Dr. Kris ClinicDr. Kris ClinicKnowledge
สุขภาพเพศชาย

ตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อ (Semen Analysis) ใครควรตรวจ อ่านผลอย่างไร

การตรวจน้ำเชื้อเป็นการตรวจพื้นฐานเมื่อวางแผนมีบุตรหรือมีบุตรยาก มาดูวิธีเตรียมตัว ค่าที่ใช้อ้างอิง และความหมายของผล

ตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อ (Semen Analysis) ใครควรตรวจ อ่านผลอย่างไร

สรุปสั้น ๆ

  • การตรวจน้ำเชื้อใช้ประเมินภาวะเจริญพันธุ์ชายเป็นหลัก ควรงดหลั่ง 2–7 วันก่อนตรวจ
  • ผลครั้งเดียวผิดปกติยังสรุปไม่ได้ ควรตรวจซ้ำ และแปลผลร่วมกับแพทย์
  • การใช้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนหรือสเตียรอยด์ทำให้อสุจิลดลงมากได้ ควรแจ้งแพทย์เสมอ

ผู้ชายหลายคนไม่เคยคิดว่าจะต้องตรวจน้ำเชื้อ จนวันที่คู่พยายามมีลูกมานานแล้วยังไม่สำเร็จ ความจริงคือปัจจัยฝ่ายชายมีส่วนเกี่ยวข้องในคู่ที่มีบุตรยากราวครึ่งหนึ่ง การตรวจน้ำเชื้อจึงเป็นการตรวจที่ง่าย ไม่เจ็บ และให้ข้อมูลมากครับ

การตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อ (Semen Analysis) คืออะไร

คือการนำน้ำอสุจิไปตรวจในห้องปฏิบัติการ เพื่อดูปริมาณ จำนวน การเคลื่อนไหว และรูปร่างของตัวอสุจิ รวมถึงลักษณะทางเคมีและเซลล์อื่น ๆ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ปรับปรุงคู่มือการตรวจเป็นฉบับที่ 6 ในปี 2021 ซึ่งห้องปฏิบัติการส่วนใหญ่ใช้อ้างอิงในปัจจุบัน

ใครควรตรวจ

  • คู่ที่พยายามมีบุตรมา 12 เดือนแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ หรือ 6 เดือนหากฝ่ายหญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป
  • ผู้ชายที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น เคยเป็นคางทูมลงอัณฑะ อัณฑะไม่ลงถุง เส้นเลือดขอดที่อัณฑะ (Varicocele) เคยผ่าตัดหรือบาดเจ็บบริเวณอัณฑะ
  • ผู้ที่เคยหรือกำลังใช้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน หรือสเตียรอยด์เพิ่มกล้าม และวางแผนมีบุตร
  • หลังทำหมันชาย เพื่อยืนยันว่าไม่มีตัวอสุจิแล้ว
  • ก่อนรับเคมีบำบัดหรือการรักษาที่อาจกระทบอัณฑะ เพื่อพิจารณาฝากอสุจิ

การตรวจน้ำเชื้อ ไม่ใช่การตรวจหลักสำหรับปัญหาแข็งตัวหรือหลั่งเร็ว ปัญหาเหล่านั้นมีแนวทางประเมินต่างหาก ดู ED อวัยวะเพศไม่แข็งตัว และ หลั่งเร็ว (PE)

เตรียมตัวก่อนตรวจ

  1. งดหลั่ง 2–7 วัน ไม่น้อยหรือนานเกินไป เพราะมีผลต่อปริมาณและการเคลื่อนไหว
  2. เก็บตัวอย่างด้วยการช่วยตัวเอง ใส่ภาชนะปลอดเชื้อที่ห้องปฏิบัติการให้ เก็บให้ได้ทั้งหมด ส่วนแรกของน้ำเชื้อมีอสุจิมากที่สุด
  3. ไม่ใช้เจลหล่อลื่นหรือน้ำลาย และไม่ใช้ถุงยางอนามัยทั่วไป เพราะทำลายตัวอสุจิได้
  4. ส่งตรวจภายใน 1 ชั่วโมง และเก็บใกล้อุณหภูมิร่างกาย ถ้าเก็บนอกสถานที่
  5. แจ้งเจ้าหน้าที่ ถ้าเก็บได้ไม่ครบ หรือมีไข้สูงในช่วง 2–3 เดือนก่อน
แผนภาพเตรียมตัวตรวจน้ำเชื้อให้ผลเชื่อถือได้
  1. 1งดหลั่ง 2–7 วันไม่น้อยหรือนานเกินไป
  2. 2ช่วยตัวเองใส่ภาชนะปลอดเชื้อ เก็บให้ได้ทั้งหมด
  3. 3ไม่ใช้เจล/น้ำลายและไม่ใช้ถุงยางทั่วไป ทำลายอสุจิได้
  4. 4ส่งภายใน 1 ชม.เก็บใกล้อุณหภูมิร่างกาย
  5. 5แจ้งเจ้าหน้าที่ถ้าเก็บไม่ครบ หรือมีไข้สูงช่วง 2–3 เดือนก่อน

