ดาพอกซิทีน (Dapoxetine) ชื่อการค้าที่คนรู้จักคือ Priligy เป็นยาตัวแรกที่พัฒนามาเพื่อรักษาภาวะหลั่งเร็ว (Premature Ejaculation) โดยเฉพาะ ได้รับอนุมัติในหลายประเทศในยุโรปและเอเชีย คนไข้หลายคนถามผมว่า “กินแล้วจะอยู่ได้นานแค่ไหน” และ “อันตรายไหม” บทความนี้ตอบทั้งสองเรื่องครับ
ดาพอกซิทีนทำงานอย่างไร
ดาพอกซิทีนเป็นยากลุ่ม SSRI (Selective Serotonin Reuptake Inhibitor) แบบออกฤทธิ์สั้น ยาเพิ่มระดับเซโรโทนินในช่วงสั้น ๆ ซึ่งชะลอรีเฟล็กซ์การหลั่งที่ควบคุมโดยไขสันหลังและสมอง ต่างจากยาต้านเศร้ากลุ่ม SSRI ทั่วไปตรงที่ดาพอกซิทีนดูดซึมเร็ว และถูกขับออกเร็ว จึงใช้แบบเฉพาะกิจได้ ไม่ต้องกินทุกวัน
ผลที่คาดหวังได้
ในงานวิจัยระยะที่ 3 ดาพอกซิทีนช่วยยืดเวลาจากสอดใส่ถึงหลั่งได้ราว 2.5–3 เท่าของเดิมโดยเฉลี่ย และคนไข้รู้สึกควบคุมได้ดีขึ้นและพึงพอใจมากขึ้น
พูดง่าย ๆ คือ ยาช่วยได้ แต่ไม่ได้เปลี่ยนจาก 1 นาทีเป็น 30 นาที และผลจะดีขึ้นมากเมื่อใช้ร่วมกับเทคนิคการฝึก อ่านวิธีฝึกได้ที่ หลั่งเร็ว (PE): สาเหตุ วิธีฝึก และการรักษา
วิธีใช้โดยทั่วไป (ตามที่แพทย์ประเมินและสั่ง)
- กินก่อนมีกิจกรรมทางเพศประมาณ 1–3 ชั่วโมง พร้อมน้ำเต็มแก้ว
- ขนาดเริ่มต้นที่ใช้ทั่วไปคือ 30 มก. แพทย์อาจปรับเป็น 60 มก. หากได้ผลไม่พอและไม่มีผลข้างเคียงที่น่ากังวล
- ไม่เกินวันละ 1 ครั้ง (ทุก 24 ชั่วโมง)
- ใช้ในผู้ชายอายุ 18–64 ปีตามข้อบ่งใช้
- แพทย์มักนัดประเมินผลหลังใช้ราว 4 สัปดาห์หรือประมาณ 6 ครั้ง เพื่อตัดสินใจว่าจะใช้ต่อหรือไม่
ก่อนเริ่มยา แพทย์ควรวัดความดันขณะนอนและยืน เพื่อดูว่ามีความดันตกเวลาเปลี่ยนท่าหรือไม่ เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงหน้ามืด
- 1แพทย์ประเมินทบทวนโรคหัวใจ ยาที่ใช้ วัดความดันขณะนอนและยืน
- 2เริ่มตามแพทย์สั่งกินก่อนกิจกรรมราว 1–3 ชม. ไม่เกินวันละ 1 ครั้ง
- 3ฝึกเทคนิคร่วมผลดีขึ้นมากเมื่อใช้คู่กับการฝึกควบคุม
- 4ประเมินผลราว 4 สัปดาห์หรือประมาณ 6 ครั้ง แล้วตัดสินใจร่วมกัน
ในงานวิจัยระยะที่ 3 ช่วยยืดเวลาได้ราว 2.5–3 เท่าของเดิมโดยเฉลี่ย
ผลข้างเคียงที่พบได้
- คลื่นไส้ (พบบ่อยที่สุด)
- เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ
- ท้องเสีย นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย
- หน้ามืดเป็นลม (Syncope) พบไม่บ่อย แต่สำคัญ
วิธีลดความเสี่ยงคือดื่มน้ำให้พอ ไม่กินตอนอดนอนหรือขาดน้ำ และไม่ขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักรหากรู้สึกมึน
ใครไม่ควรใช้ หรือต้องระวังเป็นพิเศษ
- มีโรคหัวใจสำคัญ เช่น หัวใจล้มเหลว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ลิ้นหัวใจผิดปกติรุนแรง หรือหลอดเลือดหัวใจตีบ
- เคยหน้ามืดเป็นลมบ่อย
- มีโรคอารมณ์สองขั้ว หรือซึมเศร้ารุนแรง
- ตับทำงานผิดปกติระดับปานกลางถึงรุนแรง
ยาที่ห้ามใช้ร่วม
- ยาต้านเศร้ากลุ่ม SSRI, SNRI, ยาต้านเศร้าไตรไซคลิก และยากลุ่ม MAOI
- สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ต (St John's wort) และทรามาดอล (Tramadol) เพราะเสี่ยงกลุ่มอาการเซโรโทนินสูง
- ยาที่ยับยั้งเอนไซม์ CYP3A4 แรง เช่น ketoconazole, itraconazole, clarithromycin และยาต้าน HIV ที่มี ritonavir หรือ cobicistat
- ไทโอริดาซีน (Thioridazine)
ถ้าคุณกินยาต้านเศร้าอยู่แล้ว ห้ามใช้ดาพอกซิทีนร่วม อ่านเรื่องผลทางเพศของยาต้านเศร้าที่ กินยาต้านเศร้าแล้วเซ็กซ์หาย
แอลกอฮอล์และยาอื่นที่ต้องระวัง
- ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะปริมาณมาก เพราะเพิ่มอาการมึนและหน้ามืด
- ใช้ร่วมกับยาช่วยแข็งตัวกลุ่ม PDE5 inhibitors ได้ในบางคนตามที่แพทย์ประเมิน แต่ต้องระวังความดันต่ำ ดู Tadalafil กับ Sildenafil
- ห้ามใช้ร่วมกับสารเสพติด เช่น ยาบ้า ยาไอซ์ หรือเอ็กซ์ตาซี อ่านเรื่องความเสี่ยงที่ ยาไอซ์ ยาบ้า เคตามีน และ G กับเซ็กซ์
ทำไมไม่ควรซื้อใช้เอง
ดาพอกซิทีนเป็นยาที่ต้องผ่านการประเมินและสั่งจ่ายโดยแพทย์ ยาที่ขายผ่านออนไลน์จำนวนมากเป็นยาปลอมหรือไม่ทราบแหล่งผลิต บางชนิดผสมยาหลายตัวในเม็ดเดียว ทำให้ประเมินความเสี่ยงไม่ได้ และหลั่งเร็วบางกรณีมีสาเหตุที่ต้องรักษาตรงจุด เช่น ต่อมลูกหมากอักเสบ ไทรอยด์เป็นพิษ หรือ ED ร่วม
ปรึกษาที่ Dr. Kris Clinic
เราประเมินภาวะหลั่งเร็ว ตรวจความดัน ทบทวนยาที่ใช้อยู่ และพิจารณาว่าดาพอกซิทีนหรือทางเลือกอื่นเหมาะกับคุณหรือไม่ พร้อมสอนเทคนิคการฝึกควบคู่ และนัดติดตามผล ทั้งที่คลินิกและออนไลน์ หมอไม่ตัดสินครับ


1
2
3









