คำถามที่คนไข้ถามบ่อยคือ “หมอครับ 20 มก. แรงกว่า ก็น่าจะดีกว่าใช่ไหม” คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่เสมอไป ขนาดยาที่เหมาะคือขนาดที่ต่ำที่สุดที่ได้ผลดีพอ และผลข้างเคียงยอมรับได้ ลองมาดูรายละเอียดกันครับ
ทวนสั้น ๆ: Tadalafil คืออะไร
ทาดาลาฟิล (Tadalafil) เป็นยากลุ่ม PDE5 inhibitors ช่วยให้หลอดเลือดในอวัยวะเพศคลายตัวและเลือดไหลเข้าได้ดีขึ้นเมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ ใช้รักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) และอาการปัสสาวะจากต่อมลูกหมากโต อ่านพื้นฐานครบ ๆ ได้ที่ Tadalafil (Cialis) คืออะไร
เปรียบเทียบ 10 มก. กับ 20 มก.
| หัวข้อ | 10 มก. | 20 มก. |
|---|---|---|
| บทบาท | ขนาดเริ่มต้นแบบเฉพาะกิจ | ขนาดสูงสุดแบบเฉพาะกิจ |
| ระยะเวลาออกฤทธิ์ | ได้ถึง 36 ชั่วโมง | ได้ถึง 36 ชั่วโมง |
| ความแรงของผล | ได้ผลดีในคนส่วนใหญ่ | เพิ่มผลได้อีกในคนที่ 10 มก. ยังไม่พอ |
| ผลข้างเคียง | น้อยกว่า | ปวดหัว ปวดหลัง หน้าแดง พบบ่อยขึ้น |
| เหมาะกับ | เริ่มใช้ครั้งแรก ED เล็กน้อยถึงปานกลาง ผู้สูงอายุ | ED ปานกลางถึงรุนแรง เช่น จากเบาหวาน ที่ทนยาได้ดี |
สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่า 20 มก. ออกฤทธิ์นานกว่า จริง ๆ แล้วระยะเวลาใกล้เคียงกัน ความต่างอยู่ที่ระดับยาในเลือด ซึ่งแปลว่าได้ผลแรงขึ้นในบางคน และผลข้างเคียงมากขึ้นด้วย
ในงานวิจัยหลัก ทั้งสองขนาดดีกว่ายาหลอกชัดเจน และ 20 มก. ให้คะแนนการแข็งตัวเฉลี่ยสูงกว่า 10 มก. เล็กน้อย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องใช้ขนาดสูง
10 มก.
ขนาดเริ่มต้นแบบเฉพาะกิจ
- ออกฤทธิ์ได้ถึง 36 ชั่วโมง
- ได้ผลดีในคนส่วนใหญ่
- ผลข้างเคียงน้อยกว่า
- เหมาะกับเริ่มใช้ครั้งแรก ผู้สูงอายุ
20 มก.
ขนาดสูงสุดแบบเฉพาะกิจ
- ออกฤทธิ์ได้ถึง 36 ชั่วโมงเท่ากัน
- เพิ่มผลในคนที่ 10 มก. ยังไม่พอ
- ปวดหัว ปวดหลัง หน้าแดงพบบ่อยขึ้น
- เหมาะกับ ED ปานกลางถึงรุนแรงที่ทนยาได้
20 มก. ไม่ได้ออกฤทธิ์นานกว่า ความต่างอยู่ที่ระดับยาในเลือด
แพทย์เลือกขนาดอย่างไร
- เริ่มที่ 10 มก. ในคนส่วนใหญ่ แล้วประเมินผลหลังใช้จริง 4–6 ครั้ง
- ปรับขึ้นเป็น 20 มก. ถ้าผลยังไม่พอ และไม่มีผลข้างเคียงที่น่ากังวล
- ปรับลงเป็น 5 มก. ถ้าผลข้างเคียงรบกวน หรือมีปัจจัยที่ทำให้ระดับยาสูง
- พิจารณาแบบขนาดต่ำทุกวัน ถ้ามีเพศสัมพันธ์บ่อยหรือมีต่อมลูกหมากโต ดู แบบกินทุกวันกับแบบเฉพาะกิจ
ก่อนสรุปว่ายา “ไม่ได้ผล” ควรเช็กว่าใช้ถูกวิธีหรือยัง เช่น มีการกระตุ้นทางเพศเพียงพอไหม ลองหลายครั้งหรือยัง ดื่มหนักหรือเปล่า และมีความกังวลมากไหม หลายคนได้ผลดีขึ้นเมื่อแก้จุดเหล่านี้โดยไม่ต้องเพิ่มขนาด
ทุกขั้นเป็นไปตามที่แพทย์ประเมิน
ใครต้องใช้ขนาดต่ำกว่าปกติ
- ไตทำงานลดลง ระดับปานกลางมักเริ่มที่ 5 มก. และจำกัดความถี่ ระดับรุนแรงใช้ได้ไม่เกิน 5 มก. และเว้นระยะนานขึ้น
