คำว่า “ฮอร์โมนผู้หญิงสูง” ทำให้ผู้ชายหลายคนตกใจ บางคนเห็นโพสต์ในกลุ่มฟิตเนสแล้วไปหายาลดเอสโตรเจนมากินเอง หมอเจอคนไข้ที่กินจนเอสโตรเจนต่ำเกินไป แล้วกลับมาด้วยอาการปวดข้อ ไม่มีอารมณ์ทางเพศ และกระดูกบาง บทความนี้อยากชวนมองใหม่ว่า เอสโตรเจนในผู้ชายไม่ใช่ตัวร้าย สิ่งที่ต้องดูแลคือ “สมดุล” และ “ต้นเหตุ”
เอนไซม์อะโรมาเทส (Aromatase) คืออะไร
อะโรมาเทสเป็นเอนไซม์ที่เปลี่ยนเทสโทสเตอโรนเป็นเอสตราไดออล (Estradiol, E2) ซึ่งเป็นเอสโตรเจนตัวหลัก ในผู้ชาย เอนไซม์นี้อยู่ในเนื้อเยื่อไขมัน สมอง อัณฑะ ตับ และกระดูก เอสตราไดออลในผู้ชายส่วนใหญ่จึงมาจากการเปลี่ยนแบบนี้ ไม่ได้สร้างขึ้นมาเองตรง ๆ
ยิ่งไขมันในร่างกายมาก โดยเฉพาะไขมันหน้าท้อง อะโรมาเทสก็ยิ่งทำงานมาก ร่วมกับที่ความอ้วนกดการสั่งงานจากสมอง ทำให้เทสโทสเตอโรนลดลงอีกทาง จึงเกิดวงจร “อ้วนลงพุง ฮอร์โมนชายลด สัดส่วนเอสโตรเจนสูงขึ้น” ซึ่งพบบ่อยในผู้ชายวัยกลางคน
- 1ไขมัน หน้าท้องมากอะโรมาเทสในไขมันทำงานมากขึ้น
- 2เปลี่ยนเป็น เอสโตรเจนเทสโทสเตอโรนถูกเปลี่ยนเป็นเอสตราไดออล
- 3ฮอร์โมนชาย ลดลงความอ้วนยังกดการสั่งงานจากสมอง
- 4ไขมัน สะสมง่ายฮอร์โมนที่ลดทำให้ไขมันเพิ่ม
ลดไขมันหน้าท้องคือวิธีที่ได้ผลที่สุดในการตัดวงจรนี้
ผู้ชายต้องใช้เอสโตรเจนทำอะไร
งานวิจัยสำคัญของ Finkelstein และคณะ (NEJM 2013) ทดลองกดฮอร์โมนในผู้ชายสุขภาพดี แล้วให้เทสโทสเตอโรนคืนในขนาดต่าง ๆ โดยบางกลุ่มกดการเปลี่ยนเป็นเอสโตรเจนไว้ด้วย ผลที่ได้เปลี่ยนความเข้าใจเดิมไปมาก
- การสะสมไขมันในร่างกายขึ้นกับระดับเอสโตรเจนเป็นหลัก เมื่อเอสโตรเจนต่ำ ไขมันกลับเพิ่ม
- ความต้องการทางเพศและการแข็งตัว ต้องอาศัยทั้งเทสโทสเตอโรนและเอสโตรเจน
- มวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรง ขึ้นกับเทสโทสเตอโรนเป็นหลัก
- กระดูกในผู้ชายต้องใช้เอสโตรเจนเพื่อคงความหนาแน่น
แปลว่าการกดเอสโตรเจนให้ต่ำที่สุดไม่ได้ทำให้ “แมนขึ้น” แต่อาจทำให้ไขมันเพิ่ม เซ็กซ์แย่ลง และกระดูกบาง
ไขมันในร่างกาย
- ขึ้นกับเอสโตรเจนเป็นหลัก
- เอสโตรเจนต่ำ ไขมันกลับเพิ่ม
ความต้องการและการแข็งตัว
- ต้องอาศัยทั้งสองฮอร์โมน
กล้ามเนื้อ
- ขึ้นกับเทสโทสเตอโรนเป็นหลัก
กระดูก
- ต้องใช้เอสโตรเจนคงความหนาแน่น
Finkelstein และคณะ (NEJM 2013) การกดเอสโตรเจนต่ำเกินไม่ได้ทำให้แมนขึ้น
เมื่อไหร่ที่เอสโตรเจนสูงเป็นปัญหา
อาการที่เกี่ยวกับเอสโตรเจนสูงอย่างชัดเจนที่สุดคือ ภาวะเต้านมโตในผู้ชาย (Gynecomastia) คือคลำได้เนื้อเต้านมเป็นก้อนนุ่มใต้หัวนม อาจเจ็บ ต่างจากไขมันหน้าอกธรรมดา
สาเหตุที่พบบ่อยของเต้านมโต:
- น้ำหนักเกิน
