ในกลุ่มคนที่ใช้ TRT คำว่า “Test E” กับ “Test U” ถูกพูดถึงเหมือนสูตรลับ ใครใช้แบบไหนก็ว่าแบบนั้นดี ความจริงทั้งสองเป็นเทสโทสเตอโรนตัวเดียวกัน ต่างกันที่ “หาง” ทางเคมี (Ester) ที่ทำให้ยาปล่อยออกจากกล้ามเนื้อเร็วหรือช้า ความต่างนี้เปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตกับยาได้มาก
Test E: Testosterone Enanthate
เป็นเทสโทสเตอโรนชนิดออกฤทธิ์ระยะกลางในน้ำมัน ฉีดเข้ากล้าม (เช่น Testoviron Depot) ในการรักษาภาวะพร่องฮอร์โมน แพทย์มักใช้ขนาดที่ฉีดทุก 1–2 สัปดาห์ หรือบางรายห่างกว่านั้น
ลักษณะระดับฮอร์โมนหลังฉีด
- ระดับขึ้นสูงสุดภายในไม่กี่วันหลังฉีด ถ้าฉีดขนาดใหญ่ทีละมาก ๆ ระดับอาจสูงเกินช่วงปกติ
- จากนั้นค่อย ๆ ลดลง และอาจต่ำลงจนอาการกลับมาก่อนถึงรอบถัดไป
- การแบ่งขนาดให้เล็กลงและฉีดถี่ขึ้น ช่วยให้ระดับนิ่งขึ้น
ข้อดีคือปรับขนาดหรือรอบฉีดได้ยืดหยุ่น และถ้าเกิดผลข้างเคียง ยาจะหมดฤทธิ์ภายในไม่กี่สัปดาห์ ข้อเสียคือต้องฉีดบ่อย และระดับที่พุ่งสูงหลังฉีดสัมพันธ์กับภาวะเลือดข้น สิว และอารมณ์แกว่ง
Test U: Testosterone Undecanoate (Nebido)
เป็นเทสโทสเตอโรนชนิดออกฤทธิ์ยาว ขนาด 1,000 มก. ในน้ำมัน 4 มล. ฉีดเข้ากล้ามลึกที่สะโพก ตามเอกสารกำกับยา
- เข็มแรก
- เข็มที่สองห่าง 6 สัปดาห์ เพื่อให้ระดับขึ้นถึงเป้าเร็ว
- จากนั้นฉีดทุก 10–14 สัปดาห์ โดยแพทย์ปรับรอบตามผลเลือดก่อนเข็มถัดไป
ลักษณะระดับฮอร์โมนคือขึ้นไม่สูงเท่า Test E และอยู่ในช่วงปกติได้นาน ข้อดีคือฉีดปีละประมาณ 4 ครั้ง ระดับนิ่ง อารมณ์ไม่ค่อยแกว่ง ข้อเสียคือถ้าเกิดผลข้างเคียง เช่น เลือดข้น หรือเปลี่ยนใจอยากมีลูก ยาจะยังอยู่ในร่างกายหลายเดือน
- เข็มแรกเริ่มต้น
ฉีดเข้ากล้ามลึกที่สะโพก โดยบุคลากรทางการแพทย์
- สัปดาห์ที่ 6เข็มที่สอง
เพื่อให้ระดับขึ้นถึงเป้าเร็ว
- ทุก 10–14 สัปดาห์รอบต่อเนื่อง
แพทย์ปรับรอบตามผลเลือดก่อนเข็มถัดไป
หลังฉีดถ้ามีไอ แน่นคอ หายใจลำบาก ต้องแจ้งทันที
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ
| ประเด็น | Test E | Test U |
|---|---|---|
| ความถี่ | ทุก 1–3 สัปดาห์ | ทุก 10–14 สัปดาห์ หลังเข็มเริ่มต้น |
| ระดับฮอร์โมน | ขึ้นสูงแล้วลดลง ชัดเจน | ค่อนข้างคงที่ |
| เลือดข้น | พบบ่อยกว่า | พบได้ แต่มักน้อยกว่า |
| การปรับหรือหยุดยา | เร็ว | ช้า ยาอยู่นาน |
