คนไข้ที่เคยเป็นงูสวัดมักบอกผมว่า “ปวดที่สุดในชีวิต” บางคนผื่นหายไปแล้วหลายเดือนแต่ยังปวดแสบปวดร้อนจนนอนไม่หลับ นี่คือเหตุผลที่ผมแนะนำวัคซีนงูสวัดให้คนไข้วัย 50 อัพแทบทุกคน รวมถึงคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
งูสวัดคืออะไร ทำไมยิ่งอายุมากยิ่งเสี่ยง
งูสวัด (Herpes zoster หรือ Shingles) เกิดจากไวรัสตัวเดียวกับอีสุกอีใส (Varicella-zoster virus) หลังเราหายจากอีสุกอีใสตอนเด็ก ไวรัสไม่ได้หายไปไหน แต่หลบซ่อนอยู่ในปมประสาท เมื่อภูมิคุ้มกันลดลงตามอายุ ความเครียด หรือการเจ็บป่วย ไวรัสจะกลับมาเป็นผื่นตุ่มน้ำเรียงตามแนวเส้นประสาทข้างเดียวของร่างกาย พร้อมอาการปวดแสบร้อน
คนที่เคยเป็นอีสุกอีใสประมาณ 1 ใน 3 จะเป็นงูสวัดในช่วงชีวิต ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ ได้แก่
- ปวดปลายประสาทหลังงูสวัด (Postherpetic neuralgia) ปวดต่อเนื่องหลายเดือนถึงหลายปี พบบ่อยขึ้นเมื่ออายุมาก
- งูสวัดขึ้นตา อาจทำให้ตาอักเสบหรือสูญเสียการมองเห็น
- ใบหน้าอ่อนแรง หูอื้อ ถ้าเป็นที่เส้นประสาทบริเวณหู
- ความเสี่ยงหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นชั่วคราวหลังเป็นงูสวัด
Shingrix คือวัคซีนแบบไหน
Shingrix เป็นวัคซีนชนิดไม่มีเชื้อเป็น (Recombinant zoster vaccine) ทำจากโปรตีนของไวรัสร่วมกับสารเสริมฤทธิ์ จึงฉีดได้แม้ในคนที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ต่างจากวัคซีนรุ่นเก่าที่เป็นเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (Zostavax) ซึ่งป้องกันได้น้อยกว่าและหลายประเทศเลิกใช้แล้ว
ป้องกันได้แค่ไหน
| กลุ่ม | ประสิทธิภาพป้องกันงูสวัด (การศึกษา ZOE-50/ZOE-70) |
|---|---|
| อายุ 50–69 ปี | ประมาณ 97% |
| อายุ 70 ปีขึ้นไป | ประมาณ 90% |
| ปวดปลายประสาทหลังงูสวัด (อายุ 70+) | ลดลงประมาณ 89% |
การติดตามระยะยาวพบว่าประสิทธิภาพยังสูงราว 80% แม้ผ่านไปราว 10 ปีหลังฉีด ปัจจุบันยังไม่แนะนำให้ฉีดกระตุ้นซ้ำ
นอกจากนี้ มีงานวิจัยเชิงสังเกตในช่วงปี 2024–2025 ที่พบว่าคนที่ได้รับวัคซีนงูสวัดมีอัตราการวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมต่ำกว่า ซึ่งน่าสนใจ แต่ยังเป็นข้อมูลเชิงสังเกต ไม่ควรใช้เป็นเหตุผลหลักในการฉีด
ใครควรฉีด
- ผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป ทุกคน ไม่ว่าจะจำได้หรือไม่ว่าเคยเป็นอีสุกอีใส
- อายุ 18 ปีขึ้นไปที่ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือจะต่ำลง เช่น มี HIV ได้ยากดภูมิ เคมีบำบัด ปลูกถ่ายอวัยวะหรือไขกระดูก ยาชีวภาพบางชนิด ดูเพิ่มที่ ยาต้าน HIV และสูตร TLD
