หมอเจอคนไข้กลุ่มนี้ไม่น้อย บางคนมาเพราะเต้านมโต บางคนมาเพราะหยุดใช้แล้วรู้สึกเหมือนชีวิตดับ ไม่มีแรง ไม่มีอารมณ์ทางเพศ และอีกหลายคนมาเพราะอยากตรวจเลือดแต่ไม่กล้าบอกว่าใช้อะไรอยู่ หมออยากบอกตรงนี้ก่อนว่า คุณบอกได้ เพราะการรู้ตามจริงทำให้หมอดูแลคุณได้ปลอดภัยกว่า
PEDs คืออะไร
PEDs (Performance-Enhancing Drugs) คือสารที่ใช้เพื่อเพิ่มกล้าม ความแข็งแรง หรือลดไขมัน ที่พบบ่อยในวงการฟิตเนส ได้แก่
- สเตียรอยด์อนาโบลิก (Anabolic-Androgenic Steroids) ทั้งแบบฉีดและแบบกิน รวมถึงเทสโทสเตอโรนขนาดสูงเกินการรักษา
- SARMs ซึ่งมักขายว่า “ปลอดภัยกว่าสเตียรอยด์” แต่ไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้ในคน และกดฮอร์โมนได้เช่นกัน
- ฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth hormone) อินซูลิน
- สารเร่งเผาผลาญ เช่น clenbuterol ไทรอยด์ฮอร์โมน และยาขับปัสสาวะ
- ยาที่ใช้ร่วม เช่น ยาลดเอสโตรเจน hCG หรือ SERMs ที่ใช้เองโดยไม่มีแพทย์ดูแล
ความต่างสำคัญจาก TRT คือ TRT ใช้ขนาดเพื่อคืนระดับปกติในคนที่ฮอร์โมนต่ำจริง และมีการติดตาม ส่วน PEDs มักใช้ขนาดสูงกว่าหลายเท่า ใช้หลายตัวซ้อนกัน และมาจากแหล่งที่ไม่รู้คุณภาพ
ผลข้างเคียงตามระบบ
| ระบบ | ผลที่พบได้ |
|---|---|
| หัวใจและหลอดเลือด | ความดันสูง กล้ามเนื้อหัวใจหนาและบีบตัวลดลง หลอดเลือดหัวใจตีบเร็วขึ้น หัวใจเต้นผิดจังหวะ |
| เลือด | เลือดข้น เสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน |
| ไขมัน | HDL (ไขมันดี) ลดลงมาก LDL สูงขึ้น โดยเฉพาะกับชนิดกิน |
| ตับ | ตับอักเสบ ท่อน้ำดีอุดตัน เนื้องอกตับ ส่วนใหญ่สัมพันธ์กับชนิดกิน |
| ฮอร์โมนและการมีลูก | อัณฑะฝ่อ อสุจิลดหรือไม่มี เต้านมโต |
| ผิวและผม | สิวรุนแรง ผมบางเร็ว |
| จิตใจ | หงุดหงิด ก้าวร้าว นอนไม่หลับ ซึมเศร้าหลังหยุด ภาวะพึ่งพาสาร |
| ไต | ไตเสื่อมจากภาระที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อร่วมกับโปรตีนสูงมากและยาขับน้ำ |
| การติดเชื้อ | ใช้เข็มร่วมเสี่ยง HIV ไวรัสตับอักเสบบีและซี ฝีบริเวณที่ฉีด |
แถลงการณ์ทางวิทยาศาสตร์ของ Endocrine Society (2014) และงานของ Baggish และคณะ (Circulation 2017) พบว่าผู้ใช้สเตียรอยด์ระยะยาวมีการบีบตัวของหัวใจลดลง และมีคราบไขมันในหลอดเลือดหัวใจมากกว่าคนไม่ใช้อย่างชัดเจน ความเสี่ยงหลายอย่างไม่มีอาการเตือนจนกว่าจะเกิดเรื่อง
อีกเรื่องที่มักถูกมองข้าม คือผลิตภัณฑ์ใต้ดินจำนวนมากมีตัวยาไม่ตรงฉลาก ขนาดไม่ตรง หรือปนเปื้อน รวมถึงอาหารเสริมบางชนิดที่ลักลอบผสมสเตียรอยด์โดยไม่ระบุ
หยุดแล้วทำไมรู้สึกแย่มาก
ระหว่างใช้ สมองหยุดสั่งให้อัณฑะทำงาน เมื่อหยุดยา ระดับฮอร์โมนจากภายนอกหายไป แต่อัณฑะยังไม่กลับมาทำงาน เกิดภาวะที่เรียกว่า ภาวะพร่องฮอร์โมนจากสเตียรอยด์ (Anabolic Steroid-Induced Hypogonadism, ASIH)
- อาการ: ไม่มีแรง ไม่มีอารมณ์ทางเพศ แข็งตัวไม่ดี ซึม วิตกกังวล กล้ามหาย
- ระยะเวลา: ส่วนใหญ่หลายเดือน บางคนนานเป็นปี และบางคนฟื้นไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะคนที่ใช้นานและขนาดสูง
- ผลที่ตามมา: หลายคนกลับไปใช้ซ้ำเพราะทนอาการไม่ไหว กลายเป็นวงจรพึ่งพา
