ผู้ชายหลายคนที่มาหาผมอยากได้ "ตัวช่วย" ให้ดูดีขึ้น ทั้งฮอร์โมน กล้ามเนื้อ หรือการทำหน้า ซึ่งบางเรื่องมีประโยชน์ถ้าใช้ถูกข้อบ่งชี้ แต่ทุกครั้งผมจะถามกลับว่า "คุณอยากให้คนรู้สึกอย่างไรเวลาอยู่ใกล้คุณ" เพราะเสน่ห์ที่แท้จริงมักอยู่ในคำตอบของคำถามนี้ครับ
งานวิจัยบอกอะไร
การศึกษาคลาสสิกของ David Buss (1989) ในผู้คนกว่า 10,000 คนจาก 37 วัฒนธรรม พบว่าคุณสมบัติที่ทั้งชายและหญิงให้ความสำคัญสูงในคู่ระยะยาว คือ ความใจดีและความเข้าใจผู้อื่น (Kindness) และ ความฉลาด ซึ่งมาก่อนรูปลักษณ์หรือฐานะในหลายวัฒนธรรม งานวิจัยรุ่นหลังพบรูปแบบคล้ายกัน คือรูปลักษณ์และฐานะอาจสำคัญในระดับ "ขั้นต่ำที่พอ" แต่เมื่อผ่านจุดนั้นแล้ว คุณสมบัติด้านนิสัยมีน้ำหนักมากกว่า
8 เสน่ห์ที่ทำให้คนอยากอยู่ใกล้
- ความจริงใจ พูดตรงแต่สุภาพ รู้กาลเทศะ ไม่ต้องสร้างภาพ
- ความรับผิดชอบ พูดแล้วทำ ดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้
- ความรู้สึกปลอดภัย อยู่ด้วยแล้วใจสงบ ไม่ต้องระวังตัว เคารพขอบเขตและความยินยอมเสมอ
- รอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติ สะท้อนความมั่นใจและเข้าถึงง่าย
- มั่นใจแต่ไม่หลงตัวเอง รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่ต้องเทียบกับใคร และยอมรับเมื่อผิด
- ความอ่อนโยนในความเข้มแข็ง ฟังเป็น ปลอบเป็น ร้องไห้ได้ และขอความช่วยเหลือได้
- ดูแลตัวเอง สะอาด กลิ่นตัวดี แต่งตัวพอดีกับบุคลิก
- อารมณ์ขันที่ไม่ทำร้ายใคร ตลกโดยไม่ประชด ไม่เหยียด
ตัวตนข้างใน
- ความจริงใจ
- ความรับผิดชอบ
ความรู้สึกที่มอบให้คนอื่น
- ความรู้สึกปลอดภัย
- ความอ่อนโยนในความเข้มแข็ง
ท่าทีต่อโลก
- รอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติ
- มั่นใจแต่ไม่หลงตัวเอง
การแสดงออก
- ดูแลตัวเอง
- อารมณ์ขันที่ไม่ทำร้ายใคร
งานของ Buss (1989) ใน 37 วัฒนธรรม: ความใจดีและความฉลาดถูกให้ความสำคัญสูงในคู่ระยะยาว
มั่นใจ กับ หยิ่ง ต่างกันตรงไหน
ความมั่นใจคือความมั่นคงจากข้างใน ส่วนความหยิ่งมักมาจากความไม่มั่นคงที่ซ่อนอยู่ คนมั่นใจฟังคนอื่นจนจบ ยอมรับเมื่อผิด และชมคนอื่นได้ ส่วนคนหยิ่งต้องชนะทุกเรื่อง
ความเป็นชายมีหลายแบบ
เสน่ห์ไม่ได้มีสูตรเดียว จะเป็นสาย Daddy หนุ่มน้อย สายเซอร์ หรือสายเนิร์ด ก็มีเสน่ห์ได้ถ้าเป็นตัวเองในแบบที่ดี ความเชื่อว่าผู้ชายต้องแมน ต้องแข็ง ต้องไม่แสดงความรู้สึก กลับเป็นภาระที่ทำร้ายสุขภาพใจของผู้ชายเอง เรื่องนี้ใช้กับผู้ชายทุกเพศวิถี อ่านมุมมองเพิ่มที่ เกย์รุกไม่จำเป็นต้องแมน
ดูแลตัวเองแบบที่ส่งผลจริง
ร่างกาย
- นอนให้พอ 7–9 ชั่วโมง การอดนอนเรื้อรังทำให้ผิวดูโทรม อารมณ์แย่ และฮอร์โมนเพศชายลดลง
- ออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิกและเวทเทรนนิ่ง เพื่อหัวใจ อารมณ์ และรูปร่าง อ่าน ดูแลฮอร์โมนเพศชายด้วยการนอน อาหาร และการออกกำลังกาย
- ดูแลผิวและสุขอนามัยพื้นฐาน ถ้ามีสิวเรื้อรัง อ่าน สิวจากฮอร์โมน
จิตใจ
- ความมั่นใจที่ยั่งยืนมาจากการเคารพตัวเอง ไม่ใช่จากยอดไลก์
