“หมอ แบบกิน แบบทา แบบฉีด อันไหนดีกว่ากัน” เป็นคำถามที่ผมได้ยินแทบทุกสัปดาห์ คำตอบตรง ๆ คือ ไม่มีแบบไหนเหมาะกับทุกคน มีแต่แบบที่เหมาะกับคุณที่สุด ณ ตอนนี้ บทความนี้จะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ เพื่อให้คุณคุยกับแพทย์ได้อย่างเข้าใจครับ
หลักการพื้นฐานของสูตรฮอร์โมนสาวทรานส์
สูตรฮอร์โมนเพื่อความเป็นหญิงประกอบด้วยสองส่วน คือ เอสตราไดออล (ยาหลัก) และยากดฮอร์โมนเพศชาย (ใช้ในบางคน) อ่านภาพรวมขั้นตอนก่อนได้ที่ ฮอร์โมนข้ามเพศหญิง (MTF)
เป้าหมายผลเลือดโดยทั่วไปตามแนวทาง Endocrine Society คือ เอสตราไดออลราว 100–200 pg/mL และเทสโทสเตอโรนต่ำกว่า 50 ng/dL แต่แพทย์จะดูผลทางกายและความรู้สึกของคุณประกอบด้วย ไม่ได้ดูแค่ตัวเลข
เปรียบเทียบเอสตราไดออลแต่ละรูปแบบ
| รูปแบบ | ช่วงขนาดในแนวทาง | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| กิน (estradiol valerate หรือ hemihydrate) | ราว 2–6 มก./วัน | หาง่าย ใช้สะดวก ราคาไม่สูง | ผ่านตับก่อน มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดมากกว่า ต้องกินทุกวัน |
| เจลทา | ขนาดตามผลิตภัณฑ์และผลเลือด | ไม่ผ่านตับโดยตรง เสี่ยงลิ่มเลือดน้อยกว่า | ต้องทาทุกวัน รอให้แห้ง ระวังคนใกล้ชิดหรือเด็กสัมผัสผิวที่ทา |
| แผ่นแปะ | ราว 0.025–0.2 มก./วัน (เปลี่ยนแผ่นตามชนิด) | ระดับฮอร์โมนค่อนข้างคงที่ | อาจระคายผิว หลุดเมื่อเหงื่อออก หาซื้อยากกว่าในไทย |
| ฉีดเข้ากล้าม (estradiol valerate หรือ cypionate) | ราว 2–10 มก. ทุกสัปดาห์ หรือ 5–30 มก. ทุก 2 สัปดาห์ | ไม่ต้องใช้ทุกวัน ไม่ผ่านตับโดยตรง | ระดับขึ้นสูงหลังฉีดแล้วตกก่อนเข็มถัดไป อาจมีอารมณ์แกว่งตามรอบ |
สิ่งที่ไม่ควรใช้คือ เอทินิลเอสตราไดออล (Ethinyl Estradiol) ในยาคุมกำเนิด และเอสโตรเจนสกัดจากม้า (Conjugated Equine Estrogens) เพราะเสี่ยงลิ่มเลือดสูงกว่าและวัดระดับในเลือดไม่ได้
เลือกแบบไหนดี
- เพิ่งเริ่ม อายุน้อย ไม่สูบบุหรี่ สุขภาพดี มักเริ่มจากแบบกินได้
- อายุเกิน 40–45 ปี สูบบุหรี่ มีไมเกรนแบบมีออรา เคยมีลิ่มเลือด ความดันหรือไขมันสูง แพทย์มักแนะนำแบบทาหรือแปะ
- ไม่สะดวกใช้ยาทุกวัน หรือกินยาลืมบ่อย แบบฉีดอาจเหมาะ แต่ต้องเจาะเลือดตรงรอบให้ถูก (ดู ตรวจเลือดก่อนเริ่มฮอร์โมนข้ามเพศ)
ไม่มีแบบไหนเหมาะกับทุกคน การเลือกเป็นไปตามที่แพทย์ประเมิน
ยากดฮอร์โมนเพศชายแต่ละตัว
| ยา | ช่วงขนาดในแนวทาง | จุดเด่น | ต้องระวัง |
|---|---|---|---|
| Cyproterone acetate | แนวทางปี 2017 ระบุ 25–50 มก./วัน แต่หลักฐานใหม่พบว่าราว 10 มก./วันก็กดได้ใกล้เคียง | กดฮอร์โมนชายได้แรง | เนื้องอกเยื่อหุ้มสมองเมื่อใช้ขนาดสูงสะสม (คำเตือน EMA 2020) โพรแลกตินสูง ผลต่อตับ อารมณ์ซึม |
