Dr. Kris ClinicDr. Kris ClinicKnowledge
STI · HIV · PrEP

ติด HIV ไม่จำเป็นต้องตายเร็ว อายุยืนได้แค่ไหนเมื่อรักษา

สิ่งที่ทำให้ผู้มีเชื้อ HIV เสียชีวิตเร็วในปัจจุบันคือการไม่รู้ว่าติดและไม่ได้รักษา ไม่ใช่ตัวเชื้อเอง ข้อมูลล่าสุดและสิ่งที่ช่วยให้อยู่ได้ยาวอย่างมีคุณภาพ

ติด HIV ไม่จำเป็นต้องตายเร็ว อายุยืนได้แค่ไหนเมื่อรักษา

สรุปสั้น ๆ

  • ผู้ที่เริ่มยาต้านไวรัสและกินต่อเนื่อง มีอายุคาดเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาก ข้อมูลปี 2023 อยู่ที่ประมาณปลาย 70 ปี
  • ยิ่งตรวจพบและเริ่มยาตอน CD4 ยังสูง ยิ่งใกล้เคียงคนทั่วไป ความเสี่ยงหลักคือการวินิจฉัยช้าและขาดยา
  • การดูแลระยะยาวไม่ใช่แค่ยาต้าน แต่รวมถึงหัวใจ บุหรี่ สุขภาพจิต วัคซีน และการคัดกรองมะเร็ง

ผมยังจำสีหน้าคนไข้หลายคนในวันที่รู้ผลได้ บางคนเงียบ บางคนร้องไห้ และหลายคนถามประโยคเดียวกันว่า "ผมเหลือเวลาอีกกี่ปีครับ" คำตอบในวันนี้ต่างจากเมื่อ 30 ปีก่อนมาก HIV ไม่ใช่คำตัดสินประหารชีวิตอีกต่อไป แต่เป็นโรคเรื้อรังที่ควบคุมได้ ใกล้เคียงกับเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงที่ต้องกินยาและติดตามต่อเนื่อง

ตัวเลขล่าสุดบอกอะไร

การศึกษาขนาดใหญ่ของกลุ่ม ART-CC ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Lancet HIV ปี 2023 รวบรวมข้อมูลผู้ใหญ่ที่กินยาต้านไวรัสระยะยาวกว่า 200,000 คนในยุโรปและอเมริกาเหนือ พบว่า

  • ผู้ที่เริ่มยาหลังปี 2015 มีอายุคาดเฉลี่ยประมาณ 77 ปีในผู้ชาย และ 79 ปีในผู้หญิง สูงขึ้นจากยุคก่อนหน้า
  • ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ ระดับ CD4 ตอนเริ่มติดตาม คนที่ CD4 สูงกว่า 500 มีอายุคาดใกล้เคียงคนทั่วไปมาก ส่วนคนที่ CD4 ต่ำกว่า 50 มีอายุคาดน้อยกว่าราว 15 ปี
  • ยังมีช่องว่างเล็กน้อยเมื่อเทียบกับคนไม่มีเชื้อ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากบุหรี่ การใช้สารเสพติด และโรคร่วมอื่น

ตัวเลขนี้มาจากประเทศรายได้สูง แต่ประเทศไทยมีระบบยาต้านไวรัสฟรีที่เข้าถึงได้ทั่วประเทศ และใช้สูตรยาเดียวกับที่แนะนำทั่วโลก หัวใจจึงอยู่ที่ "ตรวจเร็ว เริ่มเร็ว กินต่อเนื่อง" เหมือนกัน

เทียบกับรายงานก่อนหน้าของกลุ่มเดียวกัน (Lancet HIV 2017) ที่ศึกษาผู้เริ่มยาปี 1996–2010 ราว 88,500 คน พบว่าอายุคาดของคนอายุ 20 ปีเพิ่มขึ้นราว 9–10 ปีในช่วงนั้น ข้อมูลปี 2023 ยังพบว่าผู้หญิงอายุ 40 ปีที่มีเชื้อมีอายุคาดน้อยกว่าผู้หญิงทั่วไปราว 7 ปี และผู้ชายราว 4 ปี

