Dr. Kris ClinicDr. Kris ClinicKnowledge
สุขภาพเพศชาย

TRT คืออะไร ใครเหมาะ ใครไม่ควรใช้ และควรเริ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

TRT ช่วยผู้ชายที่ฮอร์โมนต่ำจริงให้กลับมามีชีวิตที่ดีขึ้นได้ แต่ไม่ใช่ยาอายุวัฒนะ และไม่ใช่ยาสร้างกล้าม การเริ่มอย่างปลอดภัยต้องมีการวินิจฉัยที่ถูกต้องและการติดตามสม่ำเสมอ

TRT คืออะไร ใครเหมาะ ใครไม่ควรใช้ และควรเริ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

สรุปสั้น ๆ

  • TRT เหมาะกับผู้ชายที่มีอาการและตรวจเลือดตอนเช้ายืนยันว่าฮอร์โมนต่ำจริง ไม่ใช่สำหรับสร้างกล้ามในคนที่ปกติ
  • TRAVERSE (2023) พบว่าไม่เพิ่มหัวใจวายหรือสโตรก แต่พบหัวใจเต้นผิดจังหวะ ลิ่มเลือดที่ปอด และกระดูกหักมากขึ้นเล็กน้อย
  • TRT กดการสร้างอสุจิ ถ้ายังอยากมีลูกต้องบอกแพทย์ก่อนเริ่ม

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า TRT กลายเป็นเทรนด์ เห็นได้ทั้งในยิม ในคลิป และในโฆษณา บางคนพูดถึงเหมือนยาวิเศษที่ทำให้หนุ่มขึ้น บางคนกลัวว่าเป็นสเตียรอยด์อันตราย ความจริงอยู่ตรงกลาง TRT เป็นการรักษาทางการแพทย์ที่มีประโยชน์จริงสำหรับคนที่เป็นโรคจริง และมีความเสี่ยงที่จัดการได้ถ้ามีคนดูแล หมออยากให้คุณเข้าใจภาพนี้ก่อนตัดสินใจ

TRT คืออะไร

TRT (Testosterone Replacement Therapy) คือการให้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจากภายนอก เพื่อทดแทนส่วนที่ร่างกายสร้างไม่พอ เป้าหมายคือพาระดับฮอร์โมนกลับมาอยู่ในช่วงปกติของผู้ชาย ไม่ใช่ดันให้สูงเกินธรรมชาติ ซึ่งต่างจากการใช้สเตียรอยด์เพื่อเพาะกายที่ใช้ขนาดสูงกว่าหลายเท่า

รูปแบบที่ใช้กันในไทย ได้แก่

  • ฉีดเข้ากล้าม ชนิดออกฤทธิ์ระยะกลาง เช่น testosterone enanthate ฉีดทุก 1–3 สัปดาห์
  • ฉีดเข้ากล้าม ชนิดออกฤทธิ์ยาว testosterone undecanoate ฉีดทุก 10–14 สัปดาห์
  • เจลทาผิวหนังวันละครั้ง

การเลือกขึ้นกับไลฟ์สไตล์ โรคประจำตัว และความชอบ ดูเปรียบเทียบได้ที่ แบบฉีด กับแบบเจลทา และ Test E กับ Test U

ใครเหมาะกับ TRT

แนวทางของ AUA, EAU และ Endocrine Society ตรงกันว่าต้องมีครบทั้ง 2 ข้อ

  1. มีอาการหรืออาการแสดงของภาวะพร่องฮอร์โมน โดยเฉพาะอาการทางเพศ (ดู อาการขาดฮอร์โมนเพศชาย)
  2. ตรวจ Total testosterone ตอนเช้าขณะอดอาหารแล้วต่ำ อย่างน้อย 2 ครั้ง

ก่อนเริ่มยา แพทย์ควรหาสาเหตุและแก้สิ่งที่แก้ได้ก่อน เช่น น้ำหนักเกิน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ยาบางชนิด แถลงการณ์ของ Endocrine Society เดือนกรกฎาคม 2026 ย้ำว่า ในผู้ชายที่มีน้ำหนักเกินและไม่พบสาเหตุอื่น การลดน้ำหนักควรเป็นทางเลือกแรก และไม่แนะนำให้ตรวจคัดกรองฮอร์โมนในผู้ชายที่ไม่มีอาการ

