Dr. Kris ClinicDr. Kris ClinicKnowledge
LGBTQ+ และฮอร์โมนข้ามเพศ

ตรวจเลือดก่อนเริ่มฮอร์โมนข้ามเพศ ตรวจอะไรบ้าง และติดตามเมื่อไหร่

การตรวจเลือดก่อนเริ่มฮอร์โมนช่วยให้หมอเลือกยาและขนาดที่ปลอดภัย และเป็นค่าตั้งต้นไว้เทียบเมื่อติดตามในอนาคต

ตรวจเลือดก่อนเริ่มฮอร์โมนข้ามเพศ ตรวจอะไรบ้าง และติดตามเมื่อไหร่

สรุปสั้น ๆ

  • ตรวจพื้นฐานก่อนเริ่ม เช่น ความสมบูรณ์ของเลือด ตับ ไต เกลือแร่ ไขมัน น้ำตาล และฮอร์โมนตั้งต้น
  • ถือเป็นโอกาสดีที่จะตรวจ HIV ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบ ส่วนคนที่ตั้งครรภ์ได้ควรตรวจการตั้งครรภ์ก่อนเริ่มเทสโทสเตอโรน
  • เวลาเจาะเลือดติดตามสำคัญมาก โดยเฉพาะยาฉีด ควรเจาะกึ่งกลางรอบระหว่างเข็ม เพื่ออ่านผลได้ถูกต้อง

คนไข้หลายคนถามผมว่า “ต้องเจาะเลือดด้วยเหรอหมอ เพื่อนเทคมาตั้งนานไม่เห็นตรวจอะไรเลย” คำตอบคือ ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนมีไขมันสูง ตับอักเสบ หรือความดันสูงโดยไม่รู้ตัว ถ้าเริ่มฮอร์โมนโดยไม่รู้ข้อมูลเหล่านี้ ก็เหมือนขับรถโดยไม่ดูหน้าปัด การตรวจครั้งแรกจึงเป็นทั้งการเช็กความปลอดภัย และเก็บ “ค่าตั้งต้น” ไว้เทียบในอนาคตครับ

ทำไมต้องตรวจก่อนเริ่ม

  • เพื่อหาข้อห้ามหรือข้อควรระวัง เช่น โรคตับ ไตเสื่อม ไขมันสูง เลือดข้นอยู่เดิม
  • เพื่อเลือกชนิดและรูปแบบยาที่เหมาะ เช่น คนที่มีความเสี่ยงลิ่มเลือดอาจเหมาะกับเอสตราไดออลแบบทามากกว่าแบบกิน
  • เพื่อมีค่าตั้งต้นไว้เปรียบเทียบ เวลาติดตามว่าฮอร์โมนส่งผลอย่างไร
  • เพื่อดูแลสุขภาพองค์รวม เพราะบางคนไม่ได้ตรวจสุขภาพมานาน

รายการตรวจที่แนะนำโดยทั่วไป

รายการดูอะไรใครควรตรวจ
CBC ความสมบูรณ์ของเลือดฮีโมโกลบินและฮีมาโทคริตทุกคน โดยเฉพาะผู้จะใช้เทสโทสเตอโรน
การทำงานของตับ (AST, ALT)ตับอักเสบหรือไม่ทุกคน
การทำงานของไต (Creatinine, eGFR)ไตทำงานปกติไหมทุกคน
เกลือแร่ โดยเฉพาะโพแทสเซียมความเสี่ยงโพแทสเซียมสูงผู้ที่อาจใช้ spironolactone
ไขมันในเลือดคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ทุกคน
น้ำตาล (FBS หรือ HbA1c)เบาหวานทุกคน
Total Testosterone และ Estradiolระดับฮอร์โมนตั้งต้นทุกคน
Prolactinฮอร์โมนน้ำนมบางแนวทางแนะนำในผู้ที่จะใช้ฮอร์โมนเพื่อความเป็นหญิง
HIV, ซิฟิลิส, ไวรัสตับอักเสบบีและซีการติดเชื้อที่อาจไม่มีอาการแนะนำทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์
ตรวจการตั้งครรภ์ป้องกันการได้รับเทสโทสเตอโรนขณะตั้งครรภ์ผู้ที่มีมดลูกและอาจตั้งครรภ์ได้

บางคนอาจต้องตรวจเพิ่มตามความเสี่ยง เช่น LH/FSH ในบางกรณี ตรวจมวลกระดูกถ้ามีความเสี่ยงกระดูกบาง หรือตรวจ STI แบบ PCR หลายตำแหน่ง (ดู ตรวจ STI แบบ PCR 14 เชื้อ)

