู่รักผ่าน การปรึกษาปัญหาคู่รัก


1
2
3











