“แตกไว” เป็นเรื่องที่ผู้ชายหลายคนเก็บไว้คนเดียว บางคนกังวลจนหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ไปเลย ผมอยากบอกว่าหลั่งเร็วเป็นปัญหาทางเพศที่พบบ่อยที่สุดในผู้ชาย ไม่ใช่เรื่องแปลก และดีขึ้นได้ถ้าเข้าใจกลไกและฝึกอย่างถูกวิธีครับ
หลั่งเร็ว (Premature Ejaculation) คืออะไร
ตามนิยามของสมาคมเวชศาสตร์ทางเพศนานาชาติ (ISSM) หลั่งเร็วมีสามองค์ประกอบ
- เวลา หลั่งเร็วกว่าที่ต้องการ
- การควบคุม ควบคุมหรือชะลอการหลั่งไม่ได้เกือบทุกครั้ง
- ผลกระทบ ทำให้ทุกข์ใจ หงุดหงิด หรือหลีกเลี่ยงความใกล้ชิด
แบ่งเป็น 2 แบบ
- หลั่งเร็วตั้งแต่แรก (Lifelong PE) เป็นมาตั้งแต่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ มักหลั่งภายในราว 1 นาทีหลังสอดใส่
- หลั่งเร็วที่เกิดภายหลัง (Acquired PE) เคยปกติ แล้วเวลาลดลงชัดเจน มักเหลือราว 3 นาทีหรือน้อยกว่า
บทความเดิมของคลินิกเคยเขียนว่า “หลั่งภายใน 3 นาทีคือหลั่งเร็ว” ซึ่งไม่ถูกทั้งหมดครับ ตัวเลข 3 นาทีใช้กับแบบที่เกิดภายหลัง และการวินิจฉัยต้องมีเรื่องการควบคุมไม่ได้และความทุกข์ใจร่วมด้วย งานศึกษาของ Waldinger (2005) พบว่าค่ากลางของเวลาตั้งแต่สอดใส่ถึงหลั่งในผู้ชายทั่วไปอยู่ราว 5–6 นาทีเท่านั้น ไม่ได้ยาวเหมือนในหนัง
ตั้งแต่แรก
Lifelong PE
- เป็นตั้งแต่เริ่มมีเพศสัมพันธ์
- มักหลั่งภายในราว 1 นาทีหลังสอดใส่
- มีปัจจัยทางชีวภาพและพันธุกรรมร่วม
เกิดภายหลัง
Acquired PE
- เคยปกติแล้วเวลาลดลงชัดเจน
- มักเหลือราว 3 นาทีหรือน้อยกว่า
- ควรหาสาเหตุ เช่น ED ต่อมลูกหมาก ไทรอยด์
ต้องมีทั้งเรื่องเวลา ควบคุมไม่ได้ และความทุกข์ใจ จึงเรียกว่าหลั่งเร็ว
สาเหตุที่พบบ่อย
- ความตื่นเต้นและความกังวล โดยเฉพาะกับคู่ใหม่ หรือกลัวว่าจะไม่แข็ง
- ความไวของระบบประสาทและสารเซโรโทนิน ในแบบที่เป็นมาตั้งแต่แรก มีปัจจัยทางชีวภาพและพันธุกรรมร่วม
- ความเคยชินจากการรีบ เช่น ช่วยตัวเองให้เสร็จเร็วมาตลอด
- ภาวะแข็งตัวยาก (ED) กลัวอ่อนตัวจึงเร่งให้จบ
- ต่อมลูกหมากอักเสบ หรือไทรอยด์เป็นพิษ ในบางราย
- ความเครียดและความสัมพันธ์
เรื่องฮอร์โมน บทความเดิมเคยบอกว่าเทสโทสเตอโรนไม่สมดุลทำให้เสร็จไว ข้อมูลปัจจุบันยังไม่ชัดว่าเทสโทสเตอโรนเป็นสาเหตุหลัก ส่วนฮอร์โมนต่ำมักสัมพันธ์กับความต้องการลดลงหรือหลั่งช้ามากกว่า แพทย์จะตรวจฮอร์โมนเมื่อมีอาการอื่นที่ชวนสงสัย
วงจรหลั่งเร็วกับน้องชายไม่สู้
หลายคนหลั่งเร็วแล้วเสียความมั่นใจ ครั้งต่อไปยิ่งกังวล พอกังวลก็แข็งตัวไม่ดี กลัวอ่อนจึงรีบ แล้วก็หลั่งเร็วอีก วนแบบงูกินหาง ถ้ามีทั้งสองปัญหา แนวทาง EAU แนะนำให้ดูแล ED ก่อนหรือไปพร้อมกัน อ่านเพิ่มที่ ED อวัยวะเพศไม่แข็งตัว
- 1หลั่งเร็วเสียความมั่นใจ
- 2กังวล ครั้งต่อไปคิดล่วงหน้าว่าจะเป็นอีกไหม
- 3แข็งตัว ไม่ดีความกังวลกดการแข็งตัว