แผนภาพใครเข้าเกณฑ์ TRT
1มีอาการของภาวะพร่องฮอร์โมน โดยเฉพาะอาการทางเพศ?
ใช่ ดูข้อถัดไป
ไม่ใช่ ไม่แนะนำตรวจคัดกรองฮอร์โมนในคนที่ไม่มีอาการ
2Total testosterone ตอนเช้าขณะอดอาหารต่ำ อย่างน้อย 2 ครั้ง?
ใช่ ดูข้อถัดไป
ไม่ใช่ ยังไม่เข้าเกณฑ์ หาสาเหตุอื่นของอาการ
3แก้สาเหตุที่แก้ได้แล้ว (น้ำหนัก การนอน ยา) และไม่มีข้อห้าม?
ใช่ คุยทางเลือก TRT และแผนติดตามกับแพทย์
ไม่ใช่ แก้ต้นเหตุก่อน น้ำหนักเกินให้ลดน้ำหนักเป็นทางเลือกแรก

แนวทาง AUA, EAU และ Endocrine Society

ใครไม่ควรเริ่ม หรือต้องประเมินก่อน

  • วางแผนมีลูกในเร็ว ๆ นี้
  • เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากหรือมะเร็งเต้านม หรือคลำพบก้อนที่ต่อมลูกหมากโดยยังไม่ได้ตรวจเพิ่ม
  • PSA สูงที่ยังไม่ได้รับการประเมินจากแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ
  • ความเข้มข้นเลือด (Hematocrit) สูงเกิน 50% ตั้งแต่ก่อนเริ่ม
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรงที่ยังไม่รักษา
  • ปัสสาวะลำบากรุนแรง
  • หัวใจล้มเหลวที่คุมไม่ได้ หรือเพิ่งมีหัวใจขาดเลือดหรือสโตรกภายใน 6 เดือน
  • มีประวัติลิ่มเลือดอุดตัน หรือภาวะเลือดแข็งตัวง่าย

ได้ประโยชน์อะไร และแค่ไหน

จากงานวิจัยแบบสุ่มขนาดใหญ่ เช่น T Trials และ TRAVERSE ในผู้ชายที่ฮอร์โมนต่ำจริง TRT ช่วยได้ดังนี้

  • ความต้องการทางเพศและความถี่ของกิจกรรมทางเพศดีขึ้นชัดที่สุด ส่วนการแข็งตัวดีขึ้นเล็กน้อย หลายคนยังต้องใช้ยาช่วยแข็งตัวร่วม (อ่าน ED)
  • อารมณ์และพลังงานดีขึ้นเล็กน้อยในคนที่อารมณ์หม่น แต่ไม่ได้รักษาโรคซึมเศร้า
  • ภาวะโลหิตจางที่ไม่มีสาเหตุอื่นดีขึ้น
  • มวลกล้ามเพิ่มและไขมันลดเล็กน้อย เห็นผลชัดขึ้นเมื่อออกกำลังกายร่วม
  • ความหนาแน่นกระดูกเพิ่มขึ้น แต่ใน TRAVERSE ไม่ได้ลดกระดูกหัก และยังพบกระดูกหักมากกว่ากลุ่มยาหลอกเล็กน้อย

สิ่งที่ TRT ยังไม่ได้พิสูจน์ คือการชะลอวัย การยืดอายุ หรือการป้องกันเบาหวานในคนทั่วไป

ความปลอดภัยต่อหัวใจ: TRAVERSE และการเปลี่ยนฉลากยา

TRAVERSE (Lincoff และคณะ, NEJM 2023) เป็นงานวิจัยที่ใหญ่ที่สุดเรื่องนี้ ศึกษาผู้ชาย 5,246 คน อายุ 45–80 ปี ที่ฮอร์โมนต่ำและมีโรคหัวใจหรือความเสี่ยงสูง ให้เจลเทสโทสเตอโรนเทียบกับยาหลอก ติดตามเฉลี่ยราว 2 ปีกว่า

ผลลัพธ์สิ่งที่พบ
หัวใจวาย สโตรก เสียชีวิตจากหัวใจไม่เพิ่มขึ้น (7.0% เทียบ 7.3%)
หัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ (AF)พบมากขึ้นเล็กน้อย
ลิ่มเลือดอุดตันที่ปอดพบมากขึ้นเล็กน้อย
ไตบาดเจ็บเฉียบพลันพบมากขึ้นเล็กน้อย
กระดูกหักพบมากขึ้น (3.5% เทียบ 2.5%)
มะเร็งต่อมลูกหมากชนิดรุนแรงพบน้อยและไม่ต่างกัน

