ผมยังจำบรรยากาศวันที่ 23 มกราคม 2568 ได้ดี หลายคู่ที่ผมดูแลส่งรูปทะเบียนสมรสมาให้ดู บางคู่อยู่ด้วยกันมาเกินยี่สิบปี เพิ่งได้มีชื่อในเอกสารเดียวกันเป็นครั้งแรก มีคู่หนึ่งพูดกับผมว่า “ต่อไปถ้าเขาป่วยหนัก ผมจะได้ไม่ต้องยืนรอนอกห้องในฐานะ ‘เพื่อน’ อีกแล้ว” ประโยคนี้ทำให้ผมเข้าใจว่า สมรสเท่าเทียมไม่ใช่เรื่องพิธีแต่งงานอย่างเดียว แต่เกี่ยวกับสุขภาพและชีวิตจริงโดยตรงครับ
สมรสเท่าเทียมคืออะไร
สมรสเท่าเทียม (Marriage Equality) คือการให้สิทธิสมรสแก่คู่รักทุกเพศอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นชาย–หญิง ชาย–ชาย หญิง–หญิง หรือเพศหลากหลายอื่น ๆ
ในประเทศไทย กฎหมายนี้คือการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อเดือนกันยายน 2567 และมีผลบังคับใช้วันที่ 23 มกราคม 2568 (ค.ศ. 2025) สาระสำคัญคือ
- เปลี่ยนถ้อยคำจาก “ชาย หญิง สามี ภริยา” เป็นคำที่เป็นกลางทางเพศ เช่น “บุคคล” “ผู้หมั้น” และ “คู่สมรส”
- กำหนดอายุขั้นต่ำในการหมั้นและสมรสเป็น 18 ปี
- ทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รับรองการสมรสของคนเพศเดียวกัน
ในวันแรกที่กฎหมายมีผล มีคู่รักเพศหลากหลายจดทะเบียนสมรสทั่วประเทศกว่า 1,800 คู่
คู่สมรสทุกเพศได้สิทธิอะไรบ้าง
| ด้าน | ตัวอย่างสิทธิ |
|---|---|
| ทรัพย์สิน | สินสมรส การจัดการทรัพย์สินร่วมกัน สิทธิเมื่อหย่า |
| มรดก | เป็นทายาทโดยธรรมในฐานะคู่สมรส |
| ภาษีและการเงิน | ลดหย่อนภาษีคู่สมรส การทำประกันและธุรกรรมร่วมกัน |
| สวัสดิการ | สิทธิสวัสดิการคู่สมรสของข้าราชการ ประกันสังคม และสวัสดิการนายจ้างตามที่กฎหมายและระเบียบกำหนด |
| การรักษาพยาบาล | ฐานะคู่สมรสในการรับรู้ข้อมูลและร่วมตัดสินใจเมื่ออีกฝ่ายไม่สามารถตัดสินใจเองได้ ตามระเบียบของสถานพยาบาล |
| ครอบครัว | การรับบุตรบุญธรรมร่วมกันในฐานะคู่สมรส ตามเงื่อนไขของกฎหมาย |
เรื่องที่ยังรอการปรับแก้
กฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้อง ยังใช้คำว่า “บิดา” “มารดา” “สามี” “ภริยา” อยู่ ทำให้บางเรื่อง เช่น สถานะความเป็นพ่อแม่ของบุตร การใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ และสิทธิบางอย่างในระเบียบหน่วยงาน ยังไม่ชัดเจนเต็มที่ ส่วนการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อตามเพศสภาพเป็นอีกกฎหมายหนึ่ง (ร่างกฎหมายรับรองเพศสภาพ) ที่ยังอยู่ระหว่างการผลักดัน
ทรัพย์สิน
- สินสมรส
- สิทธิเมื่อหย่า
มรดก
- เป็นทายาทโดยธรรม
- ในฐานะคู่สมรส
ภาษีและการเงิน
- ลดหย่อนภาษีคู่สมรส
- ประกันและธุรกรรมร่วม
สวัสดิการ
- ข้าราชการ ประกันสังคม
- สวัสดิการนายจ้างตามระเบียบ
การรักษาพยาบาล
- รับรู้ข้อมูล
- ร่วมตัดสินใจเมื่ออีกฝ่ายทำไม่ได้
ครอบครัว
- รับบุตรบุญธรรมร่วมกัน
- ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย บางเรื่องยังรอการปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สมรสเท่าเทียมเกี่ยวกับสุขภาพอย่างไร
ในมุมแพทย์ การรับรองทางกฎหมายมีผลต่อสุขภาพจริง