แผนภาพเริ่มยาเร็ว vs เริ่มช้า ส่งผลต่ออายุคาดเฉลี่ย

เริ่มติดตามตอน CD4 สูง

มากกว่า 500

  • อายุคาดใกล้เคียงคนทั่วไปมาก
  • ภูมิคุ้มกันยังดี
  • ความเสี่ยงโรคฉวยโอกาสต่ำ

เริ่มติดตามตอน CD4 ต่ำมาก

ต่ำกว่า 50

  • อายุคาดน้อยกว่าราว 15 ปี
  • มักมาพบแพทย์เมื่อมีโรคฉวยโอกาสแล้ว

ART-CC (Lancet HIV 2023): เริ่มยาหลังปี 2015 อายุคาดเฉลี่ยราว 77 ปีในผู้ชาย และ 79 ปีในผู้หญิง

ทำไมยาต้านไวรัสเปลี่ยนชีวิตได้ขนาดนี้

ยาต้านไวรัส ในปัจจุบันกดไวรัสได้เร็วและแรง สูตรหลักในไทยคือ TLD วันละ 1 เม็ด ผลข้างเคียงน้อย เมื่อไวรัสถูกกดจนตรวจไม่พบ ภูมิคุ้มกันจะค่อย ๆ ฟื้น ความเสี่ยง โรคติดเชื้อฉวยโอกาส ลดลงมาก และยังไม่ถ่ายทอดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ตามหลัก U=U คนที่กินยาต่อเนื่องจึงทำงาน เรียน มีความรัก แต่งงาน และ มีลูก ได้

อยู่กับ HIV ให้ยาวและมีคุณภาพ ทำอะไรบ้าง

  1. กินยาทุกวัน เวลาเดิม ใช้ปลุกในมือถือหรือกล่องยารายสัปดาห์ช่วย ไม่หยุดยาเองแม้รู้สึกสบายดี
  2. ไปตามนัดตรวจ viral load ถ้าตรวจพบไวรัสขึ้นมา แพทย์จะได้ปรับแผนเร็ว
  3. เลิกบุหรี่ ในผู้มีเชื้อที่คุมไวรัสได้ บุหรี่อาจลดอายุขัยได้มากกว่าตัว HIV เสียอีก
  4. ดูแลหัวใจและหลอดเลือด ตรวจความดัน น้ำตาล ไขมันสม่ำเสมอ ผู้มีเชื้อมีความเสี่ยงโรคหัวใจสูงกว่าคนทั่วไป การศึกษา REPRIEVE (NEJM 2023) พบว่ายาลดไขมันกลุ่มสแตตินช่วยลดเหตุการณ์โรคหัวใจในผู้มีเชื้อได้ แพทย์จะประเมินว่าคุณควรใช้หรือไม่
  5. ฉีดวัคซีนตามวัย เช่น ไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ ตับอักเสบบี และ HPV
  6. คัดกรองมะเร็ง เช่น มะเร็งปากมดลูก และ มะเร็งทวารหนัก ในกลุ่มที่มีความเสี่ยง
  7. ดูแลใจ ความเครียด การตีตรา และภาวะซึมเศร้าพบได้บ่อยในผู้มีเชื้อ การมีคนรับฟังสำคัญพอ ๆ กับยา
  8. หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ปริมาณมากและสารเสพติด ซึ่งทำให้ลืมกินยาและทำร้ายตับ
แผนภาพ4 ด้านที่ช่วยให้อยู่กับ HIV ได้ยาวและมีคุณภาพ
อายุยืน คุณภาพดี

ยาและการติดตาม

  • กินยาทุกวัน เวลาเดิม
  • ตรวจ viral load ตามนัด

หัวใจและหลอดเลือด

  • เลิกบุหรี่
  • ตรวจความดัน น้ำตาล ไขมัน
  • สแตตินตามที่แพทย์ประเมิน

ป้องกันโรค

  • วัคซีนตามวัย
  • คัดกรองมะเร็งปากมดลูก ทวารหนัก

ใจและพฤติกรรม

  • มีคนรับฟัง ดูแลภาวะซึมเศร้า
  • เลี่ยงแอลกอฮอล์และสารเสพติด

สิ่งที่ควรเลี่ยง

  • หยุดยาเองเพราะเห็นว่าตรวจไม่พบแล้ว หรือหันไปใช้สมุนไพรแทนยาต้าน ไม่มีสมุนไพรหรืออาหารเสริมใดรักษา HIV ได้
  • ซื้อยาเพิ่มเองโดยไม่บอกแพทย์ เพราะยาบางชนิด เช่น ยาลดกรดและแร่ธาตุ ทำให้ยาต้านดูดซึมได้น้อยลง
  • เก็บตัวคนเดียวจนไม่มีใครช่วยดู ถ้าเริ่มรู้สึกหมดหวัง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

