“หมอครับ ช่วงนี้ไม่มีอารมณ์เลย ตื่นมาก็ไม่สดชื่น ยกเวทก็ไม่ขึ้น ใช่ฮอร์โมนตกไหม” ประโยคนี้หมอได้ยินแทบทุกสัปดาห์ บางคนใช่จริง แต่อีกหลายคนกลับเป็นเรื่องการนอน ความเครียด ภาวะซึมเศร้า หรือเบาหวานที่ยังไม่รู้ตัว บทความนี้จะช่วยให้คุณรู้ว่าอาการแบบไหนชวนให้คิดถึงฮอร์โมนเพศชายต่ำ และควรทำอะไรต่อ
ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายคืออะไร
ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone Deficiency หรือ Male Hypogonadism) คือภาวะที่ร่างกายสร้างเทสโทสเตอโรนได้ไม่พอ จนเกิดอาการ คนไทยมักเรียกว่า “วัยทองผู้ชาย” (Andropause) แต่ต่างจากผู้หญิงตรงที่ไม่ได้เกิดกับผู้ชายทุกคน และไม่ได้เกิดจากอายุอย่างเดียว
แนวทางสากลทั้ง AUA, EAU และ Endocrine Society เห็นตรงกันว่า จะวินิจฉัยได้ต้องมีครบ 2 ข้อ คือ มีอาการ และผลเลือดต่ำจริงจากการตรวจตอนเช้าซ้ำ ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งยังไม่ถือว่าเป็นโรค ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องค่าปกติ อ่าน ฮอร์โมนเพศชายพื้นฐาน ก่อนได้
อาการที่พบบ่อย แยกตามความจำเพาะ
อาการทางเพศ (จำเพาะที่สุด)
- ความต้องการทางเพศลดลงชัดเจนเมื่อเทียบกับตัวเองเมื่อก่อน
- การแข็งตัวตอนเช้า (Morning erection) ลดลงหรือหายไป
- แข็งตัวไม่เต็มที่ หรือคงการแข็งตัวไม่ได้
- ปริมาณน้ำอสุจิลดลง
งานวิจัย EMAS ในผู้ชายยุโรปพบว่า 3 อาการแรกเป็นกลุ่มที่สัมพันธ์กับฮอร์โมนต่ำมากที่สุด
อาการทางกาย
- เหนื่อยง่าย แรงลดลง
- มวลกล้ามเนื้อลด ไขมันหน้าท้องเพิ่ม
- เต้านมขยาย หรือเจ็บเต้านม (Gynecomastia)
- หนวดเครา ขนตามตัวขึ้นช้าลง
- กระดูกบาง หรือกระดูกหักง่ายกว่าวัย
- ร้อนวูบวาบ เหงื่อออก (พบในรายที่ฮอร์โมนต่ำมาก)
อาการทางใจ
- หงุดหงิดง่าย อารมณ์หม่น ขาดแรงจูงใจ
- สมาธิและความจำแย่ลง
- นอนไม่ดี
กลุ่มอาการทางใจซ้อนทับกับภาวะซึมเศร้ามาก ถ้าคุณรู้สึกเศร้าต่อเนื่อง เบื่อทุกอย่าง หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง อ่าน ซึมเศร้า หรือฮอร์โมนต่ำ แยกอย่างไร และขอความช่วยเหลือทันที
ทางเพศ
จำเพาะที่สุด
- ความต้องการลดลงชัด
- แข็งตอนเช้าลดหรือหาย
- แข็งตัวไม่เต็มที่
ทางกาย
- เหนื่อยง่าย แรงลด
- กล้ามลด ไขมันหน้าท้องเพิ่ม
- เต้านมขยาย กระดูกบาง
ทางใจ
ซ้อนทับซึมเศร้า
- หงุดหงิด ขาดแรงจูงใจ
- สมาธิ ความจำแย่ลง
- นอนไม่ดี
งานวิจัย EMAS: อาการทางเพศ 3 ข้อแรกสัมพันธ์กับฮอร์โมนต่ำมากที่สุด
อาการคล้ายกัน แต่อาจไม่ใช่ฮอร์โมน
| อาการ | สาเหตุอื่นที่ต้องคิดถึง |
|---|---|
| เหนื่อย ง่วงกลางวัน | นอนไม่พอ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โลหิตจาง ไทรอยด์ต่ำ |
| ไม่มีอารมณ์ทางเพศ | ความเครียด ปัญหาความสัมพันธ์ ยาต้านเศร้า ยาลดความดันบางชนิด |
| แข็งตัวไม่ดี | โรคหลอดเลือด เบาหวาน ความดัน สูบบุหรี่ ความวิตกกังวล |
| ลงพุง กล้ามหาย | กินเกิน ขยับน้อย เบาหวานแฝง |