- งานวิจัยในสหรัฐฯ (Raifman และคณะ, JAMA Pediatrics 2017) พบว่าหลังมีนโยบายรับรองการสมรสของคนเพศเดียวกัน อัตราการพยายามฆ่าตัวตายในนักเรียนมัธยมลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนที่เป็นเพศหลากหลาย
- การมีความมั่นคงทางกฎหมาย ลดความเครียดเรื้อรังจากการถูกเลือกปฏิบัติ (Minority Stress) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของซึมเศร้าและวิตกกังวล (ดู สุขภาพเพศ LGBTQ+)
- คู่สมรสสามารถอยู่เคียงข้างกันในห้องฉุกเฉิน ไอซียู และช่วงท้ายของชีวิตได้ชัดเจนขึ้น
วางแผนสุขภาพร่วมกันในฐานะคู่สมรส
- ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานหรือตรวจร่วมกัน เช่น HIV ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบี และ STI อื่น ๆ ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจ แต่เพื่อเริ่มต้นอย่างรู้ข้อมูล (ดู ตรวจเลือดก่อนแต่งงานและตรวจ STI สำหรับคู่รัก)
- คุยเรื่องการป้องกัน ถ้าฝ่ายหนึ่งมี HIV และกินยาจนตรวจไม่พบเชื้อ จะไม่ถ่ายทอดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (ดู U=U)
- ทำหนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้า (Living Will) ตามมาตรา 12 พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 เพื่อบอกความต้องการเรื่องการรักษาในวาระสุดท้าย และระบุผู้ที่ไว้ใจให้ร่วมตัดสินใจ (ดู พินัยกรรมชีวิต)
- วางแผนการมีลูก ถ้าคิดเรื่องการมีบุตร คุยกับแพทย์และนักกฎหมายตั้งแต่เนิ่น ๆ
- ดูแลความสัมพันธ์ การแต่งงานไม่ได้แก้ทุกปัญหา การคุยกันอย่างเปิดใจและขอความช่วยเหลือเมื่อติดขัดคือกุญแจสำคัญ (ดู ปัญหาคู่รักที่พบบ่อย)
- 1ตรวจสุขภาพร่วมกันHIV ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบี และ STI อื่น
- 2คุยเรื่องการป้องกันถ้าฝ่ายหนึ่งมี HIV และตรวจไม่พบเชื้อ ไม่ถ่ายทอดทางเพศสัมพันธ์
- 3ทำ Living Willตามมาตรา 12 พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ระบุผู้ร่วมตัดสินใจ
- 4วางแผนมีลูกคุยกับแพทย์และนักกฎหมายตั้งแต่เนิ่น ๆ
- 5ดูแลความสัมพันธ์คุยเปิดใจ และขอความช่วยเหลือเมื่อติดขัด
เมื่อครอบครัวยังไม่ยอมรับ
แม้กฎหมายจะเปิดทาง แต่บางครอบครัวยังต้องใช้เวลา ความขัดแย้งระหว่างคู่สมรสกับครอบครัวเดิม อาจกระทบใจทั้งสองฝ่าย การมีคนกลางช่วยพูดคุยแบบครอบครัว หรือการปรึกษาคู่รัก ช่วยให้ทุกคนได้ฟังกันมากขึ้น ถ้าเครียดจนนอนไม่หลับหรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323
Dr. Kris Clinic พร้อมดูแลทุกครอบครัว
ที่ Dr. Kris Clinic ผมดูแลแบบเวชศาสตร์ครอบครัว คือดูแลทั้งคน ทั้งคู่ และทั้งครอบครัว มีบริการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานและตรวจ STI สำหรับคู่รัก การปรึกษาคู่รักและครอบครัวผ่าน Kris Care Space และให้ข้อมูลเรื่องการทำ Living Will ทั้งที่คลินิกสุราษฎร์ธานีและออนไลน์ ยินดีกับทุกคู่ และพร้อมอยู่ข้าง ๆ ทุกครอบครัวครับ


1
2
3