แผนภาพตรวจเลือดก่อนเริ่มฮอร์โมน แบ่งเป็น 5 กลุ่ม
ค่าตั้งต้นก่อนเริ่ม

เลือดและอวัยวะ

  • CBC ฮีมาโทคริต
  • ค่าตับ AST, ALT
  • ค่าไต Creatinine, eGFR

เมตาบอลิก

  • ไขมันในเลือด
  • น้ำตาล FBS หรือ HbA1c

ฮอร์โมน

  • Total Testosterone
  • Estradiol
  • Prolactin (บางแนวทาง)

การติดเชื้อ

  • HIV ซิฟิลิส
  • ไวรัสตับอักเสบบีและซี

เฉพาะบางคน

  • โพแทสเซียม ถ้าอาจใช้ spironolactone
  • ตรวจการตั้งครรภ์ ถ้ามีมดลูก

บางคนอาจต้องตรวจเพิ่มตามความเสี่ยง เช่น มวลกระดูก หรือ STI แบบ PCR หลายตำแหน่ง

เตรียมตัวก่อนมาเจาะเลือด

  1. ถ้าตรวจน้ำตาลและไขมันพร้อมกัน แพทย์อาจแนะนำให้งดอาหาร 8–10 ชั่วโมง ดื่มน้ำเปล่าได้ (ถ้าไม่แน่ใจถามก่อน เพราะบางรายการไม่ต้องงด ดูเพิ่มใน ตรวจ HIV ต้องอดอาหารไหม)
  2. นำรายชื่อยา ฮอร์โมน หรืออาหารเสริมที่ใช้อยู่มาด้วย รวมถึงยาที่ซื้อเอง
  3. ถ้าเคยตรวจมาก่อน นำผลเก่ามาด้วย จะช่วยเปรียบเทียบได้
  4. งดออกกำลังกายหนักและแอลกอฮอล์ 1–2 วันก่อนตรวจ เพราะอาจรบกวนค่าตับและกล้ามเนื้อ

ถ้าเคยใช้ฮอร์โมนเองมาก่อน

ไม่ต้องหยุดยาก่อนมาตรวจ เว้นแต่แพทย์บอก ให้เล่าตรง ๆ ว่าใช้อะไร ขนาดเท่าไร ใช้ล่าสุดเมื่อไหร่ ข้อมูลนี้ช่วยให้อ่านผลเลือดได้ถูก และปรับสูตรให้ปลอดภัยขึ้น หมอไม่ได้อยากตำหนิ แต่อยากช่วยดูแลต่อจากจุดที่คุณอยู่ตอนนี้ครับ

ตรวจติดตามเมื่อไหร่ และเจาะช่วงไหนจึงจะแม่น

โดยทั่วไป ปีแรกจะตรวจติดตามประมาณทุก 3 เดือน จากนั้นทุก 6–12 เดือนเมื่อคงที่

เวลาเจาะเลือดมีผลต่อการอ่านค่าฮอร์โมนมาก

  • ยาฉีด เช่น เทสโทสเตอโรนเอแนนเทต หรือเอสตราไดออลวาเลอเรตแบบฉีด ควรเจาะช่วงกึ่งกลางระหว่างเข็ม ถ้าเจาะหลังฉีดไม่กี่วัน ค่าจะสูงเกินจริง ถ้าเจาะก่อนเข็มถัดไป ค่าจะต่ำ
  • ยาฉีดออกฤทธิ์ยาวอย่าง testosterone undecanoate มักเจาะก่อนเข็มถัดไป
  • ยากินหรือเจลทา ควรเจาะในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกันทุกครั้ง และไม่เจาะจากแขนข้างที่ทาเจล

เป้าหมายของผลเลือดแต่ละสูตร อ่านต่อได้ที่ ฮอร์โมนข้ามเพศหญิง (MTF) และ ฮอร์โมนข้ามเพศชาย (FTM)

แผนภาพเจาะเลือดช่วงไหน ให้อ่านค่าฮอร์โมนได้แม่น

ยาฉีดเป็นรอบ

เช่น Test E, E2 valerate

  • เจาะช่วงกึ่งกลางระหว่างเข็ม
  • หลังฉีดไม่กี่วัน ค่าสูงเกินจริง
  • ก่อนเข็มถัดไป ค่าจะต่ำ

ยาฉีดออกฤทธิ์ยาว

Testosterone undecanoate

  • มักเจาะก่อนเข็มถัดไป
  • ดูว่าระดับยังพอถึงรอบหรือไม่

ยากินหรือเจลทา

  • เจาะเวลาใกล้เคียงกันทุกครั้ง
  • ไม่เจาะจากแขนข้างที่ทาเจล

ปีแรกติดตามประมาณทุก 3 เดือน จากนั้นทุก 6–12 เดือนเมื่อคงที่

ผลแบบไหนที่ต้องคุยกับแพทย์ก่อนเริ่ม

  • ค่าตับสูงหลายเท่า หรือมีไวรัสตับอักเสบที่ยังไม่ได้ดูแล
  • ฮีมาโทคริตสูงตั้งแต่ก่อนเริ่มเทสโทสเตอโรน
  • ไขมันหรือน้ำตาลสูงมาก ความดันสูงที่ยังคุมไม่ได้
  • ไตเสื่อมหรือโพแทสเซียมสูง ในคนที่อาจใช้ spironolactone

