Dr. Kris ClinicDr. Kris ClinicKnowledge
สุขภาพเพศชาย

Test E กับ Test U (Nebido) ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

Test E ฉีดถี่กว่าแต่ปรับง่าย Test U ฉีดห่างและระดับนิ่งกว่าแต่แก้ไขช้าถ้ามีผลข้างเคียง การเลือกขึ้นกับเป้าหมาย ความสะดวก และผลเลือดของคุณ

Test E กับ Test U (Nebido) ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

สรุปสั้น ๆ

  • Test E ฉีดทุก 1–3 สัปดาห์ ระดับขึ้นลงมากกว่า แต่ปรับหรือหยุดได้เร็ว
  • Test U ฉีดทุก 10–14 สัปดาห์หลังเข็มเริ่มต้น ระดับนิ่งกว่า แต่ถ้ามีผลข้างเคียง ยาจะอยู่ในร่างกายนาน
  • Test U ต้องฉีดช้า ๆ เข้ากล้ามลึก และสังเกตอาการหลังฉีด เพราะมีโอกาสเกิดปฏิกิริยาจากน้ำมันเข้ากระแสเลือดแม้พบน้อย

ในกลุ่มคนที่ใช้ TRT คำว่า “Test E” กับ “Test U” ถูกพูดถึงเหมือนสูตรลับ ใครใช้แบบไหนก็ว่าแบบนั้นดี ความจริงทั้งสองเป็นเทสโทสเตอโรนตัวเดียวกัน ต่างกันที่ “หาง” ทางเคมี (Ester) ที่ทำให้ยาปล่อยออกจากกล้ามเนื้อเร็วหรือช้า ความต่างนี้เปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตกับยาได้มาก

Test E: Testosterone Enanthate

เป็นเทสโทสเตอโรนชนิดออกฤทธิ์ระยะกลางในน้ำมัน ฉีดเข้ากล้าม (เช่น Testoviron Depot) ในการรักษาภาวะพร่องฮอร์โมน แพทย์มักใช้ขนาดที่ฉีดทุก 1–2 สัปดาห์ หรือบางรายห่างกว่านั้น

ลักษณะระดับฮอร์โมนหลังฉีด

  • ระดับขึ้นสูงสุดภายในไม่กี่วันหลังฉีด ถ้าฉีดขนาดใหญ่ทีละมาก ๆ ระดับอาจสูงเกินช่วงปกติ
  • จากนั้นค่อย ๆ ลดลง และอาจต่ำลงจนอาการกลับมาก่อนถึงรอบถัดไป
  • การแบ่งขนาดให้เล็กลงและฉีดถี่ขึ้น ช่วยให้ระดับนิ่งขึ้น

ข้อดีคือปรับขนาดหรือรอบฉีดได้ยืดหยุ่น และถ้าเกิดผลข้างเคียง ยาจะหมดฤทธิ์ภายในไม่กี่สัปดาห์ ข้อเสียคือต้องฉีดบ่อย และระดับที่พุ่งสูงหลังฉีดสัมพันธ์กับภาวะเลือดข้น สิว และอารมณ์แกว่ง

Test U: Testosterone Undecanoate (Nebido)

เป็นเทสโทสเตอโรนชนิดออกฤทธิ์ยาว ขนาด 1,000 มก. ในน้ำมัน 4 มล. ฉีดเข้ากล้ามลึกที่สะโพก ตามเอกสารกำกับยา

  1. เข็มแรก
  2. เข็มที่สองห่าง 6 สัปดาห์ เพื่อให้ระดับขึ้นถึงเป้าเร็ว
  3. จากนั้นฉีดทุก 10–14 สัปดาห์ โดยแพทย์ปรับรอบตามผลเลือดก่อนเข็มถัดไป

ลักษณะระดับฮอร์โมนคือขึ้นไม่สูงเท่า Test E และอยู่ในช่วงปกติได้นาน ข้อดีคือฉีดปีละประมาณ 4 ครั้ง ระดับนิ่ง อารมณ์ไม่ค่อยแกว่ง ข้อเสียคือถ้าเกิดผลข้างเคียง เช่น เลือดข้น หรือเปลี่ยนใจอยากมีลูก ยาจะยังอยู่ในร่างกายหลายเดือน