ค่าอ้างอิงตาม WHO ฉบับที่ 6 (2021)

ตัวเลขด้านล่างคือค่าขีดล่างอ้างอิง (5th percentile) จากผู้ชายที่คู่ตั้งครรภ์ได้ภายใน 1 ปี ไม่ใช่เส้นแบ่ง “มีลูกได้” กับ “มีลูกไม่ได้”

รายการค่าขีดล่างอ้างอิง
ปริมาณน้ำเชื้อ (Volume)1.4 มล.
ความเข้มข้นของอสุจิ (Concentration)16 ล้านตัว/มล.
จำนวนอสุจิทั้งหมด (Total count)39 ล้านตัว
การเคลื่อนไหวรวม (Total motility)42%
การเคลื่อนไหวไปข้างหน้า (Progressive motility)30%
รูปร่างปกติ (Normal morphology)4%
อสุจิที่มีชีวิต (Vitality)54%
ความเป็นกรดด่าง (pH)7.2 ขึ้นไป

นอกจากนี้ห้องปฏิบัติการจะรายงานเวลาที่น้ำเชื้อเหลวตัว (Liquefaction) ความหนืด การจับกลุ่มของตัวอสุจิ (Agglutination) และเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งอาจบอกการอักเสบหรือติดเชื้อ

แผนภาพค่าขีดล่างอ้างอิงน้ำเชื้อ (WHO 2021)

ปริมาณ

  • น้ำเชื้อ 1.4 มล.
  • pH 7.2 ขึ้นไป

จำนวน

  • ความเข้มข้น 16 ล้านตัว/มล.
  • ทั้งหมด 39 ล้านตัว

การเคลื่อนไหว

  • รวม 42%
  • ไปข้างหน้า 30%

รูปร่างและชีวิต

  • รูปร่างปกติ 4%
  • มีชีวิต 54%

เป็นค่า 5th percentile ไม่ใช่เส้นแบ่งมีลูกได้หรือไม่ได้ ผลผิดปกติควรตรวจซ้ำ

ศัพท์ที่อาจเจอในผลตรวจ

  • Oligozoospermia จำนวนอสุจิน้อย
  • Asthenozoospermia การเคลื่อนไหวน้อย
  • Teratozoospermia รูปร่างปกติน้อย
  • Azoospermia ไม่พบตัวอสุจิ
  • Leukocytospermia เม็ดเลือดขาวมาก

ถ้าผลผิดปกติ ทำอะไรต่อ

  1. ตรวจซ้ำ ห่างกันอย่างน้อยหลายสัปดาห์ เพราะค่าน้ำเชื้อแปรปรวนได้มากตามธรรมชาติ แนวทาง AUA/ASRM แนะนำให้ประเมินจากผลอย่างน้อย 2 ครั้งเมื่อผลแรกผิดปกติ
  2. ซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยเฉพาะอัณฑะ ท่อนำอสุจิ และเส้นเลือดขอด
  3. ตรวจเลือดฮอร์โมน เช่น FSH, LH, เทสโทสเตอโรน ในรายที่เหมาะสม อ่าน ฮอร์โมนเพศชายพื้นฐาน
  4. ตรวจเพิ่มเติม เช่น อัลตราซาวด์ถุงอัณฑะ หรือตรวจทางพันธุกรรมในบางกรณี
  5. ส่งต่อแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะหรือแพทย์ด้านภาวะมีบุตรยาก เมื่อจำเป็น

ข้อควรรู้สำคัญเรื่องฮอร์โมนและสเตียรอยด์

อ่านเพิ่มที่ TRT คืออะไร ใครเหมาะ และ สเตียรอยด์และ PEDs: ความเสี่ยงและการฟื้นฟูร่างกาย