- ถ้าเศร้า หมดไฟ หรือหงุดหงิดง่ายนานหลายสัปดาห์ อาจเป็นภาวะซึมเศร้าที่ผู้ชายมักแสดงออกต่างจากผู้หญิง อ่าน ซึมเศร้า หรือฮอร์โมนเพศชายต่ำ
สุขภาพทางเพศ
- ความมั่นใจเรื่องเพศเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นใจโดยรวม ถ้ามีปัญหาแข็งตัวหรือหลั่งเร็ว ไม่ต้องอาย เป็นเรื่องที่ดูแลได้ อ่าน สุขภาพเพศชาย เริ่มดูแลตรงไหน
- ใช้ถุงยางและตรวจโรคเป็นประจำเมื่อมีความเสี่ยง การดูแลสุขภาพของคู่ก็คือเสน่ห์อย่างหนึ่ง
ทางลัดที่เสี่ยง
- สเตียรอยด์หรือฮอร์โมนโดยไม่มีข้อบ่งชี้
- เสี่ยงอัณฑะฝ่อ เป็นหมัน
- สิว อารมณ์แปรปรวน
- เสี่ยงโรคหัวใจ
ดูแลแบบยั่งยืน
- นอน 7–9 ชั่วโมง
- ออกกำลังกายทั้งแอโรบิกและเวท
- ดูแลใจ ขอความช่วยเหลือได้
- ดูแลสุขภาพทางเพศ ตรวจโรคเมื่อเสี่ยง
ฮอร์โมน การนอน และความฟิต กับ "ออร่า" ที่คนสัมผัสได้
ท่าทางกระฉับกระเฉง สีหน้าสดชื่น และอารมณ์ที่มั่นคง ส่วนหนึ่งมาจากร่างกายที่ได้พักและได้ขยับ การนอนคืนละ 5 ชั่วโมงติดกันหนึ่งสัปดาห์ลดฮอร์โมนเพศชายในชายหนุ่มได้ ถ้าดูแลพื้นฐานดีแล้วแต่ยังอ่อนเพลีย ความต้องการทางเพศลด หรือกล้ามเนื้อลดลง อาจเป็น อาการขาดฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งต้องตรวจเลือดตอนเช้ายืนยัน ส่วน TRT เหมาะเฉพาะคนที่ขาดจริงตามที่แพทย์ประเมิน ไม่ใช่ทางลัดเพิ่มเสน่ห์
กลิ่นตัวและผิว พื้นฐานที่มักถูกมองข้าม
- อาบน้ำทุกวันและหลังออกกำลังกาย เน้นรักแร้ ขาหนีบ และเท้า ใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่น และเปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน
- ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์อ่อนโยน และ ทาครีมกันแดดทุกวัน
- น้ำหอมใช้แต่น้อย และถ้าเหงื่อออกมากหรือกลิ่นตัวเปลี่ยนชัดเจน ควรให้แพทย์ตรวจ
มุมมองหมอ: เสน่ห์ในความสัมพันธ์ระยะยาว
ช่วงแรกของความรัก แรงดึงดูดมาจากความแปลกใหม่ แต่เมื่ออยู่ด้วยกันหลายปี สิ่งที่ทำให้คู่ยังอยากเข้าใกล้คือ ความใส่ใจที่สม่ำเสมอ งานวิจัยของ Muise และคณะ (2013) พบว่าคนที่เต็มใจใส่ใจความต้องการทางเพศของคู่ รักษาความต้องการทางเพศในความสัมพันธ์ไว้ได้ดีกว่า คู่ที่ผมเห็นว่ายังมีเสน่ห์ต่อกันมักยังชมกัน และคุยเรื่องเซ็กซ์ได้โดยไม่ตำหนิ เสน่ห์จึงไม่ได้หายไปตามอายุ แต่เปลี่ยนจาก "ความตื่นเต้น" เป็น "ความรู้สึกปลอดภัยที่ยังมีชีวิตชีวา" อ่านเพิ่มที่ ความรักและความสัมพันธ์ที่ดีต่อใจ
เมื่อไหร่ควรปรึกษาแพทย์
- ไม่มั่นใจในตัวเองจนกระทบการใช้ชีวิตหรือความสัมพันธ์
- กังวลเรื่องรูปร่างหน้าตามากจนหมกมุ่น ส่องกระจกซ้ำ ๆ หรือหลีกเลี่ยงการเจอคน
- อ่อนเพลีย ความต้องการทางเพศลด กล้ามเนื้อลดลง ซึ่งอาจเกี่ยวกับฮอร์โมน
- มีปัญหาสุขภาพทางเพศที่ทำให้ไม่กล้าเริ่มความสัมพันธ์
ที่ Dr. Kris Clinic ผมดูแลผู้ชายวัยทำงานทั้งเรื่องสุขภาพทางเพศ ฮอร์โมน และความมั่นใจ แบบตรงไปตรงมาและเป็นส่วนตัว เพื่อให้คุณเป็นตัวเองในแบบที่คุณภูมิใจครับ


1
2
3











