ซิลเดนาฟิล (Sildenafil) หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ Viagra เป็นยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) ที่ใช้กันมาตั้งแต่ปี 1998 ในไทยมียาสามัญหลายยี่ห้อที่มีตัวยาเดียวกัน คำถามที่เจอบ่อยคือ “ควรเริ่มที่ 50 หรือ 100” มาดูกันครับ
ซิลเดนาฟิลทำงานอย่างไร
ซิลเดนาฟิลเป็นยากลุ่ม PDE5 inhibitors ช่วยให้หลอดเลือดในอวัยวะเพศคลายตัวและเลือดไหลเข้าได้ดีขึ้น เมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ ยาไม่ได้เพิ่มความต้องการ และไม่ทำให้แข็งเองโดยไม่มีอารมณ์ร่วม
ยาเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 30–60 นาที ค่าครึ่งชีวิตประมาณ 3–5 ชั่วโมง ช่วงที่ได้ผลดีจึงอยู่ราว 4–5 ชั่วโมงหลังกิน สั้นกว่าทาดาลาฟิล เปรียบเทียบได้ที่ Tadalafil กับ Sildenafil และยากลุ่ม PDE5 inhibitors
50 มก. กับ 100 มก. ต่างกันอย่างไร
| หัวข้อ | 50 มก. | 100 มก. |
|---|---|---|
| บทบาท | ขนาดเริ่มต้นที่แนะนำในคนส่วนใหญ่ | ขนาดสูงสุดต่อวัน |
| ผลต่อการแข็งตัว | ได้ผลดีในคนจำนวนมาก | เพิ่มผลได้ในคนที่ 50 มก. ยังไม่พอ |
| ผลข้างเคียง | น้อยกว่า | ปวดหัว หน้าแดง คัดจมูก ตาพร่าสีฟ้า พบบ่อยขึ้น |
| เหมาะกับ | เริ่มใช้ครั้งแรก | ED ปานกลางถึงรุนแรงที่ทนยาได้ดี |
แนวทางทั่วไปคือ เริ่มที่ 50 มก. ใช้จริงหลายครั้ง แล้วประเมินผล ถ้ายังไม่พอและไม่มีผลข้างเคียงที่น่ากังวล แพทย์อาจปรับเป็น 100 มก. ถ้ามีผลข้างเคียงรบกวน อาจลดเป็น 25 มก.
แพทย์ปรับขนาดหลังประเมินผลจากการใช้จริง ไม่ใช้เกินวันละ 1 ครั้ง
ใครควรเริ่มที่ขนาดต่ำ (25 มก.)
- อายุ 65 ปีขึ้นไป
- ตับทำงานผิดปกติ หรือไตทำงานลดลงมาก
- ใช้ยาที่ยับยั้งเอนไซม์ CYP3A4 เช่น ยาต้านเชื้อราบางตัว erythromycin หรือยาต้าน HIV ที่มี ritonavir (กรณีหลังต้องจำกัดทั้งขนาดและความถี่ตามแพทย์สั่ง)
- ใช้ยาแอลฟาบล็อกเกอร์ สำหรับต่อมลูกหมากหรือความดัน
ยาที่ต้องระวังเมื่อใช้ร่วมกัน
| ยา | สิ่งที่ควรรู้ |
|---|---|
| ไนเตรตทุกรูปแบบ, Poppers, riociguat | ห้ามใช้ร่วมเด็ดขาด ความดันอาจตกรุนแรง |
| แอลฟาบล็อกเกอร์ เช่น doxazosin | ต้องใช้ยาเดิมจนคงที่ก่อน แพทย์มักเริ่ม 25 มก. |
| ยาต้าน HIV ที่มี ritonavir | ระดับยาสูงขึ้นมาก ฉลากยาสหรัฐฯ กำหนดไม่เกิน 25 มก. ใน 48 ชั่วโมง |
| ยายับยั้ง CYP3A4 อื่น เช่น ketoconazole, itraconazole, clarithromycin | แพทย์มักเริ่มขนาดต่ำ |
ควรบอกแพทย์ทุกยาที่ใช้ รวมถึงอาหารเสริม เพราะผลิตภัณฑ์ "เสริมสมรรถภาพ" บางชนิดลักลอบผสมยากลุ่มนี้
กินอย่างไรให้ได้ผล
- กินประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนกิจกรรม ใช้ได้ในช่วง 30 นาทีถึง 4 ชั่วโมง
- ท้องว่างหรืออาหารเบา ๆ อาหารมันจัดทำให้ยาดูดซึมช้าลงและออกฤทธิ์ช้ากว่าที่ตั้งใจ
- เลี่ยงแอลกอฮอล์ปริมาณมาก ทั้งทำให้แข็งยากและเพิ่มโอกาสหน้ามืด
