Dr. Kris ClinicDr. Kris ClinicKnowledge
Wellness และวัคซีน

เที่ยวทั้งทีต้องพร้อม เตรียมสุขภาพก่อนเดินทาง วัคซีน ยา และสุขภาพเพศ

ทริปที่สนุกเริ่มจากการเตรียมสุขภาพ ทั้งวัคซีน ยาประจำตัว ยาสามัญ และการป้องกันทางเพศ เพื่อให้ไม่ต้องเสียวันเที่ยวไปกับการป่วย

เที่ยวทั้งทีต้องพร้อม เตรียมสุขภาพก่อนเดินทาง วัคซีน ยา และสุขภาพเพศ

สรุปสั้น ๆ

  • ปรึกษาแพทย์ 4–8 สัปดาห์ก่อนเดินทาง เพื่อทบทวนวัคซีนและยาประจำตัว
  • พกยาประจำตัวพร้อมใบสั่งยาหรือจดหมายแพทย์ โดยเฉพาะฮอร์โมนและยาฉีด และเช็กกฎหมายประเทศปลายทาง
  • เตรียมถุงยาง เจลหล่อลื่น และ PrEP ถ้ามีความเสี่ยง รู้ว่า PEP ต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมง

ทุกช่วงวันหยุดยาว จะมีคนไข้ทักมาจากต่างประเทศว่า “หมอครับ ลืมยามา” หรือ “เมื่อคืนพลาดไป ต้องทำยังไง” เรื่องเหล่านี้ป้องกันได้ถ้าเตรียมตัวก่อนออกเดินทางสักนิด ผมสรุปเป็นเช็กลิสต์ที่ใช้ได้ทั้งเที่ยวในประเทศ ต่างประเทศ ไปงานปาร์ตี้ หรือไปงาน Pride

1. ก่อนเดินทาง 4–8 สัปดาห์: ทบทวนวัคซีน

วัคซีนบางชนิดต้องใช้เวลาสร้างภูมิ หรือต้องฉีดหลายเข็ม จึงควรวางแผนล่วงหน้า

  • วัคซีนพื้นฐาน ไข้หวัดใหญ่ บาดทะยัก-คอตีบ หัด ตับอักเสบบี
  • ตับอักเสบเอ และไทฟอยด์ ถ้าไปพื้นที่ที่สุขาภิบาลอาหารและน้ำไม่ดี ตับอักเสบเอยังติดทางเพศสัมพันธ์ได้ด้วย
  • ไข้สมองอักเสบเจอี พิษสุนัขบ้า สำหรับการเดินทางนาน ไปชนบท หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งในบางพื้นที่ของเอเชีย
  • ไข้เหลือง จำเป็นและบางประเทศบังคับ ถ้าไปบางพื้นที่ของแอฟริกาหรืออเมริกาใต้
  • HPV และฝีดาษวานร (Mpox) สำหรับคนที่มีความเสี่ยงทางเพศสูง ความพร้อมของวัคซีน Mpox ในไทยอาจจำกัด ควรสอบถามแพทย์
  • วัคซีนสำหรับวัย 50+ เช่น งูสวัดและปอดอักเสบ ดู วัคซีนไข้หวัดใหญ่ และ วัคซีนนิวโมคอคคัส

ตรวจคำแนะนำล่าสุดของประเทศปลายทางเสมอ เพราะสถานการณ์โรคเปลี่ยนได้

แผนภาพเตรียมสุขภาพก่อน ระหว่าง และหลังเที่ยว
  1. 4–8 สัปดาห์ก่อน
    ทบทวนวัคซีน

