“ฉี่แสบ มีหนองไหล ใช่หนองในไหมครับหมอ” นี่เป็นหนึ่งในคำถามที่หมอได้รับบ่อยที่สุด อาการแบบนี้ในผู้ชายมักชัดและมาเร็ว แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือหนองในอีกจำนวนมากไม่มีอาการเลย โดยเฉพาะในผู้หญิง ที่คอ และที่ทวารหนัก ข่าวดีคือหนองในรักษาหายได้ ข่าวที่ต้องระวังคือเชื้อเริ่มดื้อยามากขึ้นทั่วโลก การรักษาให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรกจึงสำคัญมากครับ
หนองในคืออะไร
หนองในแท้ (Gonorrhea) เกิดจากแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae ติดผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก และทางปาก รวมถึงออรัลเซ็กซ์ที่หลายคนคิดว่าปลอดภัย เชื้อยังเข้าตาได้ถ้าสารคัดหลั่งกระเด็นเข้าตา และส่งต่อจากแม่สู่ทารกระหว่างคลอด
หนองในแท้ต่างจาก หนองในเทียม ซึ่งเกิดจากเชื้ออื่น เช่น Chlamydia trachomatis หรือ Mycoplasma genitalium ใช้ยาต่างกัน และพบร่วมกันได้บ่อย จึงควรตรวจทั้งสองอย่างพร้อมกัน ดูรายละเอียดที่ ตรวจ STI แบบ PCR 14 เชื้อ
อาการ
ในผู้ชาย (ส่วนใหญ่ 2–7 วันหลังรับเชื้อ)
- ปัสสาวะแสบขัด
- มีหนองขุ่นสีขาว เหลือง หรือเขียวไหลจากปลายท่อปัสสาวะ
- บางรายปวดหรือบวมที่อัณฑะข้างเดียว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเชื้อลามไปท่อนำอสุจิ
ในผู้หญิง
- ส่วนใหญ่ ไม่มีอาการ หรืออาการน้อยจนไม่สังเกต
- ตกขาวเพิ่มขึ้น ปัสสาวะแสบ เลือดออกกะปริดกะปรอยหรือหลังมีเพศสัมพันธ์
- ปวดท้องน้อย มีไข้ เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ อาจเป็นสัญญาณของอุ้งเชิงกรานอักเสบ
ที่คอและทวารหนัก
- ที่คอมักไม่มีอาการ บางคนเจ็บคอเรื้อรัง
- ที่ทวารหนักอาจมีมูกหรือหนอง คันหรือปวดเบ่ง มีเลือดปน หรือไม่มีอาการเลย
ผู้ชาย
ส่วนใหญ่ 2–7 วันหลังรับเชื้อ
- ปัสสาวะแสบขัด
- หนองขุ่นไหลจากปลายท่อ
- ปวดบวมอัณฑะข้างเดียว (ลามแล้ว)
ผู้หญิง
ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ
- ตกขาวเพิ่ม ปัสสาวะแสบ
- เลือดออกกะปริดกะปรอย
- ปวดท้องน้อย มีไข้ (อุ้งเชิงกรานอักเสบ)
คอและทวารหนัก
มักเงียบ
- เจ็บคอเรื้อรัง หรือไม่มีอาการ
- มูก หนอง ปวดเบ่ง มีเลือดปน
ตรวจ PCR ให้ตรงตำแหน่งตามรูปแบบเพศสัมพันธ์ ตรวจแค่ปัสสาวะอาจพลาดได้มาก
ถ้าปล่อยไว้ เกิดอะไรขึ้นได้
- ผู้หญิง: อุ้งเชิงกรานอักเสบ (PID) ท่อนำไข่ตีบ มีบุตรยาก ท้องนอกมดลูก ปวดท้องน้อยเรื้อรัง
- ผู้ชาย: ท่อนำอสุจิและอัณฑะอักเสบ ซึ่งบางรายส่งผลต่อการเจริญพันธุ์
- เชื้อกระจายเข้ากระแสเลือด (Disseminated Gonococcal Infection) ทำให้ข้ออักเสบ ปวดเอ็น มีตุ่มหนองที่ผิวหนัง ซึ่งพบไม่บ่อยแต่รุนแรง
- เพิ่มโอกาสติดและแพร่ HIV
การตรวจ
วิธีมาตรฐานคือ การตรวจ PCR (NAAT) จากปัสสาวะส่วนแรก ไม้ป้ายช่องคลอด คอ หรือทวารหนัก ตามรูปแบบเพศสัมพันธ์ของแต่ละคน ถ้าตรวจแค่ปัสสาวะในคนที่มีออรัลหรือแองนัลเซ็กซ์ อาจพลาดการติดเชื้อได้มาก ในบางกรณีแพทย์อาจเพาะเชื้อร่วมด้วยเพื่อดูความไวต่อยา โดยเฉพาะเมื่อรักษาแล้วไม่หาย