หลังผลนี้ องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ประกาศเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2025 ให้ยาเทสโทสเตอโรนทุกตัวเพิ่มผล TRAVERSE ในฉลาก ถอดข้อความเตือนในกรอบดำเรื่องความเสี่ยงโรคหัวใจออก และให้ทุกผลิตภัณฑ์มีคำเตือนเรื่องความดันโลหิตสูงขึ้น ต่อมาในเดือนมิถุนายน 2026 FDA เริ่มกระบวนการพิจารณาผ่อนข้อความเรื่องข้อจำกัดในผู้ชายสูงวัยและเรื่องต่อมลูกหมาก ซึ่งยังเป็นข้อเสนอ ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย

สรุปคือ TRT ไม่ได้อันตรายต่อหัวใจอย่างที่เคยกลัว แต่ไม่ได้ปลอดภัยไร้ความเสี่ยง จึงยังต้องวัดความดัน ตรวจเลือด และติดตามต่อเนื่อง ดูรายละเอียดที่ ผลข้างเคียงของ TRT

เรื่องสำคัญที่มักลืม: การมีลูก

ฮอร์โมนจากภายนอกทำให้สมองหยุดส่งสัญญาณไปที่อัณฑะ การสร้างอสุจิจึงลดลงหรือหยุด TRT จึงใช้คุมกำเนิดไม่ได้ แต่ก็ทำให้มีลูกยากได้ ถ้ายังวางแผนมีบุตร ให้บอกแพทย์ตั้งแต่แรก เพราะมีทางเลือกอื่นที่กระตุ้นอัณฑะให้ทำงานเองตามที่แพทย์พิจารณา และอาจตรวจ วิเคราะห์น้ำเชื้อ ก่อนเริ่ม

ขั้นตอนเริ่ม TRT อย่างถูกต้อง

  1. ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินอารมณ์ ความสัมพันธ์ การนอน
  2. ตรวจเลือดตอนเช้า 2 ครั้ง พร้อมรายการพื้นฐาน (ดู ตรวจเลือดก่อนเริ่ม TRT)
  3. คุยเป้าหมาย ทางเลือก ความเสี่ยง และเรื่องการมีลูก ก่อนตัดสินใจร่วมกัน
  4. เลือกรูปแบบยาและขนาดตามที่แพทย์ประเมินและสั่ง
  5. นัดติดตามที่ 3–6 เดือนแรก ตรวจระดับฮอร์โมน ความเข้มข้นเลือด PSA ความดัน แล้วปรับยา
  6. หลังคงที่ ติดตามอย่างน้อยปีละครั้ง และประเมินว่าอาการดีขึ้นจริงไหม ถ้าไม่ดีขึ้นใน 3–6 เดือน ควรทบทวนการวินิจฉัย
แผนภาพขั้นตอนเริ่ม TRT อย่างปลอดภัย
  1. 1ประเมินรอบด้านประวัติ ตรวจร่างกาย อารมณ์ การนอน ความสัมพันธ์
  2. 2ตรวจเลือดเช้า 2 ครั้งพร้อมรายการพื้นฐานเพื่อความปลอดภัย
  3. 3ตัดสินใจร่วมกันเป้าหมาย ความเสี่ยง และเรื่องการมีลูก
  4. 4เริ่มตามแพทย์สั่งรูปแบบและขนาดตามที่แพทย์ประเมิน
  5. 5ติดตาม 3–6 เดือนแล้วอย่างน้อยปีละครั้ง ไม่ดีขึ้นให้ทบทวนวินิจฉัย

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ และคลินิกช่วยอะไรได้

ถ้าคุณมีอาการที่สงสัยว่าฮอร์โมนต่ำ หรือกำลังใช้ฮอร์โมนอยู่แล้วโดยไม่มีคนติดตาม นี่คือเวลาที่ดีที่จะมาตรวจ ระหว่างใช้ TRT ถ้ามีเจ็บหน้าอก หายใจหอบ ขาบวมข้างเดียว ใจสั่นผิดปกติ หรือแขนขาอ่อนแรงทันที ให้ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669

ที่ Dr. Kris Clinic หมอดูแลตั้งแต่ประเมินว่าเข้าเกณฑ์จริงหรือไม่ ตรวจเลือด วางแผนรูปแบบยา จนถึงติดตามผลระยะยาว ทั้งที่คลินิกในสุราษฎร์ธานีและแบบออนไลน์สำหรับการติดตามบางส่วน ผู้ชายวัย 50 ขึ้นไปสามารถอ่าน ผู้ชายวัย Silver Age 50+ ประกอบได้

ทางเลือกการรักษาและราคา

ยาและบริการที่แพทย์อาจพิจารณา

ราคาต่อแพ็ก ยาทุกรายการจ่ายหลังแพทย์ประเมินแล้วเท่านั้น แพทย์จะแนะนำว่าตัวไหนเหมาะกับคุณ ดูยาและบริการทั้งหมด