    พื้นฐาน ตับอักเสบเอ ไทฟอยด์ ตามปลายทางและความเสี่ยง

  2. ก่อนออกเดินทาง
    ยา เอกสาร PrEP

    ยาพอทั้งทริป +3–5 วัน จดหมายแพทย์สำหรับฮอร์โมน เริ่ม PrEP ตามแผน

  3. ระหว่างทริป
    ถุงยาง เจล ความยินยอม

    ถ้าพลาด เริ่ม PEP ภายใน 72 ชม. และกินต่อ 28 วัน

  4. 2–4 สัปดาห์หลัง
    ตรวจ HIV และ STI

    ถ้ามีความเสี่ยง และตรวจซ้ำตามระยะฟักตัว

  5. ภายใน 3 เดือน
    ถ้ามีไข้ บอกแพทย์

    ว่าไปพื้นที่เสี่ยงมาลาเรียที่ไหนมา

2. ยาประจำตัวและการพกยาข้ามประเทศ

  • พกยาให้พอทั้งทริป และเผื่ออีก 3–5 วัน
  • เก็บยาไว้ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง ไม่ใส่กระเป๋าโหลด
  • เก็บยาในบรรจุภัณฑ์เดิมที่มีชื่อยา
  • ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน เป็นยาควบคุมในหลายประเทศ ควรมีใบสั่งยาหรือจดหมายแพทย์ภาษาอังกฤษระบุชื่อยา ขนาด และเหตุผลทางการแพทย์ รวมทั้งเช็กกฎของประเทศปลายทาง ยาฉีดและเข็มต้องมีเอกสารประกอบ
  • ถ้าจะไม่อยู่ช่วงที่ต้องฉีดฮอร์โมน ให้คุยกับแพทย์ล่วงหน้าเรื่องเลื่อนหรือปรับรอบ ดู TRT คืออะไร
  • ยาที่ต้องแช่เย็น ใช้กระเป๋าเก็บความเย็นและสอบถามสายการบิน
  • ข้ามเขตเวลา ยาที่ต้องตรงเวลา เช่น PrEP ยาคุม ยาเบาหวาน ให้วางแผนกับแพทย์ว่าจะปรับเวลาอย่างไร

3. ชุดยาสามัญที่ควรพก

  • ยาลดไข้แก้ปวด เช่น พาราเซตามอล
  • ผงเกลือแร่ (ORS) สำหรับท้องเสีย
  • ยาแก้แพ้ ยาแก้เมารถเมาเรือ
  • ยาทากันยุงที่มี DEET หรือ Picaridin
  • ครีมกันแดด พลาสเตอร์ ยาฆ่าเชื้อทาแผล
  • ถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นชนิดน้ำหรือซิลิโคน
แผนภาพชุดยาติดกระเป๋าเดินทาง

ไข้ ปวด แพ้

  • พาราเซตามอล
  • ยาแก้แพ้
  • ยาแก้เมารถเมาเรือ

ท้องเสีย

  • ผงเกลือแร่ (ORS)

ผิวและแผล

  • ยากันยุง DEET/Picaridin
  • ครีมกันแดด
  • พลาสเตอร์ ยาฆ่าเชื้อ

สุขภาพเพศ

  • ถุงยางอนามัย
  • เจลหล่อลื่นชนิดน้ำหรือซิลิโคน

4. อาหาร น้ำ ยุง และเที่ยวบินยาว

  • ดื่มน้ำบรรจุขวด เลือกอาหารปรุงสุกร้อน ๆ ล้างมือบ่อย
  • ท้องเสียส่วนใหญ่หายเองใน 2–3 วัน สิ่งสำคัญคือดื่มเกลือแร่ ถ้ามีไข้สูง ถ่ายเป็นเลือด หรืออาการหนัก ต้องพบแพทย์
  • ป้องกันยุงลาย โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีไข้เลือดออก ซิกา ชิคุนกุนยา
  • เที่ยวบินนานกว่า 4 ชั่วโมง ลุกเดิน ขยับข้อเท้า ดื่มน้ำ ผู้ที่ใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือมีประวัติลิ่มเลือดควรปรึกษาแพทย์เรื่องการป้องกันลิ่มเลือด

5. สุขภาพเพศระหว่างเที่ยว

การเดินทางมักมาพร้อมคนใหม่และความปล่อยตัว ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรวางแผนให้ปลอดภัย

  • ถุงยางร่วมกับเจลหล่อลื่น ป้องกัน HIV และ STI หลายชนิด
  • PrEP ถ้ามีความเสี่ยง HIV เริ่มล่วงหน้าตามแผนของแพทย์ การกินทุกวันต้องเริ่มก่อนเดินทางให้ยาออกฤทธิ์ ส่วน PrEP แบบเฉพาะกิจ (2-1-1) ใช้ได้เฉพาะบางกลุ่มตามที่แพทย์ประเมิน
  • PEP ถ้าพลาด เช่น ถุงยางแตกหรือไม่ได้ป้องกัน ต้องเริ่มยาให้เร็วที่สุด ภายใน 72 ชั่วโมง และกินต่อ 28 วัน ดู PEP ยาต้านหลังเสี่ยง และ รับ PrEP/PEP ออนไลน์ผ่าน Telemedicine
  • ยารักษา ED เช่น Tadalafil ใช้ตามที่แพทย์ประเมินและสั่งเท่านั้น ห้ามใช้ร่วมกับยาไนเตรตหรือ Poppers เพราะความดันตกจนหมดสติได้ และไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์หนักร่วม
  • ระวังแอลกอฮอล์และสารเสพติด ลดการตัดสินใจและเพิ่มความเสี่ยงทุกอย่าง ถ้าจะใช้ ดู Chemsex คืออะไร และลดอันตรายอย่างไร
  • ความยินยอม ต้องชัดเจนทุกครั้ง และคนที่เมามากจนไม่รู้สึกตัวให้ความยินยอมไม่ได้