โรคที่มากับวัย: หัวใจและกระดูก

เมื่อผู้มีเชื้ออายุยืนขึ้น โรคเรื้อรังจึงกลายเป็นเรื่องหลัก การวิเคราะห์ระดับโลก (Circulation 2018) พบว่าผู้มีเชื้อเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจราว 2 เท่าของคนทั่วไป จากการอักเสบเรื้อรัง บุหรี่ และปัจจัยอื่น กระดูกบางและกระดูกพรุนก็พบบ่อยกว่า โดยเฉพาะช่วงแรกที่เริ่มยา และในสูตรที่มี tenofovir disoproxil (TDF) แพทย์อาจแนะนำวิตามินดี แคลเซียม การออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก และตรวจมวลกระดูกในคนอายุ 50 ปีขึ้นไปหรือมีความเสี่ยง

U=U กับคุณภาพชีวิต

การศึกษา PARTNER2 ในคู่ชายรักชายเกือบ 800 คู่ ไม่พบการถ่ายทอดเชื้อจากคู่ที่ไวรัสถูกกดจนตรวจไม่พบเลย U=U จึงไม่ใช่แค่ข้อมูลทางการแพทย์ แต่ช่วยลดความกลัวและการตีตรา และทำให้หลายคนกล้ามีความรัก ความใกล้ชิด และวางแผนครอบครัวได้อย่างมั่นใจ

เช็กลิสต์ติดตามประจำปี

  • Viral load อย่างน้อยปีละครั้งเมื่อคุมได้ดี และ CD4 ตามที่แพทย์กำหนด
  • การทำงานของไตและปัสสาวะ ความดัน น้ำตาล ไขมัน และน้ำหนัก
  • ตับ ไวรัสตับอักเสบบีและซี ซิฟิลิส และ STI ตามความเสี่ยง
  • คัดกรองมะเร็งปากมดลูกหรือทวารหนัก มวลกระดูก และภาวะซึมเศร้า
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง และทบทวนเรื่องบุหรี่และแอลกอฮอล์

ถ้าคุณหรือคนที่รักเพิ่งรู้ผล

ไม่ต้องตัดสินใจทุกอย่างในวันเดียวครับ สิ่งแรกที่ควรทำคือเข้าสู่การรักษาให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องจะบอกใคร เมื่อไหร่ ค่อย ๆ คิดได้ อ่านเรื่อง การใช้ชีวิตกับ HIV และบริการที่ไม่ตัดสิน ประกอบ

ที่ Dr. Kris Clinic สุราษฎร์ธานี หมอให้คำปรึกษาหลังทราบผลแบบเป็นส่วนตัว อธิบายแผนการรักษา ช่วยประสานเข้าระบบสิทธิการรักษาฟรีตามสิทธิของคุณ และดูแลสุขภาพองค์รวมระยะยาว ทั้งหัวใจ ฮอร์โมน สุขภาพเพศ และสุขภาพใจ ปรึกษาได้ทั้งที่คลินิกและออนไลน์ทั่วประเทศครับ

ขั้นต่อไป

อยากให้หมอช่วยดูเรื่องนี้ ทำได้ใน 3 ขั้น

อ่านบทความเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เมื่อพร้อม ลองประเมินตัวเองก่อน ดูว่าการปรึกษาเป็นอย่างไร แล้วค่อยนัดเวลาที่สะดวก

แบบประเมินเป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยและไม่แทนการประเมินโดยแพทย์ ผลลัพธ์ของการดูแลแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ความซับซ้อนของปัญหา และปัจจัยอื่น ๆ

