หลายคนเก็บคำถามเรื่องเพศไว้เป็นปี ๆ เพราะไม่รู้จะถามใคร กลัวถูกมองว่าแปลก หรือคิดว่า “เดี๋ยวก็หายเอง” ผมเข้าใจความรู้สึกนี้ดีครับ ในห้องตรวจ ประโยคแรกที่ผมได้ยินบ่อยที่สุดคือ “ไม่รู้ว่าเรื่องแบบนี้มาหาหมอได้ไหม” คำตอบคือได้ครับ เพราะเรื่องเพศเป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพ เหมือนการนอนหรือการกิน
นักเพศวิทยาคลินิกคือใคร
นักเพศวิทยาคลินิก (Clinical Sexologist) คือบุคลากรด้านสุขภาพที่ผ่านการฝึกเรื่องเพศวิทยาเพื่อดูแลปัญหาทางเพศ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์ บางคนเป็นแพทย์ บางคนเป็นนักจิตวิทยาหรือพยาบาล ที่ Dr. Kris Clinic ผู้ดูแลคือแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่ดูแลสุขภาพทางเพศ ซึ่งมีข้อดีคือ ตรวจร่างกาย สั่งตรวจเลือด และวางแผนการรักษาได้ในที่เดียว ไม่ต้องแยกคุยเรื่องใจกับเรื่องกายคนละที่
องค์การอนามัยโลก (WHO) นิยามสุขภาพทางเพศว่าไม่ใช่แค่ “ไม่มีโรค” แต่รวมถึงการมีชีวิตทางเพศที่ปลอดภัย มีความสุข และปราศจากการบังคับ ดังนั้นสิ่งที่คุยกันได้จึงกว้างกว่าที่หลายคนคิด
เรื่องที่มาปรึกษาได้
- ปัญหาสมรรถภาพในผู้ชาย เช่น อวัยวะเพศไม่แข็งตัว (ED) หลั่งเร็ว หลั่งช้า หรือไม่หลั่ง
- ปัญหาในผู้หญิง เช่น ความต้องการลดลง ไม่ตื่นตัว ไม่ถึงจุดสุดยอด หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
- ความสัมพันธ์และการสื่อสาร ความต้องการไม่ตรงกัน ห่างเหินหลังมีลูก หรือคุยเรื่องเพศกับคู่ไม่ได้ ซึ่งบางครั้งเหมาะกับการปรึกษาแบบคู่
- เพศวิถีและอัตลักษณ์ทางเพศ การสำรวจตัวเอง การเปิดตัว หรือการเริ่มฮอร์โมนเพื่อยืนยันเพศ
- ความชอบหรือพฤติกรรมทางเพศ เช่น kink, BDSM, จินตนาการทางเพศ ที่อยากเข้าใจว่าปกติไหม และทำอย่างไรให้ปลอดภัย
- พฤติกรรมที่เริ่มควบคุมไม่ได้ เช่น ใช้เวลากับสื่อลามกจนกระทบงานหรือความสัมพันธ์ หรือมีความต้องการที่ทำให้ตัวเองกลัวว่าจะทำร้ายผู้อื่น
- ความกังวลหลังมีความเสี่ยง เช่น กลัวติดโรคจนนอนไม่หลับ ตรวจซ้ำไม่หยุด
- คนที่ทำงานเกี่ยวกับเพศ เช่น sex worker หรือ sex creator ที่อยากดูแลทั้งกายและใจ
สมรรถภาพผู้ชาย
- ED หลั่งเร็ว
- หลั่งช้า ไม่หลั่ง
สุขภาพเพศผู้หญิง
- ความต้องการลด ไม่ถึงจุดสุดยอด
- เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
ความสัมพันธ์
- ความต้องการไม่ตรงกัน
- คุยเรื่องเพศกับคู่ไม่ได้
เพศวิถี อัตลักษณ์
- สำรวจตัวเอง เปิดตัว
- ฮอร์โมนยืนยันเพศ
ความชอบและพฤติกรรม
- kink BDSM จินตนาการ
- พฤติกรรมที่เริ่มควบคุมไม่ได้
ความกังวลหลังเสี่ยง
- กลัวติดโรค ตรวจซ้ำไม่หยุด
สัญญาณว่าถึงเวลาปรึกษาแล้ว
ไม่จำเป็นต้องรอให้ปัญหาหนักก่อนครับ แต่ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ผมแนะนำให้มาคุยกัน
- ปัญหาเกิดซ้ำ ๆ นานเกิน 3–6 เดือน หรือเป็นเกือบทุกครั้ง
- มันทำให้คุณทุกข์ใจ อาย หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ หรือรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง
- เริ่มกระทบความสัมพันธ์ ทะเลาะกันบ่อย หรือคู่เริ่มระแวง
- คุณกำลังซื้อยาหรืออาหารเสริมมากินเองโดยไม่รู้สาเหตุ
- ความชอบหรือพฤติกรรมทางเพศเริ่มทำให้ตัวเองหรือคนอื่นไม่ปลอดภัย หรือเกี่ยวข้องกับคนที่ไม่ได้ยินยอม