6. หลังกลับมา

  • ตรวจ HIV และ STI ถ้ามีความเสี่ยงระหว่างทริป เช่น ประมาณ 2–4 สัปดาห์หลังเสี่ยง และตรวจซ้ำตามระยะฟักตัว ดู ตรวจ STI แบบ PCR 14 เชื้อ
  • ถ้ามีไข้ภายใน 3 เดือนหลังกลับจากพื้นที่เสี่ยงมาลาเรีย ต้องบอกแพทย์ว่าไปที่ไหนมา

เตรียมทริปกับ Dr. Kris Clinic

หมอช่วยวางแผนวัคซีน ทบทวนยาประจำตัว ออกจดหมายแพทย์สำหรับพกยา ให้คำปรึกษาเรื่อง PrEP และ PEP รวมถึงการตรวจหลังกลับ ทั้งที่คลินิกและออนไลน์

ขั้นต่อไป

อยากให้หมอช่วยดูเรื่องนี้ ทำได้ใน 3 ขั้น

อ่านบทความเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เมื่อพร้อม ลองประเมินตัวเองก่อน ดูว่าการปรึกษาเป็นอย่างไร แล้วค่อยนัดเวลาที่สะดวก

แบบประเมินเป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยและไม่แทนการประเมินโดยแพทย์ ผลลัพธ์ของการดูแลแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ความซับซ้อนของปัญหา และปัจจัยอื่น ๆ

Consult Dr. Kris

มีความเสี่ยง HIV หรืออยากเริ่ม PrEP

ปรึกษาแพทย์ได้ทั้งที่คลินิกและออนไลน์ ถ้าเพิ่งเสี่ยง ยิ่งเริ่ม PEP เร็วยิ่งดี ภายใน 72 ชั่วโมง

นัดหมายออนไลน์แชท LINE @dr.krisclinicดูรายการยาและบริการ

ยาและบริการทุกรายการต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อน

คำถามที่พบบ่อย

พกเทสโทสเตอโรนขึ้นเครื่องไปต่างประเทศได้ไหม

มักทำได้ถ้ามีใบสั่งยาหรือจดหมายแพทย์ แต่เทสโทสเตอโรนเป็นยาควบคุมในหลายประเทศ ควรตรวจกฎของประเทศปลายทางก่อน และพกในกระเป๋าถือ

กิน PrEP ทุกวัน ข้ามเขตเวลาต้องทำอย่างไร

กินให้สม่ำเสมอ วันละครั้ง คลาดเวลาไปบ้างไม่กี่ชั่วโมงไม่เป็นไร ค่อย ๆ ปรับเวลาให้เข้ากับเวลาท้องถิ่น ถ้าไม่แน่ใจให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทาง

อยู่ต่างประเทศแล้วพลาดเสี่ยง HIV ต้องทำอย่างไร

หาสถานพยาบาลเพื่อรับ PEP ให้เร็วที่สุด ภายใน 72 ชั่วโมง หรือปรึกษาแพทย์ออนไลน์ทันทีเพื่อวางแผน ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งได้ผล

English edition

Read this article in English

Travel Health: Vaccines, Medicines and Sexual Health Before You Go →

Full English version for international patients and visitors.

เอกสารอ้างอิง

  1. Centers for Disease Control and Prevention. CDC Yellow Book 2026: Health Information for International Travel.
  2. World Health Organization. International travel and health: vaccine-preventable diseases (online, updated).
  3. Tanner MR, et al. Antiretroviral Postexposure Prophylaxis After Sexual, Injection Drug Use, or Other Nonoccupational Exposure to HIV - CDC Recommendations, 2025. MMWR Recomm Rep. 2025;74(1).
  4. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ฉบับล่าสุด.

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือกังวล ควรปรึกษาแพทย์

Dr. Kris Clinicคลินิกเวชศาสตร์ครอบครัวและสุขภาพเพศ สุราษฎร์ธานีดูแลโดย นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ · ว.48387

เวลาทำการ

  • จันทร์ปิดทำการ
  • อังคาร – ศุกร์17:00 – 20:00
  • เสาร์ – อาทิตย์10:00 – 15:00

ปรึกษาออนไลน์ได้ทั่วประเทศ

ติดต่อ