- ต้องมีอารมณ์ร่วม กินแล้วนั่งรอเฉย ๆ ไม่ได้ผล ต้องมีการกระตุ้นและความผ่อนคลาย
- ลองหลายครั้งก่อนสรุป ครั้งแรก ๆ ความตื่นเต้นอาจทำให้ผลไม่เต็มที่ แนวทางแนะนำให้ประเมินหลังใช้ถูกวิธีอย่างน้อย 4–6 ครั้ง
- ไม่ใช้เกินวันละ 1 ครั้ง และไม่ใช้ร่วมกับยากลุ่ม PDE5 ตัวอื่น
ถ้าความกังวลเป็นปัจจัยหลัก การฝึกผ่อนคลายช่วยให้ยาได้ผลดีขึ้น อ่าน ความเครียด การผ่อนคลาย และการแข็งตัว
- 1กินก่อนราว 1 ชม.ใช้ได้ในช่วง 30 นาทีถึง 4 ชั่วโมง
- 2ท้องว่าง/อาหารเบาอาหารมันจัดทำให้ยาออกฤทธิ์ช้าลง
- 3เลี่ยงแอลกอฮอล์มากทั้งทำให้แข็งยากและเพิ่มโอกาสหน้ามืด
- 4มีอารมณ์ร่วมต้องมีการกระตุ้นและความผ่อนคลาย
- 5ลองหลายครั้งประเมินหลังใช้ถูกวิธีอย่างน้อย 4–6 ครั้ง
ห้ามใช้ร่วมกับยาไนเตรตหรือ Poppers
อาหารมื้อหนักทำให้ออกฤทธิ์ช้าแค่ไหน
ตามเอกสารกำกับยา อาหารไขมันสูงทำให้ยาถึงระดับสูงสุดช้าลงราว 1 ชั่วโมง และระดับสูงสุดลดลงราว 29% ถ้าจะกินหลังอาหาร ควรเป็นมื้อเบา
ถ้ายังไม่ได้ผล เช็กอะไรก่อนเพิ่มขนาด
- ลองอย่างถูกวิธีพอหรือยัง แนวทางส่วนใหญ่แนะนำอย่างน้อย 4–6 ครั้ง ผมมักให้ลองราว 6–8 ครั้งก่อนสรุป
- มีการกระตุ้นทางเพศจริงหรือเปล่า
- จังหวะเวลา รอให้ยาออกฤทธิ์ และไม่ทิ้งนานเกินช่วงที่ยาได้ผล
- ยามาจากแหล่งที่เชื่อถือได้หรือไม่
ถ้าครบแล้วยังไม่พอ แพทย์จะพิจารณาปรับเป็น 100 มก. เปลี่ยนยา หรือหาสาเหตุร่วม เช่น เบาหวานหรือฮอร์โมนต่ำ
ผลข้างเคียงที่พบได้
- ปวดศีรษะ หน้าแดง คัดจมูก
- อาหารไม่ย่อย
- เห็นแสงสีฟ้าหรือมองสีเพี้ยน ไวต่อแสงชั่วคราว พบในขนาดสูงมากขึ้น
- เวียนศีรษะ
ข้อห้ามสำคัญและอาการฉุกเฉิน
ไปโรงพยาบาลทันทีหาก
- แข็งค้างเกิน 4 ชั่วโมง
- เจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่นรุนแรง หน้ามืดเป็นลม
- ตามัวหรือมองไม่เห็นทันที หรือการได้ยินลดลงทันที
อ่านเรื่องอันตรายของ Poppers ได้ที่ Poppers คืออะไร
เทียบสั้น ๆ กับทาดาลาฟิล
| หัวข้อ | ซิลเดนาฟิล | ทาดาลาฟิล |
|---|---|---|
| ช่วงที่ได้ผล | ราว 4–5 ชั่วโมง | ได้ถึง 36 ชั่วโมง |
| อาหารมัน | ทำให้ช้าลง | แทบไม่มีผล |
| ผลข้างเคียงเด่น | ตาพร่าสีฟ้า หน้าแดง | ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ |
| แบบกินทุกวัน | ไม่มี | มีขนาดต่ำ |
ประสิทธิภาพโดยรวมใกล้เคียงกัน การเลือกขึ้นกับรูปแบบชีวิตและผลข้างเคียง
ยาไม่ใช่คำตอบเดียว
ซิลเดนาฟิลช่วยได้ดี แต่ถ้า ED มาจากเบาหวาน ความดัน ไขมัน หรือฮอร์โมนต่ำ การรักษาต้นเหตุสำคัญไม่แพ้กัน อ่าน สาเหตุที่น้องชายไม่แข็งตัว และถ้าสงสัยเรื่องฮอร์โมน ดู อาการขาดฮอร์โมนเพศชาย
ปรึกษาแพทย์ที่ Dr. Kris Clinic
เราประเมินประวัติสุขภาพ โรคหัวใจ ยาที่ใช้อยู่ และสาเหตุของ ED ก่อนแนะนำขนาดยาที่เหมาะ พร้อมติดตามผลและปรับแผน ทั้งที่คลินิกในสุราษฎร์ธานีและปรึกษาออนไลน์ ไม่ควรซื้อยากินเองจากช่องทางที่ตรวจสอบไม่ได้ เพราะเสี่ยงยาปลอมและการใช้ร่วมกับยาที่อันตราย


1
2
3