| ซึม หงุดหงิด | ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล ภาวะหมดไฟ |
บ่อยครั้งสองเรื่องเกิดพร้อมกัน เช่น อ้วนลงพุงทำให้ฮอร์โมนลด และฮอร์โมนที่ลดก็ทำให้ไขมันเพิ่ม การดูแลจึงต้องดูทั้งภาพ ไม่ใช่แค่ตัวเลข ถ้าปัญหาหลักคือการแข็งตัว เริ่มที่ ED อวัยวะเพศไม่แข็งตัว จะตรงกว่า และถ้าเป็นเรื่องความต้องการทางเพศลดลง ดู ภาวะความต้องการทางเพศลดลง ซึ่งพูดถึงทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
ใครเสี่ยงบ้าง
- อายุ 45 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะที่มีโรคเรื้อรังร่วม
- รอบเอวเกิน 90 ซม. เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันสูง ไขมันพอกตับ
- นอนกรนเสียงดัง หยุดหายใจขณะหลับ
- ใช้ยาโอปิออยด์ หรือสเตียรอยด์ระยะยาว
- เคยใช้สเตียรอยด์เพื่อสร้างกล้ามแล้วหยุด
- เคยบาดเจ็บ ผ่าตัด ฉายรังสี หรือได้เคมีบำบัดบริเวณอัณฑะ
- มีโรคต่อมใต้สมอง หรือภาวะทางพันธุกรรม เช่น Klinefelter syndrome
แบบสอบถามช่วยได้แค่ไหน
แบบสอบถามอย่าง ADAM หรือ AMS ช่วยให้เรากล้าพูดถึงอาการและใช้ติดตามผลการรักษาได้ แต่ความแม่นยำในการคัดกรองค่อนข้างต่ำ คนจำนวนมากตอบ “ใช่” ทั้งที่ฮอร์โมนปกติ จึงใช้เป็นจุดเริ่มคุย ไม่ใช่ใช้ตัดสินว่าต้องรักษา
ถ้าสงสัยว่าเป็น ควรทำอย่างไร
- จดอาการว่าเริ่มเมื่อไหร่ อะไรเปลี่ยนในชีวิตช่วงนั้น เช่น งาน น้ำหนัก ยา การนอน
- เจาะเลือดตรวจ Total testosterone ช่วงเช้า 7–10 น. ขณะอดอาหาร
- ถ้าต่ำ ตรวจซ้ำอีกวัน พร้อม LH, FSH และ SHBG ตามที่แพทย์พิจารณา
- ตรวจหาโรคร่วม เช่น น้ำตาล ไขมัน ความเข้มข้นเลือด ไทรอยด์ ตามอาการ
- แก้ปัจจัยที่แก้ได้ก่อนหรือควบคู่ เช่น ลดน้ำหนัก รักษาการนอน ปรับยา
รายการตรวจแบบละเอียดอยู่ที่ ตรวจเลือดก่อนเริ่ม TRT
- 1จดอาการเริ่มเมื่อไหร่ ชีวิตช่วงนั้นเปลี่ยนอะไร
- 2เจาะเลือดเช้าTotal testosterone 7–10 น. ขณะอดอาหาร
- 3ต่ำ ตรวจซ้ำอีกวัน พร้อม LH, FSH, SHBG ตามที่แพทย์พิจารณา
- 4หาโรคร่วมน้ำตาล ไขมัน ความเข้มข้นเลือด ไทรอยด์
- 5แก้ที่แก้ได้ลดน้ำหนัก รักษาการนอน ปรับยา
วินิจฉัยได้ต้องมีทั้งอาการ และผลเลือดตอนเช้าต่ำจริงซ้ำ (AUA, EAU, Endocrine Society)
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ และคลินิกช่วยอะไรได้
ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการทางเพศร่วมกับอาการอื่นนานเกิน 2–3 เดือน มีเต้านมขยาย อัณฑะเล็กลง หรือมีลูกยาก และควรพบเร็วขึ้นถ้ามีปวดศีรษะร่วมกับตามัว หรือมีน้ำนมไหล ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคต่อมใต้สมอง
ที่ Dr. Kris Clinic หมอจะประเมินทั้งร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์ ตรวจเลือดในเวลาที่เหมาะสม และอธิบายผลให้เข้าใจ ถ้าเข้าเกณฑ์จริงจึงคุยเรื่อง TRT ใครเหมาะ และเริ่มอย่างไร ถ้าไม่เข้าเกณฑ์ หมอจะช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงต่อ ปรึกษาได้ที่คลินิกหรือออนไลน์


1
2
3











