หลายคนที่เพิ่งรู้ผล HIV จะได้ยินคำว่า "CD4" เป็นครั้งแรก แล้วตกใจกับตัวเลขที่เห็นในใบผลเลือด หมออยากให้มองตัวเลขนี้เหมือน "เข็มวัดน้ำมัน" ของภูมิคุ้มกัน มันบอกว่าเราอยู่ตรงไหน และต้องเตรียมป้องกันอะไรบ้าง แต่ไม่ได้บอกว่าอนาคตของคุณจะเป็นอย่างไร เพราะเมื่อเริ่มยา ตัวเลขนี้ฟื้นขึ้นได้ครับ
CD4 คืออะไร
CD4 หรือ ทีเฮลเปอร์เซลล์ (CD4 T-helper cell) คือเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็น "ผู้บัญชาการ" ของระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อมีเชื้อโรคเข้ามา CD4 จะส่งสัญญาณให้เซลล์ภูมิคุ้มกันอื่น ๆ ออกมาจัดการ HIV เลือกโจมตีเซลล์ชนิดนี้โดยตรง ถ้าไม่ได้รักษา CD4 จะลดลงเฉลี่ยปีละหลายสิบเซลล์ ภูมิคุ้มกันจึงอ่อนลงทีละน้อยโดยไม่มีอาการเตือนในช่วงแรก
ค่า CD4 แต่ละระดับหมายถึงอะไร
| ค่า CD4 (เซลล์/ลบ.มม.) | ความหมายโดยประมาณ |
|---|---|
| 500–1,500 | ช่วงที่พบในคนทั่วไป |
| 350–500 | ภูมิคุ้มกันเริ่มลดลง |
| 200–350 | ลดลงชัดเจน เริ่มเสี่ยงวัณโรคและการติดเชื้อบางชนิด |
| ต่ำกว่า 200 | ภาวะ HIV ระยะลุกลาม (Advanced HIV disease) หรือที่เคยเรียกว่าเอดส์ เสี่ยงโรคฉวยโอกาสสูง |
| ต่ำกว่า 100 หรือ 50 | เสี่ยงเชื้อราขึ้นสมอง เชื้อราในเลือด และโรคติดเชื้อรุนแรงอื่น ๆ |
ค่า CD4 แกว่งได้ตามการเจ็บป่วย ความเครียด หรือแม้แต่เวลาที่เจาะเลือด แพทย์จึงดูแนวโน้มมากกว่าตัวเลขครั้งเดียว และบางครั้งดูร่วมกับ สัดส่วน CD4 (CD4%) ด้วย
หน่วยเซลล์/ลบ.มม. แพทย์ดูแนวโน้มมากกว่าตัวเลขครั้งเดียว และ CD4 ฟื้นขึ้นได้เมื่อเริ่มยา
CD4 กับ Viral Load ต่างกันอย่างไร
- CD4 บอกว่า "ภูมิคุ้มกันแข็งแรงแค่ไหน" ใช้ประเมินความเสี่ยงโรคฉวยโอกาส และตัดสินว่าต้องกินยาป้องกันอะไรบ้าง
- Viral Load (ปริมาณไวรัสในเลือด) บอกว่า "ยาต้านไวรัสได้ผลไหม" เป้าหมายคือตรวจไม่พบ ซึ่งเป็นพื้นฐานของหลัก U=U
ปัจจุบัน ทุกคนที่มีเชื้อควรเริ่มยาต้านไวรัสโดยไม่ต้องรอ CD4 ต่ำ หลังเริ่มยา CD4 มักเพิ่มขึ้นเร็วในปีแรก แล้วค่อย ๆ เพิ่มต่อในปีถัดไป คนที่เริ่มตอน CD4 ต่ำมากอาจใช้เวลานานกว่าจะฟื้น เมื่อคุมไวรัสได้ดีและ CD4 สูงคงที่แล้ว แนวทางของ WHO ระบุว่าอาจไม่จำเป็นต้องตรวจ CD4 บ่อยอีก ใช้ viral load ติดตามเป็นหลัก (อ่านเรื่อง ยาต้าน HIV และสูตร TLD)
การติดเชื้อฉวยโอกาส (OI) คืออะไร
การติดเชื้อฉวยโอกาส (Opportunistic Infection: OI) คือการติดเชื้อจากเชื้อที่ปกติไม่ค่อยทำให้คนภูมิคุ้มกันดีป่วยหนัก แต่ "ฉวยโอกาส" ก่อโรครุนแรงเมื่อภูมิคุ้มกันต่ำ ไม่ได้พบเฉพาะใน HIV แต่พบในผู้ได้รับเคมีบำบัด ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือผู้ใช้ยากดภูมิด้วย
OI ที่พบบ่อยในผู้มีเชื้อ HIV ในประเทศไทย ได้แก่
- วัณโรค (Tuberculosis) พบได้ทุกระดับ CD4 และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญ อาการคือไอเรื้อรัง ไข้ เหงื่อออกกลางคืน น้ำหนักลด
- ปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมซิสติส (Pneumocystis pneumonia: PCP) มักเกิดเมื่อ CD4 ต่ำกว่า 200 หอบเหนื่อยมากขึ้นเรื่อย ๆ ไอแห้ง มีไข้
- เชื้อราคริปโตค็อกคัส (Cryptococcus) ทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปวดศีรษะรุนแรง ไข้ คอแข็ง สับสน
- เชื้อราทาลาโรไมซีส (Talaromyces marneffei) พบมากในภาคเหนือของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไข้ ผอมลง มีตุ่มที่ผิวหนังลักษณะบุ๋มตรงกลาง
- ทอกโซพลาสมาในสมอง (Toxoplasmosis) ปวดศีรษะ ชัก แขนขาอ่อนแรง
- เชื้อราในช่องปากและหลอดอาหาร (Candidiasis) ฝ้าขาวในปาก กลืนเจ็บ
- ไวรัสไซโตเมกะโล (CMV) เมื่อ CD4 ต่ำมาก อาจทำให้จอประสาทตาอักเสบ ตามัวหรือเห็นจุดลอย
ปอด
- วัณโรค (ทุกระดับ CD4)
- ปอดอักเสบ PCP (CD4 < 200)
สมอง
- เชื้อราคริปโตค็อกคัส
- ทอกโซพลาสมา
ผิวหนังและทั้งตัว
- เชื้อราทาลาโรไมซีส
- ไข้ ผอมลง ตุ่มบุ๋มตรงกลาง
ปาก หลอดอาหาร ตา
- เชื้อราแคนดิดา
- ไวรัส CMV จอประสาทตาอักเสบ
การป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือตรวจ HIV และเริ่มยาให้เร็ว
ป้องกัน OI อย่างไร
- ตรวจ HIV และเริ่มยาให้เร็ว นี่คือการป้องกันที่ได้ผลที่สุด (อ่าน HIV Self-Test ถ้ายังไม่เคยตรวจ)
- คัดกรองก่อนเริ่มยา เช่น ตรวจหาวัณโรค และตรวจแอนติเจนของเชื้อราคริปโตค็อกคัส (CrAg) ในเลือดเมื่อ CD4 ต่ำ เพื่อรักษาก่อนเกิดอาการ
- ยาป้องกันตามระดับ CD4 เช่น ยาโคไตรม็อกซาโซล (Co-trimoxazole) เมื่อ CD4 ต่ำกว่า 200 ยาป้องกันวัณโรคหลังตรวจแล้วว่าไม่มีวัณโรคระยะแสดงอาการ และยาต้านเชื้อราในบางกรณี เมื่อ CD4 ฟื้นสูงกว่าเกณฑ์ต่อเนื่องหลายเดือน แพทย์จะพิจารณาหยุดยาป้องกันบางตัว ห้ามหยุดหรือเริ่มเอง
- วัคซีน เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนปอดอักเสบ วัคซีนตับอักเสบบี และ วัคซีน HPV ส่วนวัคซีนเชื้อเป็นบางชนิดควรเลี่ยงเมื่อ CD4 ต่ำกว่า 200 ปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด
- สุขอนามัยอาหาร กินอาหารปรุงสุก ล้างมือ ระวังอุจจาระแมวและเนื้อดิบเมื่อ CD4 ต่ำ
อาการที่ต้องรีบพบแพทย์
ถ้าคุณมีเชื้อ HIV โดยเฉพาะเมื่อ CD4 ต่ำหรือยังไม่ได้เริ่มยา ให้รีบไปโรงพยาบาลเมื่อมีอาการเหล่านี้ (ฉุกเฉินโทร 1669)
- ปวดศีรษะรุนแรงผิดปกติ คอแข็ง สับสน ชัก หรือแขนขาอ่อนแรง
- หอบเหนื่อยมากขึ้น หายใจไม่อิ่ม
- ไข้ไม่ลงเกิน 1 สัปดาห์ น้ำหนักลดมาก ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์
- ตามัวลงทันที เห็นจุดดำลอยมากขึ้น
- ท้องเสียเรื้อรัง กลืนเจ็บจนกินไม่ได้
หมอช่วยดูแลอะไรได้บ้าง
ที่ Dr. Kris Clinic สุราษฎร์ธานี หมอช่วยอธิบายผล CD4 และ viral load ให้เข้าใจ วางแผนการตรวจคัดกรอง ทบทวนยาป้องกันและวัคซีนที่เหมาะกับแต่ละช่วง และประสานส่งต่อโรงพยาบาลตามสิทธิเมื่อจำเป็น ถ้าคุณเพิ่งรู้ผลและยังกังวลเรื่องอนาคต อ่าน ติด HIV ไม่จำเป็นต้องตายเร็ว แล้วมาคุยกันได้ ทั้งที่คลินิกและออนไลน์ครับ


1
2
3











