Dr. Kris ClinicDr. Kris ClinicKnowledge
สุขภาพเพศชาย

สเตียรอยด์และ PEDs: ความเสี่ยงที่ต้องรู้ และการฟื้นฟูร่างกายหลังหยุด

สเตียรอยด์สร้างกล้ามได้จริง แต่มีราคาที่หัวใจ ฮอร์โมน การมีลูก และจิตใจต้องจ่าย ไม่ว่าคุณกำลังใช้ คิดจะใช้ หรืออยากเลิก การดูแลอย่างไม่ตัดสินช่วยลดอันตรายได้

สเตียรอยด์และ PEDs: ความเสี่ยงที่ต้องรู้ และการฟื้นฟูร่างกายหลังหยุด

สรุปสั้น ๆ

  • สเตียรอยด์ขนาดสูงเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ ไขมันผิดปกติ เลือดข้น และตับเสียหาย
  • เมื่อหยุด อัณฑะอาจไม่ทำงานไปหลายเดือนถึงเป็นปี ทำให้ซึม ไม่มีอารมณ์ทางเพศ และมีลูกยาก
  • บอกแพทย์ตามจริงได้ หมอไม่ตัดสิน และช่วยตรวจ ลดอันตราย และวางแผนฟื้นฟูได้

หมอเจอคนไข้กลุ่มนี้ไม่น้อย บางคนมาเพราะเต้านมโต บางคนมาเพราะหยุดใช้แล้วรู้สึกเหมือนชีวิตดับ ไม่มีแรง ไม่มีอารมณ์ทางเพศ และอีกหลายคนมาเพราะอยากตรวจเลือดแต่ไม่กล้าบอกว่าใช้อะไรอยู่ หมออยากบอกตรงนี้ก่อนว่า คุณบอกได้ เพราะการรู้ตามจริงทำให้หมอดูแลคุณได้ปลอดภัยกว่า

PEDs คืออะไร

PEDs (Performance-Enhancing Drugs) คือสารที่ใช้เพื่อเพิ่มกล้าม ความแข็งแรง หรือลดไขมัน ที่พบบ่อยในวงการฟิตเนส ได้แก่

  • สเตียรอยด์อนาโบลิก (Anabolic-Androgenic Steroids) ทั้งแบบฉีดและแบบกิน รวมถึงเทสโทสเตอโรนขนาดสูงเกินการรักษา
  • SARMs ซึ่งมักขายว่า “ปลอดภัยกว่าสเตียรอยด์” แต่ไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้ในคน และกดฮอร์โมนได้เช่นกัน
  • ฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth hormone) อินซูลิน
  • สารเร่งเผาผลาญ เช่น clenbuterol ไทรอยด์ฮอร์โมน และยาขับปัสสาวะ
  • ยาที่ใช้ร่วม เช่น ยาลดเอสโตรเจน hCG หรือ SERMs ที่ใช้เองโดยไม่มีแพทย์ดูแล

ความต่างสำคัญจาก TRT คือ TRT ใช้ขนาดเพื่อคืนระดับปกติในคนที่ฮอร์โมนต่ำจริง และมีการติดตาม ส่วน PEDs มักใช้ขนาดสูงกว่าหลายเท่า ใช้หลายตัวซ้อนกัน และมาจากแหล่งที่ไม่รู้คุณภาพ