| Spironolactone | ราว 100–300 มก./วัน | ใช้มานาน ราคาไม่สูง | โพแทสเซียมสูง ปัสสาวะบ่อย ความดันต่ำ ต้องตรวจไต |
| GnRH agonist (leuprorelin, triptorelin) | ฉีดรายเดือนหรือทุก 3 เดือน | กดจากต้นทาง ผลข้างเคียงน้อย | ราคาสูง ต้องฉีดตามรอบ |
จากคำเตือนของ EMA ในปี 2020 แนวปฏิบัติปัจจุบันจึงใช้ cyproterone acetate ในขนาดต่ำที่สุดที่ได้ผล และทบทวนความจำเป็นเป็นระยะ ไม่ใช่ใช้ 50 มก. ไปเรื่อย ๆ อย่างที่เคยแนะนำกันในอดีต
สามรูปแบบสูตรที่พบบ่อย
- เอสตราไดออล + ยากดฮอร์โมนชาย เป็นสูตรมาตรฐานสำหรับคนที่ยังมีอัณฑะ
- เอสตราไดออลอย่างเดียว ใช้ได้ในคนที่ผ่าตัดอัณฑะแล้ว หรือคนที่ใช้เอสตราไดออลแบบทาหรือฉีดแล้วเทสโทสเตอโรนลดลงเพียงพอ ช่วยหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากยากด
- เพิ่มยายับยั้ง DHT เช่น finasteride ในบางคนที่ผมบางเป็นปัญหาหลัก แต่แนวทาง SOC-8 ไม่ได้แนะนำเป็นยาประจำ เพราะหลักฐานยังจำกัด (ดู Finasteride)
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
- “กินเยอะ นมโตไว” ไม่จริง ขนาดเกินเป้าหมายไม่ได้เร่งการเปลี่ยนแปลง แต่เพิ่มความเสี่ยง
- “ยาฉีดแรงกว่าเลยดีกว่า” ระดับที่สูงเป็นช่วง ๆ ไม่ได้แปลว่าดีกว่า สิ่งสำคัญคือระดับเฉลี่ยที่เหมาะสม
- “ยาคุมกำเนิดก็คือเอสโตรเจนเหมือนกัน” ต่างกัน เอทินิลเอสตราไดออลเสี่ยงลิ่มเลือดมากกว่า
- “ใช้ยากดฮอร์โมนชายขนาดสูงไว้ก่อนจะได้เห็นผลชัด” การกดมากเกินไม่ได้เพิ่มผล แต่เพิ่มผลข้างเคียง
ความเชื่อ
- กินเยอะ นมโตไว
- ยาฉีดแรงกว่า เลยดีกว่า
- ยาคุมกำเนิดก็คือเอสโตรเจนเหมือนกัน
- ยากดฮอร์โมนชายขนาดสูงไว้ก่อน เห็นผลชัด
ความจริง
- เกินเป้าหมายไม่ได้เร่ง แต่เพิ่มความเสี่ยง
- ระดับเฉลี่ยที่เหมาะสมสำคัญกว่า
- เอทินิลเอสตราไดออลเสี่ยงลิ่มเลือดมากกว่า
- กดมากเกินไม่เพิ่มผล แต่เพิ่มผลข้างเคียง
สัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์
ขาบวมปวดข้างเดียว เจ็บหน้าอกหรือหอบเหนื่อยเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรงผิดปกติ แขนขาอ่อนแรง หรือตัวเหลืองตาเหลือง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ปรับสูตรให้เหมาะกับคุณที่ Dr. Kris Clinic
ที่ Dr. Kris Clinic ผมช่วยเลือกรูปแบบยาตามสุขภาพและไลฟ์สไตล์ ตรวจเลือดตรงรอบ และปรับขนาดให้เหมาะ รวมถึงช่วยคนที่ใช้ cyproterone ขนาดสูงมานาน ให้ค่อย ๆ ปรับเป็นสูตรที่ปลอดภัยขึ้น อยากรู้ว่าแต่ละช่วงเวลาร่างกายจะเปลี่ยนอย่างไร อ่านต่อที่ เทคฮอร์โมนแล้วเปลี่ยนเมื่อไหร่ หรือภาพรวมที่ GAHT ครับ


1
2
3









