พอรู้ว่าเป็นซิฟิลิส คำถามแรกที่หมอได้ยินคือ “ต้องฉีดกี่เข็ม” และ “หายแน่ไหม” คำตอบสั้น ๆ คือ ซิฟิลิสรักษาหายได้ จำนวนเข็มขึ้นกับระยะของโรค แต่การรักษาไม่ได้จบที่เข็มสุดท้าย ต้องตรวจเลือดติดตามอีกอย่างน้อย 1–2 ปี เพื่อยืนยันว่าเชื้อหมดจริง บทความนี้สรุปตามแนวทาง CDC ปี 2021 องค์การอนามัยโลกปี 2024 และแนวทางของกรมควบคุมโรค เพื่อให้คุณเข้าใจแผนที่แพทย์วางให้ครับ
สูตรการรักษาตามระยะ (ผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ตั้งครรภ์)
| ระยะ | ยาหลัก | ทางเลือกเมื่อแพ้เพนิซิลลินหรือยาขาดแคลน |
|---|---|---|
| ระยะแรก ระยะสอง และระยะแฝงต้น (ไม่เกิน 1 ปี) | Benzathine Penicillin G 2.4 ล้านยูนิต ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 1 ครั้ง | Doxycycline รับประทานวันละ 2 ครั้ง นาน 14 วัน |
| ระยะแฝงปลาย (เกิน 1 ปี) หรือไม่ทราบระยะ | Benzathine Penicillin G 2.4 ล้านยูนิต สัปดาห์ละครั้ง 3 สัปดาห์ | Doxycycline วันละ 2 ครั้ง นาน 28 วัน |
| ซิฟิลิสระบบประสาท ตา หรือหู | Aqueous Crystalline Penicillin G ทางหลอดเลือดดำ 10–14 วัน (รักษาในโรงพยาบาล) | Procaine Penicillin ร่วมกับ Probenecid หรือ Ceftriaxone ตามดุลยพินิจแพทย์ |
ข้อควรรู้เพิ่มเติม
- ระยะแฝงปลายที่ต้องฉีด 3 เข็ม ควรฉีดห่างกัน 7 วันตรงนัด ถ้าเลื่อนนานเกินกำหนด (หญิงตั้งครรภ์เกิน 9 วัน คนทั่วไปเกินประมาณ 14 วันตามแนวทาง CDC) แพทย์อาจต้องเริ่มชุดใหม่
- ผู้ที่ติดเชื้อ HIV ใช้สูตรเดียวกับคนทั่วไปตามระยะ แต่ติดตามใกล้ชิดกว่า
- Azithromycin ไม่ใช้รักษาซิฟิลิสแล้ว เพราะเชื้อดื้อยาแทบทั้งหมด
ซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์
ต้องใช้ เพนิซิลลินเท่านั้น เพราะเป็นยาเดียวที่พิสูจน์แล้วว่าป้องกันซิฟิลิสแต่กำเนิดในทารกได้ ถ้าแพ้เพนิซิลลินจะทำการลดภูมิไวต่อยา (Desensitization) ในโรงพยาบาลแล้วให้ยาตามสูตร Doxycycline ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์ที่ผลเลือดซิฟิลิสบวกควรได้รับการดูแลร่วมกับสูติแพทย์ทันที
เรื่องยาเพนิซิลลินขาดตลาด
Benzathine Penicillin G มีผู้ผลิตน้อยรายทั่วโลก จึงเกิดภาวะขาดแคลนเป็นระยะ ในสหรัฐอเมริกา หลังการเรียกคืนยาบางล็อตในเดือนกรกฎาคม 2568 หน่วยงานสาธารณสุขแจ้งว่าการผลิตอาจกลับสู่ปกติราวปลายปี 2570 แนวทางช่วงขาดแคลนคือ สงวนเพนิซิลลินไว้ให้หญิงตั้งครรภ์ ทารกที่สงสัยซิฟิลิสแต่กำเนิด และคนที่ใช้ Doxycycline ไม่ได้ ส่วนผู้ใหญ่ทั่วไปที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ใช้ Doxycycline ตามระยะแทนได้ โดยต้องกินให้ครบ
ในประเทศไทยความพร้อมของยาขึ้นกับแต่ละช่วงเวลาและสถานพยาบาล แพทย์จะเลือกสูตรที่เหมาะสมที่สุดที่มีอยู่ และนัดติดตามใกล้ชิดเป็นพิเศษถ้าใช้ยากิน
หลังฉีดยา มีไข้ หนาวสั่น ปกติไหม
ภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังเริ่มยา บางคนมีไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อย ปวดศีรษะ หรือผื่นชัดขึ้นชั่วคราว เรียกว่า ปฏิกิริยา Jarisch–Herxheimer เกิดจากเชื้อที่ตายปล่อยสารกระตุ้นการอักเสบ พบบ่อยในระยะแรกและระยะสอง ไม่ใช่การแพ้ยา มักหายเองภายในหนึ่งวัน ใช้ยาลดไข้ได้ แต่ถ้ามีผื่นลมพิษ หน้าบวม หายใจลำบาก นั่นอาจเป็นการแพ้ยาจริง ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที (โทร 1669) หญิงตั้งครรภ์ที่มีอาการนี้ร่วมกับท้องแข็งหรือลูกดิ้นน้อยลง ต้องไปโรงพยาบาลทันที