- 4กลัวอ่อน จึงรีบเร่งให้จบ แล้วหลั่งเร็วอีก
ถ้ามีทั้งสองปัญหา แนวทาง EAU แนะนำให้ดูแล ED ก่อนหรือไปพร้อมกัน
เทคนิคการฝึก (Behavioral therapy)
1. Stop–Start
ระหว่างช่วยตัวเองหรือมีกิจกรรมกับคู่ เมื่อรู้สึกว่าใกล้ถึงจุดที่จะหลั่ง ให้หยุดการกระตุ้น พักจนความรู้สึกลดลง แล้วค่อยเริ่มใหม่ ทำซ้ำ 3–4 รอบก่อนปล่อยให้หลั่ง
2. Squeeze
เมื่อใกล้จะหลั่ง ให้บีบบริเวณใต้หัวอวัยวะเพศเบา ๆ ประมาณ 10–20 วินาที จนความรู้สึกอยากหลั่งลดลง แล้วค่อยกลับมากระตุ้นต่อ
3. ฝึกรู้จักระดับความตื่นตัวของตัวเอง
ลองให้คะแนนความตื่นตัว 0–10 แล้วฝึกคงไว้ที่ราว 6–7 ไม่ให้ทะลุไปถึง 9 การฝึกช่วยตัวเองอย่างมีสติ ช้า ๆ ไม่ดูสื่อลามก ไม่รีบ ช่วยให้รู้จักสัญญาณร่างกายได้ดีขึ้น อ่าน ของเล่นผู้ใหญ่และการช่วยตัวเองอย่างปลอดภัย
4. หายใจและบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
หายใจช้า ๆ ด้วยท้องระหว่างกิจกรรม และฝึกขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานสม่ำเสมอ มีงานวิจัยว่าช่วยการควบคุมได้ ดูรายละเอียดที่ ความเครียด การผ่อนคลาย และการแข็งตัว
5. เปลี่ยนเป้าหมายของเซ็กซ์
เซ็กซ์ไม่ได้มีแค่การสอดใส่ เพิ่มเวลาเล้าโลม ให้ความสำคัญกับการสัมผัสทั้งตัว และการดูแลกันหลังจบ ถ้ารอบสองน้องชายไม่สู้ก็ไม่เป็นไร ความสุขของคู่มีหลายทาง การคุยกันอย่างเปิดใจลดความกดดันได้มาก อ่าน Sensate Focus
เทคนิคเหล่านี้ต้องฝึกต่อเนื่องหลายสัปดาห์ และได้ผลดีขึ้นเมื่อทำร่วมกับคู่
การรักษาด้วยยา (ตามที่แพทย์ประเมินและสั่ง)
| กลุ่มยา | ลักษณะ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ดาพอกซิทีน (Dapoxetine) | กินก่อนกิจกรรม 1–3 ชั่วโมง | ยาที่พัฒนามาเพื่อหลั่งเร็วโดยเฉพาะ |
| ยาชาเฉพาะที่ (ลิโดเคน/ไพรโลเคน) | สเปรย์หรือครีมทาก่อนกิจกรรม | ลดความไว ระวังคู่ชาหากไม่เช็ดออกหรือไม่ใช้ถุงยาง |
| ยากลุ่ม SSRI แบบกินทุกวัน | เช่น พาร็อกซีทีน (Paroxetine) | ใช้นอกข้อบ่งใช้ ได้ผลดีแต่ต้องติดตามผลข้างเคียง |
| ยาช่วยการแข็งตัว (PDE5 inhibitors) | ใช้เมื่อมี ED ร่วม | ช่วยตัดวงจรความกังวล |
ถุงยางที่มีสารชาด้านในเป็นอีกทางเลือกที่ใช้ได้เองและช่วยป้องกันโรคไปพร้อมกัน อ่านเรื่องยาเฉพาะได้ที่ Dapoxetine (Priligy) ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
- หลั่งเร็วจนทุกข์ใจหรือกระทบความสัมพันธ์
- เคยปกติแล้วเปลี่ยนไป โดยเฉพาะถ้ามีปัสสาวะแสบขัด ปวดอุ้งเชิงกราน หรือใจสั่นน้ำหนักลด
- มีปัญหาแข็งตัวร่วมด้วย
- ฝึกเองมาสักพักแล้วยังไม่ดีขึ้น
ที่ Dr. Kris Clinic เราประเมินภาวะหลั่งเร็วทั้งด้านร่างกายและจิตใจ แนะนำเทคนิคการฝึก ให้คำปรึกษาเชิงเพศวิทยาทั้งรายบุคคลและคู่ และพิจารณายาอย่างปลอดภัยเมื่อเหมาะสม หมอไม่ตัดสิน ปรึกษาได้ทั้งที่คลินิกและออนไลน์


1
2
3