ส่วนใหญ่ผลเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าห้ามใช้ฮอร์โมนตลอดไป แต่ต้องดูแลโรคนั้นก่อนหรือไปพร้อมกัน และเลือกยาให้เหมาะ

ตรวจได้ที่ไหน

ที่ Dr. Kris Clinic มีบริการตรวจเลือดก่อนและระหว่างใช้ฮอร์โมน พร้อมอธิบายผลและวางแผนการใช้ยากับแพทย์ ทั้งสาวทรานส์ ทรานส์แมน และนอนไบนารี ถ้าอยู่ต่างจังหวัด สามารถตรวจเลือดใกล้บ้านแล้วนำผลมาปรึกษาออนไลน์ได้ อ่านภาพรวมทั้งหมดได้ที่ ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศ (GAHT) ครับ

ทางเลือกการรักษาและราคา

ยาและบริการที่แพทย์อาจพิจารณา

ราคาต่อแพ็ก ยาทุกรายการจ่ายหลังแพทย์ประเมินแล้วเท่านั้น แพทย์จะแนะนำว่าตัวไหนเหมาะกับคุณ ดูยาและบริการทั้งหมด

ขั้นต่อไป

อยากให้หมอช่วยดูเรื่องนี้ ทำได้ใน 3 ขั้น

อ่านบทความเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เมื่อพร้อม ลองประเมินตัวเองก่อน ดูว่าการปรึกษาเป็นอย่างไร แล้วค่อยนัดเวลาที่สะดวก

แบบประเมินเป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยและไม่แทนการประเมินโดยแพทย์ ผลลัพธ์ของการดูแลแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ความซับซ้อนของปัญหา และปัจจัยอื่น ๆ

Consult Dr. Kris

เริ่มฮอร์โมนอย่างปลอดภัย

ประเมิน ตรวจเลือด และติดตามผลกับแพทย์แบบไม่ตัดสิน ตามแนวทาง WPATH SOC-8

นัดหมายออนไลน์แชท LINE @dr.krisclinicดูรายการยาและบริการ

ยาและบริการทุกรายการต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อน

คำถามที่พบบ่อย

ต้องงดอาหารก่อนตรวจไหม

ถ้าตรวจน้ำตาลและไขมันพร้อมกัน มักแนะนำให้งดอาหาร 8–10 ชั่วโมง ดื่มน้ำเปล่าได้ แต่การตรวจฮอร์โมน HIV หรือค่าตับไตส่วนใหญ่ไม่ต้องงด ถามคลินิกก่อนนัดจะชัดที่สุด

ใช้ยาฉีดอยู่ ควรเจาะเลือดวันไหน

โดยทั่วไปให้เจาะช่วงกึ่งกลางระหว่างเข็ม เช่น ฉีดทุก 2 สัปดาห์ ก็เจาะประมาณวันที่ 7 หลังฉีด เพื่อให้ค่าสะท้อนระดับเฉลี่ยจริง

ตรวจเลือดแล้วผิดปกติ แปลว่าใช้ฮอร์โมนไม่ได้ใช่ไหม

ไม่เสมอไป หลายภาวะดูแลไปพร้อมกับการใช้ฮอร์โมนได้ หรือเลือกยาและรูปแบบที่ปลอดภัยกว่า แพทย์จะอธิบายเป็นรายคน

English edition

Read this article in English

Blood Tests Before Gender-Affirming Hormones: What to Test and When →

Full English version for international patients and visitors.

เอกสารอ้างอิง

  1. Hembree WC, et al. Endocrine Treatment of Gender-Dysphoric/Gender-Incongruent Persons: An Endocrine Society Clinical Practice Guideline. J Clin Endocrinol Metab. 2017;102(11):3869–3903.
  2. Coleman E, et al. Standards of Care for the Health of Transgender and Gender Diverse People, Version 8. Int J Transgend Health. 2022;23(Suppl 1):S1–S259.
  3. Deutsch MB, ed. Guidelines for the Primary and Gender-Affirming Care of Transgender and Gender Nonbinary People, 2nd ed. UCSF Transgender Care; 2016.

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือกังวล ควรปรึกษาแพทย์

Dr. Kris Clinicคลินิกเวชศาสตร์ครอบครัวและสุขภาพเพศ สุราษฎร์ธานีดูแลโดย นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ · ว.48387

เวลาทำการ

  • จันทร์ปิดทำการ
  • อังคาร – ศุกร์17:00 – 20:00
  • เสาร์ – อาทิตย์10:00 – 15:00

ปรึกษาออนไลน์ได้ทั่วประเทศ

ติดต่อ