Consult Dr. Kris

ดูแล HIV อย่างต่อเนื่อง

ปรึกษาเรื่องยาต้าน ผลเลือด และชีวิตประจำวัน ในพื้นที่ที่ไม่ตัดสิน

คำถามที่พบบ่อย

ติด HIV แล้วอยู่ได้กี่ปี

ข้อมูลปี 2023 พบว่าผู้ที่เริ่มยาหลังปี 2015 และกินต่อเนื่องมีอายุคาดเฉลี่ยประมาณปลาย 70 ปี ยิ่งเริ่มตอน CD4 สูงยิ่งใกล้เคียงคนทั่วไป

คนที่มี HIV ทำงานได้ตามปกติไหม

ได้ครับ ผู้ที่กินยาต่อเนื่องทำงานได้แทบทุกอาชีพ และไม่ถ่ายทอดเชื้อจากการทำงานหรือการใช้ชีวิตร่วมกันตามปกติ

ถ้าตรวจพบตอน CD4 ต่ำมาก ยังมีโอกาสไหม

มีครับ เมื่อรักษาโรคติดเชื้อที่มีอยู่และเริ่มยาต้าน CD4 จะค่อย ๆ ฟื้น ช่วงแรกต้องติดตามใกล้ชิด แต่หลายคนกลับมาแข็งแรงได้

กินยาต้าน HIV นาน ๆ กระดูกจะพรุนไหม

ผู้มีเชื้อมีโอกาสกระดูกบางมากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะช่วงเริ่มยาและสูตรที่มี TDF แต่ป้องกันได้ด้วยวิตามินดี แคลเซียม การออกกำลังกาย และการตรวจมวลกระดูกตามความเสี่ยง แพทย์อาจปรับสูตรยาถ้าจำเป็น

ถ้า viral load ตรวจไม่พบแล้ว ยังต้องตรวจอะไรทุกปี

ยังควรตรวจ viral load ไต ไขมัน น้ำตาล ความดัน ไวรัสตับอักเสบ STI ตามความเสี่ยง และคัดกรองมะเร็งที่เหมาะกับคุณ เพราะเป้าหมายคืออายุยืนอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่แค่คุมไวรัส

English edition

Read this article in English

HIV Life Expectancy: Living a Long Life With Treatment →

Full English version for international patients and visitors.

เอกสารอ้างอิง

  1. Trickey A, et al. Life expectancy after 2015 of adults with HIV on long-term antiretroviral therapy in Europe and North America: a collaborative analysis of cohort studies. Lancet HIV. 2023;10(5):e295–e307
  2. Grinspoon SK, et al. Pitavastatin to Prevent Cardiovascular Disease in HIV Infection (REPRIEVE). N Engl J Med. 2023;389:687–699
  3. Helleberg M, et al. Mortality attributable to smoking among HIV-1-infected individuals: a nationwide, population-based cohort study. Clin Infect Dis. 2013;56(5):727–734
  4. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการตรวจวินิจฉัย รักษา และป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565
  5. Trickey A, May MT, Vehreschild JJ, et al. Survival of HIV-positive patients starting antiretroviral therapy between 1996 and 2013: a collaborative analysis of cohort studies. Lancet HIV. 2017;4(8):e349–e356
  6. Shah ASV, Stelzle D, Lee KK, et al. Global burden of atherosclerotic cardiovascular disease in people living with HIV: systematic review and meta-analysis. Circulation. 2018;138(11):1100–1112
  7. Rodger AJ, Cambiano V, Bruun T, et al. Risk of HIV transmission through condomless sex in serodifferent gay couples with the HIV-positive partner taking suppressive antiretroviral therapy (PARTNER): final results of a multicentre, prospective, observational study. Lancet. 2019;393(10189):2428–2438

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือกังวล ควรปรึกษาแพทย์

Dr. Kris Clinicคลินิกเวชศาสตร์ครอบครัวและสุขภาพเพศ สุราษฎร์ธานีดูแลโดย นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ · ว.48387

เวลาทำการ

  • จันทร์ปิดทำการ
  • อังคาร – ศุกร์17:00 – 20:00
  • เสาร์ – อาทิตย์10:00 – 15:00

ปรึกษาออนไลน์ได้ทั่วประเทศ

ติดต่อ