ดูแลคุณภาพน้ำเชื้อด้วยวิถีชีวิต

  • เลิกบุหรี่ ลดแอลกอฮอล์ งดสารเสพติด
  • ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • เลี่ยงความร้อนที่อัณฑะเป็นเวลานาน เช่น ซาวน่าบ่อย วางโน้ตบุ๊กบนตัก
  • รักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ให้หาย ซึ่งอาจทำให้ท่อนำอสุจิอุดตัน
  • นอนให้พอ จัดการความเครียด

การสร้างอสุจิใช้เวลาราว 2–3 เดือน การเปลี่ยนแปลงจึงเห็นผลหลังจากนั้น

ตรวจได้ที่ไหน และคลินิกช่วยอะไรได้

ที่ Dr. Kris Clinic เราให้คำปรึกษาก่อนตรวจ อธิบายวิธีเตรียมตัวและเก็บตัวอย่างอย่างเป็นส่วนตัว แปลผลให้เข้าใจง่าย ตรวจฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง และวางแผนต่อร่วมกับคุณและคู่ รวมถึงส่งต่อสถานพยาบาลด้านภาวะมีบุตรยากเมื่อจำเป็น

ขั้นต่อไป

อยากให้หมอช่วยดูเรื่องนี้ ทำได้ใน 3 ขั้น

อ่านบทความเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เมื่อพร้อม ลองประเมินตัวเองก่อน ดูว่าการปรึกษาเป็นอย่างไร แล้วค่อยนัดเวลาที่สะดวก

แบบประเมินเป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยและไม่แทนการประเมินโดยแพทย์ ผลลัพธ์ของการดูแลแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ความซับซ้อนของปัญหา และปัจจัยอื่น ๆ

Consult Dr. Kris

กังวลเรื่องสมรรถภาพทางเพศ

คุยกับหมอแบบส่วนตัว ประเมินหาสาเหตุทั้งร่างกาย ฮอร์โมน และหลอดเลือด ก่อนเลือกการรักษาที่เหมาะกับคุณ

นัดหมายออนไลน์แชท LINE @dr.krisclinicดูรายการยาและบริการ

ยาและบริการทุกรายการต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อน

คำถามที่พบบ่อย

ต้องงดมีเพศสัมพันธ์กี่วันก่อนตรวจน้ำเชื้อ

แนะนำให้งดหลั่ง 2–7 วันก่อนเก็บตัวอย่าง และพยายามใช้ระยะงดใกล้เคียงกันถ้าต้องตรวจซ้ำ เพื่อให้เปรียบเทียบผลได้

ผลน้ำเชื้อต่ำกว่าค่าอ้างอิง แปลว่ามีลูกไม่ได้ไหม

ไม่ใช่ ค่าอ้างอิงเป็นแค่จุดอ้างอิงทางสถิติ ผู้ชายหลายคนที่ค่าต่ำกว่าเกณฑ์ยังมีบุตรได้ ควรตรวจซ้ำและประเมินร่วมกับแพทย์และปัจจัยของคู่

ใช้ TRT อยู่ อยากมีลูก ต้องทำอย่างไร

ควรแจ้งแพทย์ก่อน เพราะเทสโทสเตอโรนจากภายนอกกดการสร้างอสุจิ แพทย์อาจวางแผนหยุดหรือเปลี่ยนแนวทางการรักษา และติดตามผลน้ำเชื้อ

English edition

Read this article in English

Semen Analysis: Who Should Test and How to Read the Results →

Full English version for international patients and visitors.

เอกสารอ้างอิง

  1. World Health Organization. WHO laboratory manual for the examination and processing of human semen. 6th edition. 2021
  2. Schlegel PN, et al. Diagnosis and treatment of infertility in men: AUA/ASRM guideline part I. J Urol. 2021;205(1):36-43
  3. European Association of Urology. EAU Guidelines on Sexual and Reproductive Health. 2025

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือกังวล ควรปรึกษาแพทย์

Dr. Kris Clinicคลินิกเวชศาสตร์ครอบครัวและสุขภาพเพศ สุราษฎร์ธานีดูแลโดย นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ · ว.48387

เวลาทำการ

  • จันทร์ปิดทำการ
  • อังคาร – ศุกร์17:00 – 20:00
  • เสาร์ – อาทิตย์10:00 – 15:00

ปรึกษาออนไลน์ได้ทั่วประเทศ

ติดต่อ