การรักษา
ตามแนวทางปัจจุบัน หนองในแท้รักษาด้วย Ceftriaxone ฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งเดียว โดย CDC แนะนำขนาด 500 มิลลิกรัม (เพิ่มเป็น 1 กรัมในผู้ที่น้ำหนักตั้งแต่ 150 กิโลกรัม) ส่วนองค์การอนามัยโลกปี 2024 แนะนำ 1 กรัม แพทย์จะเลือกตามแนวทางที่ใช้และข้อมูลเชื้อในพื้นที่
- ถ้ายังไม่ได้ตรวจแยกหนองในเทียม แพทย์มักให้ Doxycycline 7 วัน ร่วมด้วย
- หนองในที่คอรักษายากกว่า แนะนำให้ ตรวจซ้ำเพื่อยืนยันว่าหาย (Test of Cure) ประมาณ 7–14 วันหลังรักษา
- คนที่แพ้ยากลุ่มเซฟาโลสปอรินรุนแรง มีสูตรทางเลือกที่แพทย์จะพิจารณาเป็นราย ๆ
ในปี 2568 สำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ อนุมัติยากินชนิดใหม่ 2 ตัว คือ Zoliflodacin และ Gepotidacin สำหรับหนองในที่อวัยวะเพศแบบไม่ซับซ้อน ซึ่งเป็นความหวังในการรับมือเชื้อดื้อยา แต่ยังไม่แพร่หลายในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน
หลังรักษา ต้องทำอะไรต่อ
- งดเพศสัมพันธ์ 7 วัน หลังได้ยา และจนกว่าอาการหายและคู่ได้รับการรักษาแล้ว
- แจ้งคู่นอนในช่วง 60 วันที่ผ่านมา ให้มาตรวจและรักษา ถ้าไม่ทำ โอกาสติดกลับไปกลับมาสูงมาก อ่านวิธีบอกคู่ที่ เมื่อคู่ของเราติด STI
- ตรวจ HIV และซิฟิลิส ร่วมด้วย ดูเพิ่มที่ ซิฟิลิส
- ตรวจซ้ำที่ประมาณ 3 เดือน เพราะการติดซ้ำพบบ่อย
- ถ้ารักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้นใน 3–5 วัน ให้กลับมาพบแพทย์ อาจเป็นเชื้ออื่นหรือเชื้อดื้อยา
- 1งดเพศสัมพันธ์ 7 วันและจนอาการหายและคู่ได้รับการรักษาแล้ว
- 2แจ้งคู่ใน 60 วันให้มาตรวจและรักษา ป้องกันติดกลับไปมา
- 3ตรวจ HIV ซิฟิลิสตรวจโรคอื่นร่วมด้วย
- 4ไม่ดีขึ้นใน 3–5 วันกลับมาพบแพทย์ อาจเป็นเชื้ออื่นหรือเชื้อดื้อยา
- 5ตรวจซ้ำ ~3 เดือนเพราะการติดซ้ำพบบ่อย
อย่าซื้อยากินเอง หนองในดื้อยาหลายกลุ่มแล้ว
การป้องกัน
- ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง รวมถึงออรัลเซ็กซ์ถ้าเป็นไปได้
- ตรวจทุก 3–6 เดือนถ้ามีคู่หลายคน ใช้ PrEP หรือเป็นชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย
- Doxy-PEP ช่วยลดซิฟิลิสและหนองในเทียมได้ดี แต่ลดหนองในแท้ได้น้อยกว่า เพราะเชื้อในหลายพื้นที่ดื้อยากลุ่ม Tetracycline อยู่แล้ว
- ทบทวนภาพรวมการป้องกันได้ที่ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อย
เมื่อไรต้องรีบพบแพทย์ และคลินิกช่วยอะไรได้
รีบพบแพทย์ถ้ามีหนองหรือปัสสาวะแสบ ปวดบวมอัณฑะ ปวดท้องน้อยร่วมกับไข้ ตาแดงมีหนอง หรือปวดข้อร่วมกับตุ่มหนองตามผิวหนัง และถ้าเพิ่งมีความเสี่ยงต่อ HIV ภายใน 72 ชั่วโมง ให้ปรึกษาเรื่อง PEP ไปพร้อมกัน
ที่ Dr. Kris Clinic หมอตรวจ PCR จากตำแหน่งที่เหมาะสม ให้การรักษาตามแนวทาง ติดตามผล และดูแลคู่แบบเป็นความลับ ไม่ต้องเขินครับ หนองในเป็นเรื่องสุขภาพ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย


1
2
3