ผลข้างเคียงตามระบบ

ระบบผลที่พบได้
หัวใจและหลอดเลือดความดันสูง กล้ามเนื้อหัวใจหนาและบีบตัวลดลง หลอดเลือดหัวใจตีบเร็วขึ้น หัวใจเต้นผิดจังหวะ
เลือดเลือดข้น เสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน
ไขมันHDL (ไขมันดี) ลดลงมาก LDL สูงขึ้น โดยเฉพาะกับชนิดกิน
ตับตับอักเสบ ท่อน้ำดีอุดตัน เนื้องอกตับ ส่วนใหญ่สัมพันธ์กับชนิดกิน
ฮอร์โมนและการมีลูกอัณฑะฝ่อ อสุจิลดหรือไม่มี เต้านมโต
ผิวและผมสิวรุนแรง ผมบางเร็ว
จิตใจหงุดหงิด ก้าวร้าว นอนไม่หลับ ซึมเศร้าหลังหยุด ภาวะพึ่งพาสาร
ไตไตเสื่อมจากภาระที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อร่วมกับโปรตีนสูงมากและยาขับน้ำ
การติดเชื้อใช้เข็มร่วมเสี่ยง HIV ไวรัสตับอักเสบบีและซี ฝีบริเวณที่ฉีด

แถลงการณ์ทางวิทยาศาสตร์ของ Endocrine Society (2014) และงานของ Baggish และคณะ (Circulation 2017) พบว่าผู้ใช้สเตียรอยด์ระยะยาวมีการบีบตัวของหัวใจลดลง และมีคราบไขมันในหลอดเลือดหัวใจมากกว่าคนไม่ใช้อย่างชัดเจน ความเสี่ยงหลายอย่างไม่มีอาการเตือนจนกว่าจะเกิดเรื่อง

อีกเรื่องที่มักถูกมองข้าม คือผลิตภัณฑ์ใต้ดินจำนวนมากมีตัวยาไม่ตรงฉลาก ขนาดไม่ตรง หรือปนเปื้อน รวมถึงอาหารเสริมบางชนิดที่ลักลอบผสมสเตียรอยด์โดยไม่ระบุ

หยุดแล้วทำไมรู้สึกแย่มาก

ระหว่างใช้ สมองหยุดสั่งให้อัณฑะทำงาน เมื่อหยุดยา ระดับฮอร์โมนจากภายนอกหายไป แต่อัณฑะยังไม่กลับมาทำงาน เกิดภาวะที่เรียกว่า ภาวะพร่องฮอร์โมนจากสเตียรอยด์ (Anabolic Steroid-Induced Hypogonadism, ASIH)

  • อาการ: ไม่มีแรง ไม่มีอารมณ์ทางเพศ แข็งตัวไม่ดี ซึม วิตกกังวล กล้ามหาย
  • ระยะเวลา: ส่วนใหญ่หลายเดือน บางคนนานเป็นปี และบางคนฟื้นไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะคนที่ใช้นานและขนาดสูง
  • ผลที่ตามมา: หลายคนกลับไปใช้ซ้ำเพราะทนอาการไม่ไหว กลายเป็นวงจรพึ่งพา

อาการซึมหลังหยุดสเตียรอยด์อาจรุนแรงได้ ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือ 1669 ทันที และอ่าน ซึมเศร้า หรือฮอร์โมนต่ำ แยกอย่างไร

แผนภาพวงจรพึ่งพาสเตียรอยด์หลังหยุดใช้
  1. 1
    ใช้ PEDsสมองหยุดสั่งให้อัณฑะทำงาน
  2. 2
    หยุดใช้ฮอร์โมนจากภายนอกหายไป อัณฑะยังไม่ฟื้น
  3. 3
    ฮอร์โมนต่ำ (ASIH)ไม่มีแรง ไม่มีอารมณ์ทางเพศ ซึม กล้ามหาย
  4. 4
    ทนไม่ไหวหลายคนกลับไปใช้ซ้ำ

