วันที่ใครสักคนรู้ว่าตัวเองมีเชื้อ HIV คำถามแรกมักไม่ใช่เรื่องยา แต่เป็น "แล้วชีวิตฉันจะเป็นยังไงต่อ" หมออยากบอกตั้งแต่ต้นว่า ยาต้าน HIV ยุคนี้ต่างจากเมื่อ 20 ปีก่อนมาก ส่วนใหญ่กินแค่วันละ 1 เม็ด ผลข้างเคียงน้อย และถ้ากินต่อเนื่อง คุณจะใช้ชีวิต ทำงาน มีความรัก และมีครอบครัวได้ตามปกติ บทความนี้จะพาไปรู้จักยาต้านไวรัส โดยเฉพาะสูตร TLD ที่ใช้เป็นสูตรแรกในประเทศไทย
ยาต้าน HIV (ART) ทำงานอย่างไร
ยาต้านไวรัส (Antiretroviral Therapy: ART) คือยาที่ขัดขวางไม่ให้ไวรัส HIV เพิ่มจำนวนในร่างกาย ยาแต่ละกลุ่มออกฤทธิ์คนละจุดในวงจรชีวิตของไวรัส เช่น
- กลุ่มยับยั้งเอนไซม์ Reverse Transcriptase (NRTIs) เช่น Tenofovir, Lamivudine, Emtricitabine ไม่ให้ไวรัสคัดลอกสารพันธุกรรมของตัวเอง
- กลุ่มยับยั้งเอนไซม์ Integrase (INSTIs) เช่น Dolutegravir ไม่ให้ไวรัสแทรกตัวเข้าไปในสารพันธุกรรมของเซลล์เรา
- กลุ่มอื่น เช่น NNRTIs และ Protease inhibitors ใช้ในบางสถานการณ์ เช่น แพ้ยา มีเชื้อดื้อยา หรือมียาที่ต้องกินร่วม
เพราะใช้ยาหลายตัวพร้อมกัน ไวรัสจึงดื้อยายาก เป้าหมายของการรักษา คือ
- กดปริมาณไวรัสในเลือด (Viral Load) ให้ต่ำจนตรวจไม่พบ
- ให้ CD4 ฟื้นตัว ป้องกันโรคติดเชื้อฉวยโอกาส
- ไม่ถ่ายทอดเชื้อให้คู่ทางเพศสัมพันธ์ ตามหลัก U=U
- มีคุณภาพชีวิตและอายุยืนใกล้เคียงคนทั่วไป
ยาไม่ได้กำจัดไวรัสที่หลบซ่อนอยู่ในเซลล์ให้หมดไป จึง ต้องกินต่อเนื่องตลอดชีวิต ถ้าหยุดยา ไวรัสจะกลับมาเพิ่มจำนวนภายในไม่กี่สัปดาห์
ควรเริ่มยาเมื่อไหร่
องค์การอนามัยโลก (WHO) และแนวทางการตรวจวินิจฉัย รักษา และป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย แนะนำให้ เริ่มยาทุกคนที่วินิจฉัยว่ามีเชื้อ ไม่ว่า CD4 จะเท่าไหร่ และให้เริ่มเร็ว ภายใน 7 วันหลังวินิจฉัย หรือแม้แต่วันเดียวกัน (Same-day ART) ถ้าพร้อม การศึกษาในประเทศไทยภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพพบว่าการเริ่มยาเร็วสัมพันธ์กับผลการรักษาที่ดีกว่า
ข้อยกเว้นสำคัญคือ ถ้าสงสัย เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อรา (Cryptococcal meningitis) หรือ วัณโรคเยื่อหุ้มสมอง แพทย์จะรักษาโรคติดเชื้อก่อนช่วงหนึ่งแล้วจึงเริ่มยาต้าน เพื่อลดภาวะอักเสบรุนแรงจากภูมิคุ้มกันฟื้นตัว (IRIS) อ่านเพิ่มเรื่อง CD4 และการติดเชื้อฉวยโอกาส
TLD คืออะไร ทำไมเป็นสูตรแรก
TLD คือยาเม็ดรวม 3 ตัวในเม็ดเดียว ได้แก่
- T = Tenofovir disoproxil fumarate (TDF) 300 มก.
- L = Lamivudine (3TC) 300 มก.