- ตับทำงานลดลง
- ใช้ยาที่ยับยั้ง CYP3A4 แรง ๆ เช่น ketoconazole, itraconazole, clarithromycin หรือยาต้าน HIV ที่มี ritonavir/cobicistat ขนาดเฉพาะกิจไม่ควรเกิน 10 มก. ทุก 72 ชั่วโมง ถ้าคุณกินยาต้าน HIV อยู่ ดูเพิ่มที่ ยาต้าน HIV และสูตร TLD
- ใช้ยาแอลฟาบล็อกเกอร์ สำหรับต่อมลูกหมากหรือความดัน ต้องเริ่มอย่างระมัดระวัง
ตัวเลขปรับขนาดตามเอกสารกำกับยา
| ภาวะ | แบบเฉพาะกิจ | แบบทุกวัน |
|---|---|---|
| ไต CrCl 30–50 | เริ่ม 5 มก. สูงสุด 10 มก. ทุก 48 ชม. | ตามที่แพทย์ประเมิน |
| ไต CrCl ต่ำกว่า 30 หรือฟอกไต | สูงสุด 5 มก. ทุก 72 ชม. | ไม่แนะนำ |
| ตับ Child-Pugh A–B | ไม่เกิน 10 มก. วันละครั้ง | ข้อมูลน้อย ใช้อย่างระวัง |
| ตับ Child-Pugh C | ไม่แนะนำ | ไม่แนะนำ |
CrCl คือค่าการทำงานของไตที่แพทย์คำนวณจากผลเลือด
ข้อควรระวังที่ใช้กับทุกขนาด
- ไม่ใช้เกินวันละ 1 ครั้ง และไม่ใช้ร่วมกับยากลุ่ม PDE5 ตัวอื่น
- ไม่ควรผสมกับแอลกอฮอล์ปริมาณมาก
- คนที่มีโรคหัวใจควรได้รับการประเมินว่าร่างกายพร้อมสำหรับการมีเพศสัมพันธ์
- ไปโรงพยาบาลทันทีหากแข็งค้างเกิน 4 ชั่วโมง เจ็บหน้าอก ตามัวทันที หรือการได้ยินลดลงทันที
ปวดหลังและปวดกล้ามเนื้อ
เป็นผลข้างเคียงที่ค่อนข้างเฉพาะของทาดาลาฟิล มักเริ่ม 12–24 ชั่วโมงหลังกิน และหายเองภายใน 48 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง ถ้ารบกวน แพทย์อาจลดขนาดหรือเปลี่ยนยา ถ้าปวดรุนแรงหรือไม่หายใน 2 วัน ควรพบแพทย์
ทางเลือก 5 มก. ทุกวัน
สำหรับคนที่มีเพศสัมพันธ์บ่อย ไม่อยากวางแผนเวลา หรือมีอาการปัสสาวะจากต่อมลูกหมากโตร่วม แพทย์อาจพิจารณาทาดาลาฟิลขนาดต่ำทุกวัน (2.5–5 มก.) ระดับยาจะคงที่หลังกินต่อเนื่องราว 5 วัน ไม่เหมาะกับคนที่ไตทำงานลดลงรุนแรง อ่านเปรียบเทียบที่ แบบกินทุกวันกับแบบเฉพาะกิจ
เลือก 10 หรือ 20 มก. จากสถานการณ์จริง
ตัวอย่างทั่วไป ขนาดจริงต้องให้แพทย์ประเมิน
- ชายวัย 30 กว่า สุขภาพดี กังวลเป็นหลัก มักเริ่ม 10 มก. และหลายคนพอ
- ชายวัย 50 กว่าเป็นเบาหวาน ED ปานกลาง อาจต้องปรับเป็น 20 มก.
- ใช้ 20 มก. แล้วปวดหลังทุกครั้ง อาจลดเป็น 10 มก. หรือเปลี่ยนยา
- กินยาต้าน HIV ที่มี ritonavir หรือไตทำงานลดลง ใช้ขนาดต่ำตามตาราง
สรุปจากหมอ
ขนาดยาไม่ใช่การแข่งขันว่าใครแรงกว่า 10 มก. เพียงพอสำหรับคนจำนวนมาก ส่วน 20 มก. เป็นทางเลือกเมื่อจำเป็น สิ่งที่ช่วยให้ยาได้ผลดีขึ้นมากคือการรักษาต้นเหตุควบคู่ไปด้วย เช่น คุมน้ำตาล ความดัน น้ำหนัก และความเครียด อ่านสาเหตุได้ที่ สาเหตุที่น้องชายไม่แข็งตัว
ปรึกษาเรื่องขนาดยาที่ Dr. Kris Clinic
เราประเมินประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และเป้าหมายของคุณ ก่อนแนะนำขนาดและรูปแบบยาที่เหมาะสม พร้อมติดตามผลและปรับแผน ทั้งที่คลินิกในสุราษฎร์ธานีและออนไลน์


1
2
3









