ผมเจอคนไข้หลายคนที่อาการซึมเศร้าดีขึ้นมากหลังกินยา แต่เงียบไม่กล้าบอกหมอว่า “ตั้งแต่กินยา ผมไม่มีอารมณ์เลย” หรือ “ไม่ถึงจุดสุดยอด” บางคนแอบหยุดยาเองจนอาการกลับมา ผมอยากบอกว่าเรื่องนี้พบบ่อย ไม่ใช่ความผิดของคุณ และมีทางจัดการได้ครับ
ผลข้างเคียงทางเพศที่พบได้
- ความต้องการทางเพศลดลง
- แข็งตัวยาก หรือช่องคลอดหล่อลื่นน้อยลงในผู้หญิง
- หลั่งช้า ไม่หลั่ง หรือไม่ถึงจุดสุดยอด
- ความรู้สึกที่อวัยวะเพศลดลง
ยากลุ่ม SSRI (เช่น Sertraline, Fluoxetine, Paroxetine, Escitalopram) และ SNRI (เช่น Venlafaxine, Duloxetine) พบผลข้างเคียงทางเพศได้บ่อย งานศึกษาหลายชิ้น รวมถึงการวิเคราะห์รวมของ Serretti และ Chiesa (2009) รายงานอัตราตั้งแต่ราวหนึ่งในสี่ไปจนเกินครึ่งของผู้ใช้ยา ขึ้นกับชนิดยา ขนาดยา และวิธีถาม
สิ่งที่ต้องจำไว้คือ ภาวะซึมเศร้าเองก็ทำให้ความต้องการลดลงได้ บางครั้งจึงต้องแยกว่าเป็นจากโรคหรือจากยา อ่านเพิ่มที่ ซึมเศร้า หรือ ฮอร์โมนเพศชายต่ำ แยกอย่างไร
ทำไมยาทำให้เป็นแบบนี้
ยากลุ่ม SSRI และ SNRI เพิ่มระดับเซโรโทนิน (Serotonin) ในสมอง ซึ่งช่วยให้อารมณ์มั่นคงขึ้น แต่เซโรโทนินที่สูงจะไปลดการทำงานของโดพามีน (Dopamine) และนอร์อีพิเนฟริน ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนความต้องการและการตอบสนองทางเพศ เซโรโทนินยังชะลอกลไกการหลั่งโดยตรง ยากลุ่มนี้บางตัวจึงถูกนำไปใช้รักษาหลั่งเร็วด้วย
- 1SSRI / SNRIเพิ่มระดับเซโรโทนินในสมอง
- 2อารมณ์มั่นคงขึ้นซึ่งเป็นเป้าหมายของการรักษา
- 3โดพามีนลดลงตัวขับเคลื่อนความต้องการและการตอบสนองทางเพศ
- 4ผลทางเพศความต้องการลด แข็งตัวยาก หลั่งช้า
ทางเลือกในการจัดการ (ร่วมกับแพทย์ผู้สั่งยา)
- รอดูระยะหนึ่ง ผลข้างเคียงบางอย่างลดลงเองใน 1–3 เดือนแรก แต่หลายคนไม่ดีขึ้นเอง
- ปรับขนาดยา ให้ต่ำที่สุดที่ยังคุมอาการได้
- เปลี่ยนยา เป็นยาที่ผลข้างเคียงทางเพศน้อยกว่า เช่น บูโพรพิออน (Bupropion) มิร์ทาซาปีน (Mirtazapine) หรือวอร์ทิออกซีทีน (Vortioxetine) ตามความเหมาะสมของแต่ละคน
- เพิ่มยาช่วย เช่น ยากลุ่ม PDE5 inhibitors สำหรับปัญหาแข็งตัว ซึ่งการทบทวนของ Cochrane พบว่าช่วยผู้ชายกลุ่มนี้ได้ หรือเสริมบูโพรพิออนในบางราย ดู Tadalafil กับ Sildenafil
- ปรับจังหวะ ในยาบางตัว แพทย์อาจแนะนำเวลาที่กินยาให้ห่างจากช่วงที่มักมีกิจกรรม แต่ไม่ควรทำ “หยุดยาช่วงสุดสัปดาห์” เอง
- ดูแลปัจจัยอื่นร่วม เช่น ออกกำลังกาย นอนให้พอ ลดแอลกอฮอล์ และคุยกับคู่
รอดูระยะหนึ่ง
- บางอย่างลดลงเองใน 1–3 เดือนแรก
ปรับขนาดยา
- ต่ำที่สุดที่ยังคุมอาการได้
เปลี่ยนยา
- ตัวที่ผลข้างเคียงทางเพศน้อยกว่า
เพิ่มยาช่วย
- เช่น PDE5 inhibitors เมื่อแข็งตัวยาก
ดูแลปัจจัยอื่น
- ออกกำลังกาย นอนพอ คุยกับคู่
ห้ามหยุดยาต้านเศร้าเอง หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง โทร 1323 หรือ 1669
ถ้าหยุดยาแล้วอาการทางเพศยังไม่กลับมา
มีรายงานภาวะที่เรียกว่า PSSD (Post-SSRI Sexual Dysfunction) คืออาการทางเพศผิดปกติที่ยังคงอยู่หลังหยุดยา ในปี 2019 หน่วยงานยาของยุโรป (EMA) ให้เพิ่มคำเตือนนี้ในเอกสารกำกับยากลุ่ม SSRI และ SNRI ภาวะนี้ยังเข้าใจไม่มาก และพบไม่บ่อย แต่ถ้าคุณเป็น ควรได้รับการประเมินอย่างจริงจัง ไม่ใช่ถูกบอกว่าคิดไปเอง
คุยกับหมออย่างไรให้ได้ผล
- เล่าตรง ๆ ว่าอาการเริ่มเมื่อไหร่ เทียบกับตอนเริ่มยา
- บอกว่าเรื่องนี้สำคัญกับคุณแค่ไหน ส่งผลต่อการกินยาต่อเนื่องหรือไม่
- นำรายการยาและอาหารเสริมทั้งหมดไปด้วย
- ถ้ามีคู่ ชวนไปด้วยได้ บางครั้งช่วยให้วางแผนร่วมกันง่ายขึ้น
แพทย์ผู้สั่งยาต้านเศร้า (จิตแพทย์หรือแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว) ควรได้รู้เรื่องนี้ เพราะการปรับยาต้องดูทั้งอาการซึมเศร้าและผลข้างเคียงไปพร้อมกัน
เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์ และคลินิกช่วยอะไรได้
ควรปรึกษาเมื่อผลข้างเคียงทางเพศกระทบความสุขหรือความสัมพันธ์ ทำให้อยากหยุดยา หรือมีปัญหาเรื่องแข็งตัวและหลั่งช้าที่ไม่แน่ใจสาเหตุ อ่านเพิ่มที่ หลั่งช้า หรือไม่หลั่ง เกิดจากอะไร และ ED อวัยวะเพศไม่แข็งตัว
ที่ Dr. Kris Clinic เราประเมินว่าปัญหามาจากยา จากโรค หรือจากปัจจัยอื่น เช่น ฮอร์โมนหรือความสัมพันธ์ ทำงานร่วมกับแพทย์ผู้สั่งยาต้านเศร้าของคุณ และพิจารณาการรักษาเสริมอย่างปลอดภัย เพราะสุขภาพใจที่ดีควรมาพร้อมชีวิตทางเพศที่สมดุล อ่านเรื่องความต้องการที่ลดลงในทุกเพศได้ที่ ความต้องการทางเพศลดลง (HSDD)


1
2
3









