"ถ้าฉันติด HIV จะมีลูกได้ไหม" เป็นคำถามที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน หมออยากตอบให้ชัดตั้งแต่ต้นว่า ได้ครับ ทุกวันนี้ผู้มีเชื้อ HIV ทั้งหญิงและชายมีลูกที่แข็งแรงและไม่มีเชื้อได้ สิ่งที่ต้องมีคือการวางแผนล่วงหน้าร่วมกับแพทย์ และการกินยาต่อเนื่อง
ทำไมวันนี้จึงมีลูกได้อย่างปลอดภัย
- หลัก U=U เมื่อฝ่ายที่มีเชื้อกินยาจนปริมาณไวรัสในเลือดตรวจไม่พบต่อเนื่อง จะไม่ถ่ายทอด HIV ทางเพศสัมพันธ์ (อ่าน U=U)
- การป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก (PMTCT) เมื่อแม่กินยาตลอดการตั้งครรภ์และไวรัสตรวจไม่พบตอนใกล้คลอด โอกาสลูกติดเชื้อลดจากราว 15–45% ในอดีต (เมื่อไม่ได้รับการดูแล) เหลือต่ำกว่า 1%
- ประเทศไทยทำได้จริง ในปี 2016 องค์การอนามัยโลกรับรองให้ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่กำจัดการถ่ายทอด HIV และซิฟิลิสจากแม่สู่ลูกได้ตามเกณฑ์
กรณีผู้หญิงที่มีเชื้อ HIV
ก่อนตั้งครรภ์
- กิน ยาต้านไวรัส ให้ viral load ตรวจไม่พบก่อนเริ่มพยายามมีลูก
- คุยกับแพทย์เรื่องสูตรยา สูตรที่มี Dolutegravir อย่าง TLD องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้ได้ในผู้หญิงที่ตั้งใจมีลูกและหญิงตั้งครรภ์
- ตรวจโรคอื่นที่อาจมีผลต่อลูก เช่น ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบี และกินกรดโฟลิกล่วงหน้า
ระหว่างตั้งครรภ์และคลอด
- ฝากครรภ์เร็ว กินยาทุกวันไม่ขาด และตรวจ viral load ตามนัด โดยเฉพาะช่วงใกล้คลอด
- ถ้าตรวจไม่พบไวรัสใกล้คลอด ส่วนใหญ่คลอดทางช่องคลอดได้ตามข้อบ่งชี้ทางสูติกรรม ถ้าไวรัสยังสูง แพทย์อาจพิจารณาผ่าคลอดและให้ยาเพิ่มระหว่างคลอด
- คนที่เพิ่งรู้ว่ามีเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ ยังป้องกันได้ ให้เริ่มยาเร็วที่สุด
หลังคลอด
- ทารกจะได้รับยาต้านไวรัสระยะสั้นหลังคลอด ชนิดและระยะเวลาขึ้นกับความเสี่ยง และตรวจ HIV ตามนัดในช่วงขวบปีแรก
- เรื่องนมแม่ แนวทางของประเทศไทยยังแนะนำให้ใช้นมผสมแทนนมแม่ ซึ่งรัฐสนับสนุนนมผสมให้ทารกที่เกิดจากแม่ที่มีเชื้อ เพราะหลัก U=U ใช้กับเพศสัมพันธ์ ยังไม่ครอบคลุมการให้นม แม้ในบางประเทศเริ่มเปิดให้แม่ที่คุมไวรัสได้ดีตัดสินใจร่วมกับแพทย์ได้ ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลก่อนตัดสินใจ
- แม่ต้องกินยาต่อเนื่องหลังคลอด เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่หลายคนเผลอขาดยาจากความเหนื่อยล้า
- 3–6 เดือนก่อนวางแผนกับแพทย์
กินยาจน viral load ตรวจไม่พบ ตรวจซิฟิลิส ตับอักเสบบี กินกรดโฟลิก
- ตั้งครรภ์ฝากครรภ์เร็ว กินยาทุกวัน