| การฉีด | ปริมาณน้อย | ปริมาณ 4 มล. ต้องฉีดช้าและเฝ้าดูหลังฉีด |
| เจาะเลือดติดตาม | ช่วงกลางรอบฉีด | ก่อนเข็มถัดไป |
Test E
Enanthate ออกฤทธิ์ระยะกลาง
- ฉีดทุก 1–3 สัปดาห์
- ระดับขึ้นสูงแล้วลดลงชัดเจน
- ปรับหรือหยุดยาได้เร็ว
- เจาะเลือดช่วงกลางรอบฉีด
Test U
Undecanoate ออกฤทธิ์ยาว
- ทุก 10–14 สัปดาห์ หลังเข็มเริ่มต้น
- ระดับค่อนข้างคงที่
- ยาอยู่ในร่างกายนาน หยุดช้า
- ฉีดช้า และเฝ้าดูหลังฉีดราว 30 นาที
เป็นเทสโทสเตอโรนตัวเดียวกัน ต่างที่ Ester ซึ่งกำหนดความเร็วในการปล่อยยา
เลือกอย่างไร
Test E อาจเหมาะกว่า ถ้า
- เพิ่งเริ่ม TRT และยังไม่แน่ใจว่าร่างกายตอบสนองอย่างไร
- ต้องการความยืดหยุ่นในการปรับยา
- มีโอกาสต้องหยุดยาเร็ว เช่น ยังคิดเรื่องมีลูก หรือมีภาวะที่ต้องติดตามใกล้ชิด
Test U อาจเหมาะกว่า ถ้า
- ใช้ TRT ระยะยาวและคงที่แล้ว
- ไม่สะดวกมาฉีดบ่อย
- รู้สึกอารมณ์และพลังงานแกว่งมากกับ Test E
- เคยเลือดข้นจากระดับที่พุ่งสูงหลังฉีด
หลายคนเริ่มด้วย Test E หรือเจลก่อน เมื่อรู้ว่าทนยาได้และระดับคงที่แล้วจึงเปลี่ยนเป็น Test U ถ้าคุณกำลังชั่งใจระหว่างฉีดกับทา อ่าน เทสโทสเตอโรนแบบฉีด กับแบบเจลทา
เรื่องที่ทั้งสองแบบเหมือนกัน
- กดการสร้างอสุจิเหมือนกัน ถ้าวางแผนมีลูกต้องบอกแพทย์ก่อน (ดู ผลข้างเคียงของ TRT)
- ต้องตรวจ Hematocrit, PSA ตามวัย และความดันเหมือนกัน (ดู ตรวจเลือดก่อนและระหว่าง TRT)
- ใช้เพื่อรักษาภาวะพร่องฮอร์โมน ไม่ใช่เพื่อเพาะกาย การใช้ขนาดสูงหรือซ้อนหลายตัวเข้าข่ายการใช้สเตียรอยด์ อ่าน สเตียรอยด์และ PEDs
- ต้องฉีดด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ ไม่ใช้เข็มร่วมกับใคร
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ และคลินิกช่วยอะไรได้
ควรพบแพทย์ถ้ารู้สึกอาการกลับมาก่อนถึงรอบฉีด มีสิวหรือปวดศีรษะหลังฉีดเป็นประจำ หรือบริเวณที่ฉีดบวมแดงร้อนและมีไข้ ซึ่งอาจเป็นการติดเชื้อ ส่วนอาการเจ็บหน้าอก หอบเหนื่อย หรือขาบวมข้างเดียว ต้องไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669
ที่ Dr. Kris Clinic มีบริการฮอร์โมนทดแทนแบบฉีดทั้งสองชนิด หมอจะประเมินว่าคุณเข้าเกณฑ์ TRT หรือไม่ ช่วยเลือกชนิดที่เหมาะ ฉีดโดยบุคลากรทางการแพทย์ และนัดตรวจติดตามให้ ยาใช้ตามที่แพทย์ประเมินและสั่งเท่านั้น


1
2
3











