ผมยังจำสีหน้าคนไข้หลายคนในวันที่รู้ผลได้ บางคนเงียบ บางคนร้องไห้ และหลายคนถามประโยคเดียวกันว่า "ผมเหลือเวลาอีกกี่ปีครับ" คำตอบในวันนี้ต่างจากเมื่อ 30 ปีก่อนมาก HIV ไม่ใช่คำตัดสินประหารชีวิตอีกต่อไป แต่เป็นโรคเรื้อรังที่ควบคุมได้ ใกล้เคียงกับเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงที่ต้องกินยาและติดตามต่อเนื่อง
ตัวเลขล่าสุดบอกอะไร
การศึกษาขนาดใหญ่ของกลุ่ม ART-CC ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Lancet HIV ปี 2023 รวบรวมข้อมูลผู้ใหญ่ที่กินยาต้านไวรัสระยะยาวกว่า 200,000 คนในยุโรปและอเมริกาเหนือ พบว่า
- ผู้ที่เริ่มยาหลังปี 2015 มีอายุคาดเฉลี่ยประมาณ 77 ปีในผู้ชาย และ 79 ปีในผู้หญิง สูงขึ้นจากยุคก่อนหน้า
- ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ ระดับ CD4 ตอนเริ่มติดตาม คนที่ CD4 สูงกว่า 500 มีอายุคาดใกล้เคียงคนทั่วไปมาก ส่วนคนที่ CD4 ต่ำกว่า 50 มีอายุคาดน้อยกว่าราว 15 ปี
- ยังมีช่องว่างเล็กน้อยเมื่อเทียบกับคนไม่มีเชื้อ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากบุหรี่ การใช้สารเสพติด และโรคร่วมอื่น
ตัวเลขนี้มาจากประเทศรายได้สูง แต่ประเทศไทยมีระบบยาต้านไวรัสฟรีที่เข้าถึงได้ทั่วประเทศ และใช้สูตรยาเดียวกับที่แนะนำทั่วโลก หัวใจจึงอยู่ที่ "ตรวจเร็ว เริ่มเร็ว กินต่อเนื่อง" เหมือนกัน
เทียบกับรายงานก่อนหน้าของกลุ่มเดียวกัน (Lancet HIV 2017) ที่ศึกษาผู้เริ่มยาปี 1996–2010 ราว 88,500 คน พบว่าอายุคาดของคนอายุ 20 ปีเพิ่มขึ้นราว 9–10 ปีในช่วงนั้น ข้อมูลปี 2023 ยังพบว่าผู้หญิงอายุ 40 ปีที่มีเชื้อมีอายุคาดน้อยกว่าผู้หญิงทั่วไปราว 7 ปี และผู้ชายราว 4 ปี
เริ่มติดตามตอน CD4 สูง
มากกว่า 500
- อายุคาดใกล้เคียงคนทั่วไปมาก
- ภูมิคุ้มกันยังดี
- ความเสี่ยงโรคฉวยโอกาสต่ำ
เริ่มติดตามตอน CD4 ต่ำมาก
ต่ำกว่า 50
- อายุคาดน้อยกว่าราว 15 ปี
- มักมาพบแพทย์เมื่อมีโรคฉวยโอกาสแล้ว
ART-CC (Lancet HIV 2023): เริ่มยาหลังปี 2015 อายุคาดเฉลี่ยราว 77 ปีในผู้ชาย และ 79 ปีในผู้หญิง
ทำไมยาต้านไวรัสเปลี่ยนชีวิตได้ขนาดนี้
ยาต้านไวรัส ในปัจจุบันกดไวรัสได้เร็วและแรง สูตรหลักในไทยคือ TLD วันละ 1 เม็ด ผลข้างเคียงน้อย เมื่อไวรัสถูกกดจนตรวจไม่พบ ภูมิคุ้มกันจะค่อย ๆ ฟื้น ความเสี่ยง โรคติดเชื้อฉวยโอกาส ลดลงมาก และยังไม่ถ่ายทอดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ตามหลัก U=U คนที่กินยาต่อเนื่องจึงทำงาน เรียน มีความรัก แต่งงาน และ มีลูก ได้
อยู่กับ HIV ให้ยาวและมีคุณภาพ ทำอะไรบ้าง
- กินยาทุกวัน เวลาเดิม ใช้ปลุกในมือถือหรือกล่องยารายสัปดาห์ช่วย ไม่หยุดยาเองแม้รู้สึกสบายดี
- ไปตามนัดตรวจ viral load ถ้าตรวจพบไวรัสขึ้นมา แพทย์จะได้ปรับแผนเร็ว
- เลิกบุหรี่ ในผู้มีเชื้อที่คุมไวรัสได้ บุหรี่อาจลดอายุขัยได้มากกว่าตัว HIV เสียอีก
- ดูแลหัวใจและหลอดเลือด ตรวจความดัน น้ำตาล ไขมันสม่ำเสมอ ผู้มีเชื้อมีความเสี่ยงโรคหัวใจสูงกว่าคนทั่วไป การศึกษา REPRIEVE (NEJM 2023) พบว่ายาลดไขมันกลุ่มสแตตินช่วยลดเหตุการณ์โรคหัวใจในผู้มีเชื้อได้ แพทย์จะประเมินว่าคุณควรใช้หรือไม่