- เคยเป็นงูสวัดมาแล้ว ก็ควรฉีด เพราะเป็นซ้ำได้ ให้รอผื่นหายสนิทก่อน
- เคยฉีด Zostavax ฉีด Shingrix ได้ ห่างกันอย่างน้อย 8 สัปดาห์
ผู้ที่ไม่ควรฉีดหรือควรเลื่อน: เคยแพ้รุนแรงต่อวัคซีนหรือส่วนประกอบ กำลังเป็นงูสวัดอยู่ หรือมีไข้สูงเฉียบพลัน ส่วนการตั้งครรภ์ยังมีข้อมูลไม่พอ มักเลื่อนไปหลังคลอด
อายุ 50 ปีขึ้นไป
- ทุกคน
- จำไม่ได้ว่าเคยเป็นอีสุกอีใสก็ฉีดได้
18 ปีขึ้นไป ภูมิต่ำ
- มี HIV ใช้ยากดภูมิ
- เคมีบำบัด ปลูกถ่ายอวัยวะ
เคยเป็นงูสวัดแล้ว
- เป็นซ้ำได้
- รอผื่นหายสนิทก่อน
เคยฉีด Zostavax
- ฉีดได้ ห่างอย่างน้อย 8 สัปดาห์
เลื่อนไปก่อนถ้ากำลังเป็นงูสวัด มีไข้สูง หรือตั้งครรภ์
วิธีฉีด
- ฉีดเข้ากล้ามเนื้อต้นแขน 2 เข็ม ห่างกัน 2–6 เดือน
- ผู้ภูมิคุ้มกันต่ำ แพทย์อาจให้เข็มที่สองเร็วขึ้น คือห่าง 1–2 เดือน
- ถ้าเลยกำหนดเข็มสอง ไม่ต้องเริ่มใหม่ ให้ฉีดเข็มสองโดยเร็ว
- ฉีดพร้อมวัคซีนอื่นได้ เช่น ไข้หวัดใหญ่ และ นิวโมคอคคัส คนละแขน
- เข็มที่ 1ฉีดเข้ากล้ามต้นแขน
อาจปวดแขน เพลีย ไข้ต่ำ 1–3 วัน แนะนำฉีดก่อนวันหยุด
- 2–6 เดือนเข็มที่ 2
ผู้ภูมิต่ำอาจห่างเพียง 1–2 เดือน ถ้าเลยกำหนดไม่ต้องเริ่มใหม่
- ครบ 2 เข็มป้องกันงูสวัดสูง
ราว 97% ในอายุ 50–69 ปี และราว 90% ในอายุ 70+ (ZOE-50/70)
- ≈ 10 ปียังป้องกันได้ราว 80%
ปัจจุบันยังไม่แนะนำให้ฉีดกระตุ้นซ้ำ
ผลข้างเคียงที่ควรรู้
Shingrix กระตุ้นภูมิได้แรง จึงมีอาการหลังฉีดได้บ่อย แต่มักหายใน 1–3 วัน
- ปวด บวม แดงที่แขนข้างที่ฉีด พบในคนส่วนใหญ่
- เพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ หนาวสั่น ไข้ต่ำ ๆ พบได้ราวครึ่งหนึ่ง
- บางคนต้องพักงาน 1 วัน แนะนำให้ฉีดก่อนวันหยุด
- มีรายงานกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร (GBS) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมากหลังฉีด ถ้ามีขาอ่อนแรงลามขึ้น ชาปลายมือเท้าหลังฉีดภายใน 6 สัปดาห์ ให้พบแพทย์ทันที
ถ้าเป็นงูสวัดแล้ว ทำอย่างไร
พบแพทย์ให้เร็วที่สุด ยาต้านไวรัสได้ผลดีเมื่อเริ่มภายใน 72 ชั่วโมงหลังผื่นขึ้น และต้องรีบไปทันทีถ้าผื่นขึ้นที่หน้า รอบตา หรือปลายจมูก หรือผื่นกระจายทั่วตัวในคนภูมิคุ้มกันต่ำ ระหว่างมีตุ่มน้ำ ควรปิดผื่นและหลีกเลี่ยงการสัมผัสหญิงตั้งครรภ์ ทารก และคนภูมิคุ้มกันต่ำที่ยังไม่เคยเป็นอีสุกอีใส
ฉีดวัคซีนงูสวัดกับ Dr. Kris Clinic
หมอช่วยประเมินว่าคุณเหมาะกับวัคซีนหรือไม่ วางแผนเข็มสอง และจัดวัคซีนผู้ใหญ่ทั้งชุดให้สอดคล้องกัน ทั้งสำหรับตัวคุณและพ่อแม่ที่บ้าน อ่านภาพรวมการดูแลวัยนี้ได้ที่ ผู้ชายวัย Silver Age 50+


1
2
3