แผนภาพตารางฉีด Test U ตามเอกสารกำกับยา
  1. เข็มแรก
    เริ่มต้น

    ฉีดเข้ากล้ามลึกที่สะโพก โดยบุคลากรทางการแพทย์

  2. สัปดาห์ที่ 6
    เข็มที่สอง

    เพื่อให้ระดับขึ้นถึงเป้าเร็ว

  3. ทุก 10–14 สัปดาห์
    รอบต่อเนื่อง

    แพทย์ปรับรอบตามผลเลือดก่อนเข็มถัดไป

หลังฉีดถ้ามีไอ แน่นคอ หายใจลำบาก ต้องแจ้งทันที

เปรียบเทียบให้เห็นภาพ

ประเด็นTest ETest U
ความถี่ทุก 1–3 สัปดาห์ทุก 10–14 สัปดาห์ หลังเข็มเริ่มต้น
ระดับฮอร์โมนขึ้นสูงแล้วลดลง ชัดเจนค่อนข้างคงที่
เลือดข้นพบบ่อยกว่าพบได้ แต่มักน้อยกว่า
การปรับหรือหยุดยาเร็วช้า ยาอยู่นาน
การฉีดปริมาณน้อยปริมาณ 4 มล. ต้องฉีดช้าและเฝ้าดูหลังฉีด
เจาะเลือดติดตามช่วงกลางรอบฉีดก่อนเข็มถัดไป
แผนภาพTest E กับ Test U ต่างกันอย่างไร

Test E

Enanthate ออกฤทธิ์ระยะกลาง

  • ฉีดทุก 1–3 สัปดาห์
  • ระดับขึ้นสูงแล้วลดลงชัดเจน
  • ปรับหรือหยุดยาได้เร็ว
  • เจาะเลือดช่วงกลางรอบฉีด

Test U

Undecanoate ออกฤทธิ์ยาว

  • ทุก 10–14 สัปดาห์ หลังเข็มเริ่มต้น
  • ระดับค่อนข้างคงที่
  • ยาอยู่ในร่างกายนาน หยุดช้า
  • ฉีดช้า และเฝ้าดูหลังฉีดราว 30 นาที

เป็นเทสโทสเตอโรนตัวเดียวกัน ต่างที่ Ester ซึ่งกำหนดความเร็วในการปล่อยยา

เลือกอย่างไร

Test E อาจเหมาะกว่า ถ้า

  • เพิ่งเริ่ม TRT และยังไม่แน่ใจว่าร่างกายตอบสนองอย่างไร
  • ต้องการความยืดหยุ่นในการปรับยา
  • มีโอกาสต้องหยุดยาเร็ว เช่น ยังคิดเรื่องมีลูก หรือมีภาวะที่ต้องติดตามใกล้ชิด

Test U อาจเหมาะกว่า ถ้า

  • ใช้ TRT ระยะยาวและคงที่แล้ว
  • ไม่สะดวกมาฉีดบ่อย
  • รู้สึกอารมณ์และพลังงานแกว่งมากกับ Test E
  • เคยเลือดข้นจากระดับที่พุ่งสูงหลังฉีด

หลายคนเริ่มด้วย Test E หรือเจลก่อน เมื่อรู้ว่าทนยาได้และระดับคงที่แล้วจึงเปลี่ยนเป็น Test U ถ้าคุณกำลังชั่งใจระหว่างฉีดกับทา อ่าน เทสโทสเตอโรนแบบฉีด กับแบบเจลทา

เรื่องที่ทั้งสองแบบเหมือนกัน

  • กดการสร้างอสุจิเหมือนกัน ถ้าวางแผนมีลูกต้องบอกแพทย์ก่อน (ดู ผลข้างเคียงของ TRT)
  • ต้องตรวจ Hematocrit, PSA ตามวัย และความดันเหมือนกัน (ดู ตรวจเลือดก่อนและระหว่าง TRT)
  • ใช้เพื่อรักษาภาวะพร่องฮอร์โมน ไม่ใช่เพื่อเพาะกาย การใช้ขนาดสูงหรือซ้อนหลายตัวเข้าข่ายการใช้สเตียรอยด์ อ่าน สเตียรอยด์และ PEDs
  • ต้องฉีดด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ ไม่ใช้เข็มร่วมกับใคร

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ และคลินิกช่วยอะไรได้

ควรพบแพทย์ถ้ารู้สึกอาการกลับมาก่อนถึงรอบฉีด มีสิวหรือปวดศีรษะหลังฉีดเป็นประจำ หรือบริเวณที่ฉีดบวมแดงร้อนและมีไข้ ซึ่งอาจเป็นการติดเชื้อ ส่วนอาการเจ็บหน้าอก หอบเหนื่อย หรือขาบวมข้างเดียว ต้องไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669