อาการมักนานหลายเดือนถึงเป็นปี มีความคิดทำร้ายตัวเอง โทร 1323 หรือ 1669

การฟื้นฟูร่างกายหลังหยุด

  1. บอกแพทย์ตามจริง ว่าใช้อะไร ขนาดเท่าไหร่ นานแค่ไหน หยุดเมื่อไหร่
  2. ตรวจเลือดพื้นฐาน เช่น เทสโทสเตอโรน LH FSH Estradiol Hematocrit ไขมัน ตับ ไต และคัดกรองการติดเชื้อทางเลือดถ้าเคยใช้เข็มร่วม (อ่าน HIV คืออะไร ติดได้อย่างไร)
  3. ตรวจหัวใจ วัดความดัน คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และอาจตรวจเพิ่มตามความเหมาะสม
  4. วางแผนฟื้นแกนฮอร์โมน ตามที่แพทย์ประเมิน บางรายรอให้ฟื้นเอง บางรายใช้ยากระตุ้น การทำ “PCT” เองตามสูตรในอินเทอร์เน็ตไม่ได้มีหลักฐานรองรับที่ดี และอาจทำให้อาการแย่ลง
  5. ดูแลใจ เพราะภาพลักษณ์ร่างกายที่เปลี่ยนไปกระทบใจมาก บางคนมีภาวะหมกมุ่นกับรูปร่าง (Muscle dysmorphia) ซึ่งรักษาได้
  6. ตั้งเป้าหมายใหม่ที่ยั่งยืน ด้วยการฝึก อาหาร และการนอน อ่าน TRT ช่วยเพิ่มกล้ามได้แค่ไหน และการสร้างกล้ามที่ถูกวิธี

ถ้าตรวจแล้วอัณฑะไม่ฟื้นจริงหลังรอระยะเวลาที่เหมาะสม บางคนอาจเข้าเกณฑ์ภาวะพร่องฮอร์โมนถาวร และพิจารณา TRT ในขนาดทดแทนพร้อมติดตาม ซึ่งต่างจากการกลับไปใช้ PEDs

แผนภาพเส้นทางฟื้นฟูร่างกายหลังหยุด PEDs
  1. 1บอกแพทย์ตามจริงใช้อะไร ขนาด นานแค่ไหน หยุดเมื่อไหร่
  2. 2ตรวจเลือดและหัวใจฮอร์โมน เลือดข้น ไขมัน ตับ ไต ความดัน คลื่นหัวใจ
  3. 3ฟื้นแกนฮอร์โมนตามที่แพทย์ประเมิน ไม่ทำ PCT เองตามอินเทอร์เน็ต
  4. 4ดูแลใจภาพลักษณ์ร่างกาย ภาวะหมกมุ่นกับรูปร่าง
  5. 5เป้าหมายใหม่ฝึก อาหาร และการนอนอย่างยั่งยืน

ถ้ายังใช้อยู่ ลดอันตรายอย่างไร

หมอไม่สนับสนุนการใช้ PEDs แต่ถ้าคุณยังตัดสินใจใช้ การลดอันตรายสำคัญกว่าการปิดบัง

  • ไม่ใช้เข็มหรืออุปกรณ์ร่วมกับใคร ใช้เข็มใหม่ทุกครั้ง
  • ตรวจเลือดและวัดความดันสม่ำเสมอ
  • เลี่ยงชนิดกินที่เป็นพิษต่อตับ และเลี่ยงการใช้หลายตัวซ้อน
  • ไม่ใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์หนักหรือสารเสพติดอื่น (อ่าน Chemsex)
  • ถ้าวางแผนมีลูก ให้คุยกับแพทย์ล่วงหน้า เพราะการฟื้นการสร้างอสุจิใช้เวลานาน

การขายยาควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาตผิดกฎหมายไทย และผลิตภัณฑ์จากตลาดมืดไม่มีใครรับประกันคุณภาพ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ และคลินิกช่วยอะไรได้

ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันทีถ้ามีเจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่นรัว หายใจหอบ ขาบวมข้างเดียว ตัวเหลืองตาเหลือง หรือแขนขาอ่อนแรงทันที และควรนัดพบแพทย์ถ้ามีเต้านมโต อัณฑะเล็ก มีลูกยาก ซึมหลังหยุด หรืออยากตรวจสุขภาพระหว่างใช้

ที่ Dr. Kris Clinic หมอให้คำปรึกษาแบบไม่ตัดสิน ตรวจเลือดและประเมินความเสี่ยง วางแผนฟื้นฟูฮอร์โมนตามที่แพทย์ประเมิน และดูแลเรื่องใจกับเรื่องเพศไปพร้อมกัน ปรึกษาได้ทั้งที่คลินิกและออนไลน์ ข้อมูลของคุณเป็นความลับ