ตรวจ viral load ตามนัด เพิ่งรู้ผลระหว่างท้องก็ยังป้องกันได้
- ใกล้คลอดตรวจ viral load
ตรวจไม่พบมักคลอดทางช่องคลอดได้ ถ้ายังสูงแพทย์อาจพิจารณาผ่าคลอด
- หลังคลอดทารกได้ยาระยะสั้น
ไทยแนะนำนมผสมแทนนมแม่ รัฐสนับสนุนนมผสม
- ขวบปีแรกตรวจ HIV ทารกตามนัด
แม่กินยาต่อเนื่อง อย่าเผลอขาดยาช่วงเหนื่อยล้า
เมื่อแม่คุมไวรัสได้ตลอดการตั้งครรภ์ โอกาสลูกติดเชื้อต่ำกว่า 1%
กรณีผู้ชายที่มีเชื้อ HIV และคู่ไม่มีเชื้อ
- ถ้าฝ่ายชาย ตรวจไม่พบไวรัสต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน และยืนยันด้วยผล viral load คู่สามารถตั้งครรภ์โดยธรรมชาติได้โดยไม่ถ่ายทอด HIV ตามหลัก U=U
- ถ้ายังคุมไวรัสไม่ได้ หรือคู่ต้องการความมั่นใจเพิ่ม ฝ่ายหญิงสามารถใช้ PrEP ร่วมด้วยในช่วงพยายามมีลูกได้ ตามที่แพทย์ประเมิน
- ทางเลือกอื่น เช่น การล้างอสุจิ (Sperm washing) ร่วมกับการฉีดเชื้อหรือทำเด็กหลอดแก้ว ใช้ในบางกรณี เช่น ไวรัสยังตรวจพบหรือมีปัญหาการมีบุตรยากร่วมด้วย
- ควรตรวจคุณภาพน้ำเชื้อถ้าพยายามแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ (อ่าน ตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อ)
คู่ที่ทั้งสองฝ่ายมีเชื้อ หรือฝ่ายหญิงมีเชื้อแต่ฝ่ายชายไม่มี
หลักการเดียวกันคือ ฝ่ายที่มีเชื้อกินยาจนตรวจไม่พบก่อนเริ่มพยายามมีลูก ถ้าฝ่ายหญิงมีเชื้อและฝ่ายชายไม่มี เมื่อฝ่ายหญิงคุมไวรัสได้ต่อเนื่อง การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงไข่ตกก็ไม่ถ่ายทอดเชื้อให้ฝ่ายชาย และยังมีทางเลือกฉีดน้ำเชื้อเองเข้าช่องคลอดในช่วงไข่ตกได้ด้วย ส่วนคู่ที่มีเชื้อทั้งคู่ ทั้งสองควรคุมไวรัสได้ เพื่อสุขภาพของทั้งพ่อแม่และลูก
ระหว่างที่ยังไม่พร้อมมีลูก
ถ้ายังไม่อยากตั้งครรภ์ ควรคุมกำเนิดควบคู่ไปด้วย สูตรยาที่มี Dolutegravir โดยทั่วไปใช้ร่วมกับยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนได้ แต่ยาต้านบางสูตร (เช่น Efavirenz) ลดประสิทธิภาพยาฝังคุมกำเนิด ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งว่าใช้การคุมกำเนิดแบบไหน การใช้ถุงยางยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นด้วย ซึ่งควร ตรวจร่วมกันเป็นคู่ ก่อนวางแผนมีลูก
ให้หมอช่วยวางแผนครอบครัว
ที่ Dr. Kris Clinic สุราษฎร์ธานี หมอดูแลแบบเวชศาสตร์ครอบครัว ตั้งแต่ให้คำปรึกษาคู่ผลเลือดต่าง ทบทวนผล viral load ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก่อนมีลูก ดูแลเรื่อง PrEP สำหรับคู่ที่ไม่มีเชื้อ ไปจนถึงประสานส่งต่อสูติแพทย์และโรงพยาบาลตามสิทธิเมื่อตั้งครรภ์ ปรึกษาด้วยกันทั้งคู่ได้ ทั้งที่คลินิกและออนไลน์ครับ


1
2
3