- ฉีดวัคซีนตามวัย เช่น ไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ ตับอักเสบบี และ HPV
- คัดกรองมะเร็ง เช่น มะเร็งปากมดลูก และ มะเร็งทวารหนัก ในกลุ่มที่มีความเสี่ยง
- ดูแลใจ ความเครียด การตีตรา และภาวะซึมเศร้าพบได้บ่อยในผู้มีเชื้อ การมีคนรับฟังสำคัญพอ ๆ กับยา
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ปริมาณมากและสารเสพติด ซึ่งทำให้ลืมกินยาและทำร้ายตับ
ยาและการติดตาม
- กินยาทุกวัน เวลาเดิม
- ตรวจ viral load ตามนัด
หัวใจและหลอดเลือด
- เลิกบุหรี่
- ตรวจความดัน น้ำตาล ไขมัน
- สแตตินตามที่แพทย์ประเมิน
ป้องกันโรค
- วัคซีนตามวัย
- คัดกรองมะเร็งปากมดลูก ทวารหนัก
ใจและพฤติกรรม
- มีคนรับฟัง ดูแลภาวะซึมเศร้า
- เลี่ยงแอลกอฮอล์และสารเสพติด
สิ่งที่ควรเลี่ยง
- หยุดยาเองเพราะเห็นว่าตรวจไม่พบแล้ว หรือหันไปใช้สมุนไพรแทนยาต้าน ไม่มีสมุนไพรหรืออาหารเสริมใดรักษา HIV ได้
- ซื้อยาเพิ่มเองโดยไม่บอกแพทย์ เพราะยาบางชนิด เช่น ยาลดกรดและแร่ธาตุ ทำให้ยาต้านดูดซึมได้น้อยลง
- เก็บตัวคนเดียวจนไม่มีใครช่วยดู ถ้าเริ่มรู้สึกหมดหวัง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
โรคที่มากับวัย: หัวใจและกระดูก
เมื่อผู้มีเชื้ออายุยืนขึ้น โรคเรื้อรังจึงกลายเป็นเรื่องหลัก การวิเคราะห์ระดับโลก (Circulation 2018) พบว่าผู้มีเชื้อเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจราว 2 เท่าของคนทั่วไป จากการอักเสบเรื้อรัง บุหรี่ และปัจจัยอื่น กระดูกบางและกระดูกพรุนก็พบบ่อยกว่า โดยเฉพาะช่วงแรกที่เริ่มยา และในสูตรที่มี tenofovir disoproxil (TDF) แพทย์อาจแนะนำวิตามินดี แคลเซียม การออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก และตรวจมวลกระดูกในคนอายุ 50 ปีขึ้นไปหรือมีความเสี่ยง
U=U กับคุณภาพชีวิต
การศึกษา PARTNER2 ในคู่ชายรักชายเกือบ 800 คู่ ไม่พบการถ่ายทอดเชื้อจากคู่ที่ไวรัสถูกกดจนตรวจไม่พบเลย U=U จึงไม่ใช่แค่ข้อมูลทางการแพทย์ แต่ช่วยลดความกลัวและการตีตรา และทำให้หลายคนกล้ามีความรัก ความใกล้ชิด และวางแผนครอบครัวได้อย่างมั่นใจ
เช็กลิสต์ติดตามประจำปี
- Viral load อย่างน้อยปีละครั้งเมื่อคุมได้ดี และ CD4 ตามที่แพทย์กำหนด
- การทำงานของไตและปัสสาวะ ความดัน น้ำตาล ไขมัน และน้ำหนัก
- ตับ ไวรัสตับอักเสบบีและซี ซิฟิลิส และ STI ตามความเสี่ยง
- คัดกรองมะเร็งปากมดลูกหรือทวารหนัก มวลกระดูก และภาวะซึมเศร้า
- วัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง และทบทวนเรื่องบุหรี่และแอลกอฮอล์
ถ้าคุณหรือคนที่รักเพิ่งรู้ผล
ไม่ต้องตัดสินใจทุกอย่างในวันเดียวครับ สิ่งแรกที่ควรทำคือเข้าสู่การรักษาให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องจะบอกใคร เมื่อไหร่ ค่อย ๆ คิดได้ อ่านเรื่อง การใช้ชีวิตกับ HIV และบริการที่ไม่ตัดสิน ประกอบ
ที่ Dr. Kris Clinic สุราษฎร์ธานี หมอให้คำปรึกษาหลังทราบผลแบบเป็นส่วนตัว อธิบายแผนการรักษา ช่วยประสานเข้าระบบสิทธิการรักษาฟรีตามสิทธิของคุณ และดูแลสุขภาพองค์รวมระยะยาว ทั้งหัวใจ ฮอร์โมน สุขภาพเพศ และสุขภาพใจ ปรึกษาได้ทั้งที่คลินิกและออนไลน์ทั่วประเทศครับ


1
2
3