- D = Dolutegravir (DTG) 50 มก.
WHO แนะนำสูตรที่มี Dolutegravir เป็นสูตรแรกสำหรับผู้ใหญ่และวัยรุ่นตั้งแต่ปี 2019 รวมถึงผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์และหญิงตั้งครรภ์ หลังข้อมูลที่ติดตามต่อมาพบว่าความกังวลเรื่องความผิดปกติของท่อประสาททารกต่ำมาก แนวทางของประเทศไทยก็ใช้ TLD เป็นสูตรหลักเช่นกัน ข้อดีคือ
- กินวันละ 1 เม็ด เวลาเดิมทุกวัน กินพร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้
- กดไวรัสได้เร็ว ส่วนใหญ่ตรวจไม่พบภายใน 3–6 เดือน
- ไวรัสดื้อยายากกว่าสูตรเก่าที่ใช้ Efavirenz
- ผลข้างเคียงทางจิตประสาทน้อยกว่าสูตรเก่า
ในบางคน แพทย์อาจเลือกสูตรอื่น เช่น ใช้ Tenofovir alafenamide (TAF) แทน TDF เมื่อมีปัญหาไตหรือกระดูก หรือใช้สูตรอื่นเมื่อมียาที่ต้องกินร่วม ส่วนยาฉีดออกฤทธิ์นาน (Cabotegravir ร่วมกับ Rilpivirine) มีใช้แล้วในหลายประเทศ แต่ยังเป็นทางเลือกเฉพาะกลุ่ม การเลือกสูตรจึงต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายคน
T = Tenofovir (TDF)
กลุ่ม NRTI
- ไม่ให้ไวรัสคัดลอกสารพันธุกรรม
- รักษาตับอักเสบบีไปด้วย
L = Lamivudine (3TC)
กลุ่ม NRTI
- ไม่ให้ไวรัสคัดลอกสารพันธุกรรม
- ทำงานคู่กับ Tenofovir
D = Dolutegravir (DTG)
กลุ่ม INSTI
- ไม่ให้ไวรัสแทรกเข้าสารพันธุกรรมเซลล์
- ดื้อยายากกว่าสูตรเก่า
WHO แนะนำสูตรที่มี Dolutegravir เป็นสูตรแรกตั้งแต่ปี 2019 การเลือกสูตรตามที่แพทย์ประเมิน
กิน TLD อย่างไรให้ได้ผล และยาที่ต้องระวัง
- กินวันละ 1 เม็ด เวลาเดียวกันทุกวัน ตั้งปลุกในมือถือช่วยได้มาก
- ถ้าลืม ให้กินทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าใกล้เวลามื้อถัดไปมากแล้ว ให้ข้ามไปกินมื้อถัดไปตามปกติ ห้ามกินเบิ้ล 2 เม็ด
- ยาลดกรดที่มีอะลูมิเนียมหรือแมกนีเซียม แคลเซียม เหล็ก ซิงก์ และวิตามินรวมที่มีแร่ธาตุ ลดการดูดซึม Dolutegravir ให้กิน TLD ก่อนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือหลัง 6 ชั่วโมง (ถ้าเป็นแคลเซียมหรือเหล็ก การกินพร้อมมื้ออาหารเป็นอีกทางหนึ่งตามคำแนะนำของแพทย์) อ่านเรื่อง แคลเซียม ซิงก์ และวิตามินดี ก่อนซื้ออาหารเสริมกินเอง
- ยารักษาวัณโรค Rifampicin ทำให้ระดับ Dolutegravir ลดลง แพทย์ต้องปรับขนาดยา
- ยาเบาหวาน Metformin อาจมีระดับยาสูงขึ้น ต้องให้แพทย์ปรับขนาด
- บอกแพทย์ทุกครั้งเรื่องยาสมุนไพร อาหารเสริม และยาที่ใช้อยู่ รวมถึง ฮอร์โมนข้ามเพศ ซึ่งโดยทั่วไปใช้ร่วมกับ TLD ได้ แต่ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์
ผลข้างเคียงที่อาจพบ
ช่วง 2–4 สัปดาห์แรก บางคนมีอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดศีรษะ นอนไม่หลับหรือฝันชัด ส่วนใหญ่ดีขึ้นเอง ถ้านอนไม่หลับ การเปลี่ยนเวลากินยาเป็นช่วงเช้าอาจช่วยได้ ปรึกษาแพทย์ก่อนปรับ