ขั้นต่อไป

อยากให้หมอช่วยดูเรื่องนี้ ทำได้ใน 3 ขั้น

อ่านบทความเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เมื่อพร้อม ลองประเมินตัวเองก่อน ดูว่าการปรึกษาเป็นอย่างไร แล้วค่อยนัดเวลาที่สะดวก

แบบประเมินเป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยและไม่แทนการประเมินโดยแพทย์ ผลลัพธ์ของการดูแลแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ความซับซ้อนของปัญหา และปัจจัยอื่น ๆ

Consult Dr. Kris

สงสัยว่าฮอร์โมนเพศชายต่ำ

เริ่มจากตรวจเลือดและประเมินอาการกับแพทย์ ก่อนตัดสินใจเรื่อง TRT อย่างปลอดภัย

นัดหมายออนไลน์แชท LINE @dr.krisclinicดูรายการยาและบริการ

ยาและบริการทุกรายการต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อน

คำถามที่พบบ่อย

SARMs ปลอดภัยกว่าสเตียรอยด์ไหม

ไม่ควรคิดอย่างนั้น SARMs ไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้ในคน กดฮอร์โมนได้ มีรายงานตับอักเสบและไขมันผิดปกติ และผลิตภัณฑ์จำนวนมากมีสารไม่ตรงฉลาก

หยุดสเตียรอยด์แล้วฮอร์โมนจะกลับมาเองไหม

ส่วนใหญ่ค่อย ๆ กลับมาในหลายเดือน แต่บางคนนานเป็นปีหรือฟื้นไม่สมบูรณ์ ควรตรวจเลือดติดตามกับแพทย์แทนการทำ PCT เอง

เคยใช้สเตียรอยด์ ยังมีลูกได้ไหม

หลายคนฟื้นการสร้างอสุจิได้หลังหยุด แต่ใช้เวลา ควรตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อและปรึกษาแพทย์ ซึ่งมียาช่วยกระตุ้นในบางกรณี

บอกหมอว่าใช้สเตียรอยด์ จะโดนตำหนิหรือแจ้งความไหม

การรักษาเป็นความลับระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย หน้าที่ของแพทย์คือดูแลสุขภาพ การบอกตามจริงช่วยให้ตรวจและดูแลได้ตรงจุด

English edition

Read this article in English

Anabolic Steroids and PEDs: Risks and Recovery After Stopping →

Full English version for international patients and visitors.

เอกสารอ้างอิง

  1. Pope HG Jr, et al. Adverse health consequences of performance-enhancing drugs: an Endocrine Society scientific statement. Endocr Rev. 2014;35(3):341–375.
  2. Baggish AL, et al. Cardiovascular Toxicity of Illicit Anabolic-Androgenic Steroid Use. Circulation. 2017;135(21):1991–2002.
  3. Rasmussen JJ, et al. Former Abusers of Anabolic Androgenic Steroids Exhibit Decreased Testosterone Levels and Hypogonadal Symptoms Years after Cessation. PLoS One. 2016;11(8):e0161208.
  4. Bhasin S, et al. Testosterone Therapy in Men With Hypogonadism: An Endocrine Society Clinical Practice Guideline. J Clin Endocrinol Metab. 2018;103(5):1715–1744.

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือกังวล ควรปรึกษาแพทย์

Dr. Kris Clinicคลินิกเวชศาสตร์ครอบครัวและสุขภาพเพศ สุราษฎร์ธานีดูแลโดย นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ · ว.48387

เวลาทำการ

  • จันทร์ปิดทำการ
  • อังคาร – ศุกร์17:00 – 20:00
  • เสาร์ – อาทิตย์10:00 – 15:00

ปรึกษาออนไลน์ได้ทั่วประเทศ

ติดต่อ