ขั้นต่อไป

อยากให้หมอช่วยดูเรื่องนี้ ทำได้ใน 3 ขั้น

อ่านบทความเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เมื่อพร้อม ลองประเมินตัวเองก่อน ดูว่าการปรึกษาเป็นอย่างไร แล้วค่อยนัดเวลาที่สะดวก

แบบประเมินเป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยและไม่แทนการประเมินโดยแพทย์ ผลลัพธ์ของการดูแลแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ความซับซ้อนของปัญหา และปัจจัยอื่น ๆ

Consult Dr. Kris

สงสัยว่าฮอร์โมนเพศชายต่ำ

เริ่มจากตรวจเลือดและประเมินอาการกับแพทย์ ก่อนตัดสินใจเรื่อง TRT อย่างปลอดภัย

นัดหมายออนไลน์แชท LINE @dr.krisclinicดูรายการยาและบริการ

ยาและบริการทุกรายการต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อน

คำถามที่พบบ่อย

TRT ต้องใช้ไปตลอดชีวิตไหม

ถ้าสาเหตุแก้ไม่ได้ เช่น อัณฑะหรือต่อมใต้สมองเสียหาย มักต้องใช้ต่อเนื่อง แต่ถ้าสาเหตุแก้ได้ เช่น น้ำหนักหรือยา บางคนหยุดได้หลังแก้ต้นเหตุ การหยุดควรทำตามที่แพทย์วางแผน

TRT เป็นสเตียรอยด์ไหม

เทสโทสเตอโรนเป็นฮอร์โมนกลุ่มสเตียรอยด์ แต่ TRT ใช้ขนาดเพื่อให้อยู่ในช่วงปกติและมีการติดตาม ต่างจากการใช้เพื่อเพาะกายที่ใช้ขนาดสูงกว่ามากและมักใช้หลายตัวร่วมกัน

TRT ทำให้หัวใจวายไหม

งาน TRAVERSE ปี 2023 ไม่พบว่าเพิ่มหัวใจวายหรือสโตรกในผู้ชายฮอร์โมนต่ำที่มีความเสี่ยงหัวใจ แต่พบหัวใจเต้นผิดจังหวะและลิ่มเลือดที่ปอดมากขึ้นเล็กน้อย จึงยังต้องติดตาม

ใช้ TRT แล้วยังมีลูกได้ไหม

TRT กดการสร้างอสุจิ ทำให้มีลูกยากระหว่างใช้ ส่วนใหญ่ฟื้นได้หลังหยุดแต่ใช้เวลาหลายเดือน ถ้าวางแผนมีลูกควรบอกแพทย์ก่อนเริ่ม

อายุเท่าไหร่ถึงใช้ TRT ได้

ไม่ได้กำหนดที่อายุ แต่ดูว่ามีภาวะพร่องฮอร์โมนจริงหรือไม่ ผู้ชายอายุน้อยที่ฮอร์โมนต่ำมักต้องหาสาเหตุเพิ่ม และต้องคิดเรื่องการมีลูกเป็นพิเศษ

English edition

Read this article in English

What Is TRT? Who It Suits, Who Should Avoid It, How to Start Safely →

Full English version for international patients and visitors.

เอกสารอ้างอิง

  1. Lincoff AM, et al. Cardiovascular Safety of Testosterone-Replacement Therapy (TRAVERSE). N Engl J Med. 2023;389:107–117.
  2. U.S. Food and Drug Administration. FDA issues class-wide labeling changes for testosterone products. February 28, 2025.
  3. Bhasin S, et al. Testosterone Therapy in Men With Hypogonadism: An Endocrine Society Clinical Practice Guideline. J Clin Endocrinol Metab. 2018;103(5):1715–1744.
  4. Mulhall JP, et al. Evaluation and Management of Testosterone Deficiency: AUA Guideline. J Urol. 2018;200(2):423–432 (validity confirmed 2024).
  5. Snyder PJ, et al. Effects of Testosterone Treatment in Older Men (T Trials). N Engl J Med. 2016;374:611–624.
  6. Endocrine Society. Statement on Testosterone Replacement Therapy. July 16, 2026.

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือกังวล ควรปรึกษาแพทย์

Dr. Kris Clinicคลินิกเวชศาสตร์ครอบครัวและสุขภาพเพศ สุราษฎร์ธานีดูแลโดย นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ · ว.48387

เวลาทำการ

  • จันทร์ปิดทำการ
  • อังคาร – ศุกร์17:00 – 20:00
  • เสาร์ – อาทิตย์10:00 – 15:00

ปรึกษาออนไลน์ได้ทั่วประเทศ

ติดต่อ