อาการซึมหลังหยุดสเตียรอยด์อาจรุนแรงได้ ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือ 1669 ทันที และอ่าน ซึมเศร้า หรือฮอร์โมนต่ำ แยกอย่างไร
- 1ใช้ PEDsสมองหยุดสั่งให้อัณฑะทำงาน
- 2หยุดใช้ฮอร์โมนจากภายนอกหายไป อัณฑะยังไม่ฟื้น
- 3ฮอร์โมนต่ำ (ASIH)ไม่มีแรง ไม่มีอารมณ์ทางเพศ ซึม กล้ามหาย
- 4ทนไม่ไหวหลายคนกลับไปใช้ซ้ำ
อาการมักนานหลายเดือนถึงเป็นปี มีความคิดทำร้ายตัวเอง โทร 1323 หรือ 1669
การฟื้นฟูร่างกายหลังหยุด
- บอกแพทย์ตามจริง ว่าใช้อะไร ขนาดเท่าไหร่ นานแค่ไหน หยุดเมื่อไหร่
- ตรวจเลือดพื้นฐาน เช่น เทสโทสเตอโรน LH FSH Estradiol Hematocrit ไขมัน ตับ ไต และคัดกรองการติดเชื้อทางเลือดถ้าเคยใช้เข็มร่วม (อ่าน HIV คืออะไร ติดได้อย่างไร)
- ตรวจหัวใจ วัดความดัน คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และอาจตรวจเพิ่มตามความเหมาะสม
- วางแผนฟื้นแกนฮอร์โมน ตามที่แพทย์ประเมิน บางรายรอให้ฟื้นเอง บางรายใช้ยากระตุ้น การทำ “PCT” เองตามสูตรในอินเทอร์เน็ตไม่ได้มีหลักฐานรองรับที่ดี และอาจทำให้อาการแย่ลง
- ดูแลใจ เพราะภาพลักษณ์ร่างกายที่เปลี่ยนไปกระทบใจมาก บางคนมีภาวะหมกมุ่นกับรูปร่าง (Muscle dysmorphia) ซึ่งรักษาได้
- ตั้งเป้าหมายใหม่ที่ยั่งยืน ด้วยการฝึก อาหาร และการนอน อ่าน TRT ช่วยเพิ่มกล้ามได้แค่ไหน และการสร้างกล้ามที่ถูกวิธี
ถ้าตรวจแล้วอัณฑะไม่ฟื้นจริงหลังรอระยะเวลาที่เหมาะสม บางคนอาจเข้าเกณฑ์ภาวะพร่องฮอร์โมนถาวร และพิจารณา TRT ในขนาดทดแทนพร้อมติดตาม ซึ่งต่างจากการกลับไปใช้ PEDs
- 1บอกแพทย์ตามจริงใช้อะไร ขนาด นานแค่ไหน หยุดเมื่อไหร่
- 2ตรวจเลือดและหัวใจฮอร์โมน เลือดข้น ไขมัน ตับ ไต ความดัน คลื่นหัวใจ
- 3ฟื้นแกนฮอร์โมนตามที่แพทย์ประเมิน ไม่ทำ PCT เองตามอินเทอร์เน็ต
- 4ดูแลใจภาพลักษณ์ร่างกาย ภาวะหมกมุ่นกับรูปร่าง
- 5เป้าหมายใหม่ฝึก อาหาร และการนอนอย่างยั่งยืน
ถ้ายังใช้อยู่ ลดอันตรายอย่างไร
หมอไม่สนับสนุนการใช้ PEDs แต่ถ้าคุณยังตัดสินใจใช้ การลดอันตรายสำคัญกว่าการปิดบัง
- ไม่ใช้เข็มหรืออุปกรณ์ร่วมกับใคร ใช้เข็มใหม่ทุกครั้ง
- ตรวจเลือดและวัดความดันสม่ำเสมอ
- เลี่ยงชนิดกินที่เป็นพิษต่อตับ และเลี่ยงการใช้หลายตัวซ้อน
- ไม่ใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์หนักหรือสารเสพติดอื่น (อ่าน Chemsex)
- ถ้าวางแผนมีลูก ให้คุยกับแพทย์ล่วงหน้า เพราะการฟื้นการสร้างอสุจิใช้เวลานาน
การขายยาควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาตผิดกฎหมายไทย และผลิตภัณฑ์จากตลาดมืดไม่มีใครรับประกันคุณภาพ
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ และคลินิกช่วยอะไรได้
ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันทีถ้ามีเจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่นรัว หายใจหอบ ขาบวมข้างเดียว ตัวเหลืองตาเหลือง หรือแขนขาอ่อนแรงทันที และควรนัดพบแพทย์ถ้ามีเต้านมโต อัณฑะเล็ก มีลูกยาก ซึมหลังหยุด หรืออยากตรวจสุขภาพระหว่างใช้
ที่ Dr. Kris Clinic หมอให้คำปรึกษาแบบไม่ตัดสิน ตรวจเลือดและประเมินความเสี่ยง วางแผนฟื้นฟูฮอร์โมนตามที่แพทย์ประเมิน และดูแลเรื่องใจกับเรื่องเพศไปพร้อมกัน ปรึกษาได้ทั้งที่คลินิกและออนไลน์ ข้อมูลของคุณเป็นความลับ


1
2
3