- ช่วงวัยรุ่น (มักหายเอง)
- การใช้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนหรือสเตียรอยด์ในขนาดสูง (อ่าน สเตียรอยด์และ PEDs)
- ยาบางชนิด เช่น spironolactone ยาลดกรดบางตัว ยารักษาต่อมลูกหมาก
- โรคตับ โรคไต ไทรอยด์เป็นพิษ
- พบน้อย: เนื้องอกอัณฑะหรือต่อมหมวกไตที่สร้างฮอร์โมน
ส่วนอาการอย่างอารมณ์แปรปรวน ซึม หรือไม่มั่นใจทางเพศ ที่บทความเดิมเคยโยงกับเอสโตรเจนสูง หลักฐานยังไม่ชัดว่าเกิดจากเอสโตรเจนโดยตรง อาการเหล่านี้มักมาจากภาวะอ้วน ฮอร์โมนชายต่ำ การนอน หรือความเครียดมากกว่า ดู ซึมเศร้า หรือฮอร์โมนต่ำ ประกอบ
ใช้ TRT แล้วเอสโตรเจนสูงขึ้น ต้องทำอย่างไร
เมื่อได้รับเทสโทสเตอโรนจากภายนอก เอสตราไดออลก็มักสูงขึ้นตามเป็นเรื่องปกติ ส่วนใหญ่ไม่ต้องทำอะไร
- แนวทาง AUA แนะนำให้ตรวจเอสตราไดออล ในคนที่มีอาการทางเต้านมหรือเต้านมโตก่อนเริ่ม TRT ไม่ได้แนะนำให้ตรวจทุกคน
- การใช้ยายับยั้งอะโรมาเทส (Aromatase inhibitor เช่น anastrozole) เป็นประจำร่วมกับ TRT ไม่ได้เป็นมาตรฐาน และอาจทำให้เอสโตรเจนต่ำเกินจนกระดูกบาง
- ถ้ามีเต้านมโตระหว่างรักษา แพทย์มักเริ่มจากทบทวนขนาดและรูปแบบยา เช่น เปลี่ยนจากฉีดที่ระดับขึ้นลงมากเป็นรูปแบบที่คงที่กว่า (อ่าน Test E กับ Test U)
รายละเอียดผลข้างเคียงอื่นอยู่ที่ ผลข้างเคียงของ TRT
ดูแลสมดุลฮอร์โมนอย่างไร ที่ต้นเหตุ
- ลดไขมันหน้าท้อง เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด เพราะทั้งลดอะโรมาเทสและช่วยให้เทสโทสเตอโรนกลับขึ้น
- นอนให้พอ และตรวจภาวะหยุดหายใจขณะหลับถ้านอนกรน
- ลดแอลกอฮอล์ ซึ่งมีผลต่อตับและฮอร์โมน
- ทบทวนยาและอาหารเสริมทุกตัว รวมถึงสเตียรอยด์และ “เทสบูสเตอร์”
- ออกกำลังกายแบบมีแรงต้านร่วมกับแอโรบิก
แนวทางแบบละเอียดอยู่ที่ ดูแลฮอร์โมนด้วยการนอน อาหาร และการออกกำลังกาย
ควรตรวจอะไรบ้าง
- Total testosterone ตอนเช้าขณะอดอาหาร ร่วมกับ SHBG เพื่อคำนวณฮอร์โมนอิสระ (อ่าน SHBG)
- LH และ FSH เพื่อดูต้นเหตุ
- Estradiol เมื่อมีเต้านมโตหรือเจ็บเต้านม
- ตามอาการ: โปรแลกติน การทำงานของตับ ไต ไทรอยด์
- วัดรอบเอวและองค์ประกอบร่างกาย
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ และคลินิกช่วยอะไรได้
ควรพบแพทย์ถ้ามีเต้านมโตหรือเจ็บ อารมณ์ทางเพศลดร่วมกับลงพุง หรือกำลังใช้ฮอร์โมนแล้วมีอาการผิดปกติ ที่ Dr. Kris Clinic หมอจะตรวจร่างกาย อ่านผลฮอร์โมนทั้งชุดอย่างเป็นภาพรวม และวางแผนที่ต้นเหตุก่อนเสมอ หากต้องใช้ยาจะเป็นไปตามที่แพทย์ประเมิน พร้อมติดตามผล ปรึกษาได้ที่คลินิกในสุราษฎร์ธานีหรือออนไลน์


1
2
3