- มีความเครียด ซึมเศร้า หรือใช้สารเสพติดร่วมกับเรื่องเพศ
สิ่งสำคัญคือ ปัญหาทางเพศหลายอย่างเป็น “สัญญาณเตือน” ของโรคอื่น เช่น ED อาจมาก่อนโรคหัวใจหรือเบาหวานหลายปี การมาปรึกษาจึงไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง แต่เป็นการตรวจสุขภาพไปด้วย
ครั้งแรกที่มาปรึกษา เป็นอย่างไร
ผมมักเริ่มจากการฟังครับ ให้คุณเล่าในแบบที่สบายใจ ไม่ต้องใช้ศัพท์แพทย์ จากนั้นจะถามเพิ่มเรื่องสุขภาพทั่วไป ยาที่ใช้ การนอน ความเครียด ความสัมพันธ์ และพฤติกรรมเสี่ยง ถ้าจำเป็นจะตรวจร่างกายและตรวจเลือด เช่น น้ำตาล ไขมัน หรือฮอร์โมนเพศชาย
สุดท้ายเราจะวางแผนร่วมกัน อาจเป็นการให้ความรู้ การฝึกเทคนิคอย่าง Sensate Focus การปรับยาเดิม การใช้ยาตามที่แพทย์ประเมิน หรือการนัดคุยต่อแบบคู่ บางกรณีผมอาจส่งต่อจิตแพทย์ สูตินรีแพทย์ หรือศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะ ถ้าเห็นว่าจะได้ประโยชน์มากกว่า
- 1ฟังเล่าในแบบที่สบายใจ ไม่ต้องใช้ศัพท์แพทย์
- 2ถามเพิ่มสุขภาพทั่วไป ยา การนอน ความเครียด ความสัมพันธ์
- 3ตรวจเมื่อจำเป็นตรวจร่างกาย น้ำตาล ไขมัน หรือฮอร์โมน
- 4วางแผนร่วมกันความรู้ เทคนิค ยาตามที่แพทย์ประเมิน หรือนัดแบบคู่
- 5ส่งต่อถ้าเหมาะจิตแพทย์ สูตินรีแพทย์ หรือศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะ
ข้อมูลเป็นความลับตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 7
ความลับและการไม่ตัดสิน
ข้อมูลสุขภาพของคุณเป็นความลับตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 7 และจรรยาบรรณแพทย์ เราจะไม่เปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอม ยกเว้นกรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น มีความเสี่ยงร้ายแรงต่อชีวิตหรือมีเด็กตกอยู่ในอันตราย
เรื่องรสนิยม เพศวิถี อาชีพ หรือจำนวนคู่ ไม่ใช่สิ่งที่หมอจะตัดสินครับ หน้าที่ของผมคือช่วยให้คุณปลอดภัยและมีความสุขในแบบที่เป็นตัวคุณ หลักการนี้สอดคล้องกับเกณฑ์ DSM-5-TR (2022) ที่แยกชัดว่า ความชอบที่ต่างจากคนส่วนใหญ่ไม่ได้แปลว่าผิดปกติ จะถือเป็นภาวะที่ต้องดูแลก็ต่อเมื่อทำให้ทุกข์ใจหรือก่อความเสียหาย (อ่านเพิ่ม: Paraphilic Disorders)
อาการที่ไม่ควรรอนัด ต้องไปโรงพยาบาลทันที
- อวัยวะเพศแข็งค้างนานเกิน 4 ชั่วโมง
- เจ็บหน้าอก ใจสั่น หน้ามืด ระหว่างหรือหลังมีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะถ้าใช้ยากลุ่ม PDE5 inhibitors ร่วมกับยาไนเตรตหรือ poppers
- ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ควรไปโรงพยาบาลภายใน 72 ชั่วโมงเพื่อรับยาป้องกันและเก็บหลักฐาน
- มีความเสี่ยง HIV ภายใน 72 ชั่วโมง ให้เริ่ม PEP ให้เร็วที่สุด
- มีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือฉุกเฉิน 1669
หมอคริสช่วยอะไรได้บ้าง
ที่ Dr. Kris Clinic ผมให้คำปรึกษาเรื่องเพศและความสัมพันธ์ทั้งแบบตัวต่อตัวและออนไลน์ ดูแลได้ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และคนหลากหลายทางเพศ รวมถึงตรวจหาสาเหตุทางกาย และวางแผนการรักษาที่เหมาะกับชีวิตจริงของคุณ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเรื่องของคุณ “มาหาหมอได้ไหม” ลองทักมาถามก่อนได้เลยครับ เราจะช่วยดูว่าควรเริ่มจากตรงไหน


1
2
3