ระหว่างและหลังรักษา
- งดเพศสัมพันธ์ อย่างน้อย 7 วันหลังรักษาครบ และจนกว่าแผลหรือผื่นจะหายสนิท
- คู่นอน ที่สัมผัสภายใน 90 วันก่อนวินิจฉัยระยะแรก ระยะสอง หรือระยะแฝงต้น ควรได้รับการรักษาไปเลยแม้ผลเลือดยังลบ ส่วนคู่ที่สัมผัสนานกว่านั้นให้ตรวจเลือดก่อน อ่านวิธีพูดคุยที่ เมื่อคู่ของเราติด STI
- ตรวจ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วมด้วย ถ้าผล HIV ลบและยังมีความเสี่ยง ควรพิจารณา PrEP
การติดตามผลเลือด RPR/VDRL
หลังรักษา การติดตามใช้ ค่าไตเตอร์ของ RPR หรือ VDRL (ไม่ใช่ TPHA ซึ่งมักบวกตลอดชีวิต) และควรตรวจด้วยวิธีเดียวกัน ที่ห้องปฏิบัติการเดียวกันถ้าเป็นไปได้ เพราะ RPR กับ VDRL เทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
| ระยะ | ตรวจซ้ำเมื่อ | เกณฑ์ว่าได้ผล |
|---|---|---|
| ระยะแรกและระยะสอง | 6 และ 12 เดือน | ไตเตอร์ลดลงอย่างน้อย 4 เท่าภายใน 12 เดือน |
| ระยะแฝง | 6, 12 และ 24 เดือน | ไตเตอร์ลดลงอย่างน้อย 4 เท่าภายใน 12–24 เดือน ถ้าค่าเริ่มต้นสูง |
| ผู้อยู่ร่วมกับ HIV | ทุก 3 เดือนในปีแรก และที่ 24 เดือน | เกณฑ์เดียวกัน |
ลดลง 4 เท่า หมายถึงลดลง 2 ระดับ เช่น จาก 1:32 เหลือ 1:8 หรือจาก 1:16 เหลือ 1:4
ถ้าค่าไม่ลด หรือกลับขึ้น
- ค่ากลับขึ้น 4 เท่า เช่น จาก 1:4 เป็น 1:16 มักหมายถึงติดเชื้อซ้ำหรือรักษาไม่ได้ผล ต้องประเมินใหม่ ตรวจ HIV และอาจต้องเจาะน้ำไขสันหลังถ้ามีข้อบ่งชี้
- ค่าลดลงแต่ไม่เป็นศูนย์ และคงที่ในระดับต่ำ เช่น 1:1 ถึง 1:4 นาน ๆ เรียกว่า Serofast ข้อมูลของ CDC ระบุว่าราว 15–20% ของคนที่รักษาระยะแรกหรือระยะสองอย่างถูกต้อง ค่าอาจลดไม่ถึงเกณฑ์ภายใน 12 เดือน ซึ่งไม่ได้แปลว่ายังมีเชื้อเสมอไป แพทย์จะติดตามต่อร่วมกับประวัติความเสี่ยง
- ตรวจเร็วเกินไป เช่น 1 เดือนหลังฉีด ค่าอาจยังไม่ลด ไม่ต้องตกใจ
- 24 ชม.แรกอาจมีไข้ หนาวสั่นชั่วคราว
ปฏิกิริยา Jarisch–Herxheimer ไม่ใช่การแพ้ยา มักหายในหนึ่งวัน
- ≥ 7 วันงดเพศสัมพันธ์
หลังรักษาครบ และจนแผลหรือผื่นหายสนิท
- 6 เดือนตรวจ RPR/VDRL ครั้งแรก
ใช้วิธีเดียวกัน ที่แล็บเดียวกันถ้าเป็นไปได้
- 12 เดือนไตเตอร์ควรลด ≥ 4 เท่า
เกณฑ์ระยะแรกและระยะสอง เช่น 1:32 เหลือ 1:8
- 24 เดือนตรวจอีกครั้งในระยะแฝง
ผู้อยู่ร่วมกับ HIV ตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก และที่ 24 เดือน
สรุปตามแนวทาง CDC 2021 ความถี่จริงตามที่แพทย์นัด
การรักษาซ้ำตัดสินจากแนวโน้มไตเตอร์และความเสี่ยงใหม่ ไม่ใช่ผลครั้งเดียว
ป้องกันการติดซ้ำ
การติดซ้ำพบบ่อยมากในคนที่มีความเสี่ยงต่อเนื่อง การตรวจทุก 3–6 เดือน การใช้ถุงยาง และในบางกลุ่ม Doxy-PEP ช่วยลดโอกาสได้ ทบทวนอาการและการตรวจได้ที่ ซิฟิลิส อาการ ระยะ และการตรวจ
เมื่อไรต้องรีบพบแพทย์ และคลินิกช่วยอะไรได้
ไปโรงพยาบาลทันทีถ้ามีตามัว ตาแดงปวด หูอื้อเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง หรืออ่อนแรง เพราะอาจเป็นซิฟิลิสขึ้นตาหรือระบบประสาทที่ต้องให้ยาทางหลอดเลือดดำ
ที่ Dr. Kris Clinic หมอประเมินระยะของโรค วางแผนการรักษาตามแนวทางปัจจุบัน ดูแลการตรวจ RPR ติดตามตามกำหนด และช่วยดูแลคู่ไปพร้อมกันแบบเป็นความลับ รวมถึงวางแผนป้องกันระยะยาว


1
2
3