ระยะยาวที่ต้องติดตาม
- การทำงานของไตและความหนาแน่นกระดูก จาก TDF
- น้ำหนักเพิ่ม ซึ่งพบได้กับสูตรที่มี Dolutegravir จึงควรดูแลอาหารและออกกำลังกายตั้งแต่เริ่ม
- ค่า Creatinine อาจสูงขึ้นเล็กน้อยจาก Dolutegravir โดยไม่ได้แปลว่าไตเสีย แพทย์จะแปลผลให้
อาการที่ต้องรีบพบแพทย์ ผื่นรุนแรง มีไข้ ตาหรือตัวเหลือง ปวดท้องรุนแรง หรือมีอารมณ์ซึมเศร้าและคิดทำร้ายตัวเอง (โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง)
ก่อนเริ่มยาและระหว่างกินยา ต้องตรวจอะไรบ้าง
ก่อนเริ่มยา แพทย์มักตรวจ
- ยืนยันผล HIV และวัดระดับ CD4
- การทำงานของไต (Creatinine) และตับ น้ำตาล ไขมัน
- ไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg) และซี ซิฟิลิส และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นตามความเสี่ยง
- คัดกรองวัณโรค และตรวจแอนติเจนของเชื้อราคริปโตค็อกคัส (CrAg) ถ้า CD4 ต่ำ
- ตรวจการตั้งครรภ์ในผู้ที่อาจตั้งครรภ์ได้
- บางกรณีตรวจเชื้อดื้อยาก่อนเริ่ม
แต่ ไม่จำเป็นต้องรอผลทุกตัวครบ จึงจะเริ่มยาได้ ส่วนการติดตาม โดยทั่วไปจะตรวจ viral load ที่ประมาณ 6 เดือนหลังเริ่มยา และหลังจากนั้นอย่างน้อยปีละครั้งเมื่อคุมได้ดี ถ้าผล viral load สูงกว่า 1,000 copies/mL แพทย์จะทบทวนการกินยาและพิจารณาตรวจเชื้อดื้อยา
- วันวินิจฉัยตรวจพื้นฐาน เริ่มยาได้เลย
CD4 ไต ตับ ตับอักเสบบี ซิฟิลิส ไม่ต้องรอผลครบทุกตัว
- ≤ 7 วันเริ่มยาทุกคน
ไม่ว่า CD4 เท่าไร หรือเริ่มวันเดียวกันถ้าพร้อม
- 2–4 สัปดาห์ผลข้างเคียงช่วงแรกดีขึ้น
คลื่นไส้ ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ มักหายเอง
- ~6 เดือนตรวจ viral load
ส่วนใหญ่ตรวจไม่พบภายใน 3–6 เดือน
- ทุกปีตรวจ viral load อย่างน้อยปีละครั้ง
ถ้าเกิน 1,000 copies/mL แพทย์ทบทวนการกินยาและเชื้อดื้อยา
ตามแนวทาง WHO และประเทศไทย ยกเว้นสงสัยเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อราหรือวัณโรค ที่ต้องรักษาโรคติดเชื้อก่อน
สิทธิการรักษาและการดูแลที่ Dr. Kris Clinic
คนไทยรับยาต้านไวรัสและการตรวจติดตามได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านสิทธิบัตรทอง ประกันสังคม หรือสิทธิข้าราชการ ตามโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ ข้อมูลการรักษาเป็นความลับตามกฎหมาย
ที่ Dr. Kris Clinic สุราษฎร์ธานี หมอช่วยตั้งแต่ให้คำปรึกษาหลังทราบผล อธิบายยาและผลข้างเคียงแบบเข้าใจง่าย วางแผนการตรวจก่อนเริ่มยา ดูแลปัญหาสุขภาพเพศที่มากับ HIV ไปจนถึงช่วยประสานเข้าระบบสิทธิการรักษา และปรึกษาออนไลน์ได้ทั่วประเทศ ถ้าคุณเพิ่งรู้ผล อ่านเรื่อง การใช้ชีวิตกับ HIV และ 10 คำถามยอดฮิต ประกอบ แล้วมาคุยกันได้เลยครับ


1
2
3