ที่ Dr. Kris Clinic มีบริการฮอร์โมนทดแทนแบบฉีดทั้งสองชนิด หมอจะประเมินว่าคุณเข้าเกณฑ์ TRT หรือไม่ ช่วยเลือกชนิดที่เหมาะ ฉีดโดยบุคลากรทางการแพทย์ และนัดตรวจติดตามให้ ยาใช้ตามที่แพทย์ประเมินและสั่งเท่านั้น

ทางเลือกการรักษาและราคา

ยาและบริการที่แพทย์อาจพิจารณา

ราคาต่อแพ็ก ยาทุกรายการจ่ายหลังแพทย์ประเมินแล้วเท่านั้น แพทย์จะแนะนำว่าตัวไหนเหมาะกับคุณ ดูยาและบริการทั้งหมด

ขั้นต่อไป

อยากให้หมอช่วยดูเรื่องนี้ ทำได้ใน 3 ขั้น

อ่านบทความเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เมื่อพร้อม ลองประเมินตัวเองก่อน ดูว่าการปรึกษาเป็นอย่างไร แล้วค่อยนัดเวลาที่สะดวก

แบบประเมินเป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยและไม่แทนการประเมินโดยแพทย์ ผลลัพธ์ของการดูแลแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ความซับซ้อนของปัญหา และปัจจัยอื่น ๆ

Consult Dr. Kris

สงสัยว่าฮอร์โมนเพศชายต่ำ

เริ่มจากตรวจเลือดและประเมินอาการกับแพทย์ ก่อนตัดสินใจเรื่อง TRT อย่างปลอดภัย

นัดหมายออนไลน์แชท LINE @dr.krisclinicดูรายการยาและบริการ

ยาและบริการทุกรายการต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อน

คำถามที่พบบ่อย

Nebido ฉีดกี่เดือนครั้ง

หลังเข็มแรกและเข็มที่สองที่ห่างกัน 6 สัปดาห์ จะฉีดทุกประมาณ 10–14 สัปดาห์ แพทย์ปรับรอบตามผลเลือดที่เจาะก่อนเข็มถัดไป

เปลี่ยนจาก Test E เป็น Test U ได้ไหม

ได้ และพบบ่อย แพทย์จะวางแผนช่วงรอยต่อว่าเริ่มเข็มแรกเมื่อไหร่ และอาจใช้เข็มเริ่มต้นตามตาราง เพื่อไม่ให้ระดับตกหรือสูงซ้อน

ฉีด Test E ครั้งละมาก ๆ แต่ห่าง ๆ ได้ไหม

ทำให้ระดับพุ่งสูงหลังฉีดและตกต่ำก่อนรอบถัดไปมากขึ้น เพิ่มโอกาสเลือดข้นและอารมณ์แกว่ง แพทย์มักแนะนำขนาดเล็กลงแต่ถี่ขึ้นแทน

ทำไมต้องนั่งรอหลังฉีด Nebido

เพราะมีโอกาสน้อยที่จะเกิดปฏิกิริยาจากน้ำมันเข้ากระแสเลือดหรือแพ้ยา ซึ่งมักเกิดภายในไม่กี่นาทีหลังฉีด การสังเกตอาการช่วยให้ดูแลได้ทันที

English edition

Read this article in English

Test E vs Test U (Nebido): How They Differ and Which to Choose →

Full English version for international patients and visitors.

เอกสารอ้างอิง

  1. Bhasin S, et al. Testosterone Therapy in Men With Hypogonadism: An Endocrine Society Clinical Practice Guideline. J Clin Endocrinol Metab. 2018;103(5):1715–1744.
  2. Nieschlag E, Behre HM. Testosterone treatment: indications, routes and pitfalls. J Endocrinol Invest. 2010;33(11):1091–1099.
  3. Bayer. Nebido (testosterone undecanoate 1000 mg/4 mL) Summary of Product Characteristics.
  4. Ohlander SJ, et al. Erythrocytosis Following Testosterone Therapy. Sex Med Rev. 2018;6(1):77–85.

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือกังวล ควรปรึกษาแพทย์

Dr. Kris Clinicคลินิกเวชศาสตร์ครอบครัวและสุขภาพเพศ สุราษฎร์ธานีดูแลโดย นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ · ว.48387

เวลาทำการ

  • จันทร์ปิดทำการ
  • อังคาร – ศุกร์17:00 – 20:00
  • เสาร์ – อาทิตย์10:00 – 15:00

ปรึกษาออนไลน์ได้ทั่วประเทศ

ติดต่อ