ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมถูกถามเรื่อง PRP สำหรับน้องชายบ่อยมาก บางคนเห็นโฆษณาว่า “ฟื้นฟูแบบธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งยาตลอดชีวิต” ผมเข้าใจความหวังนี้ดี แต่ในฐานะหมอ ผมอยากเล่าหลักฐานให้ตรงไปตรงมา เพื่อให้คุณตัดสินใจได้เองอย่างมีข้อมูล
PRP คืออะไร
PRP (Platelet-Rich Plasma) คือพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นกว่าเลือดปกติ ได้จากการเจาะเลือดของตัวเองแล้วนำไปปั่นแยก เกล็ดเลือดมีโปรตีนที่เรียกว่าปัจจัยการเจริญเติบโต (Growth factors) ซึ่งในห้องทดลองช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและการสร้างหลอดเลือดใหม่
สำหรับ ED แนวคิดคือฉีด PRP เข้าเนื้อเยื่ออวัยวะเพศ เพื่อหวังให้หลอดเลือดและเส้นประสาทฟื้นตัว PRP ใช้กันมานานในงานกระดูกและข้อ งานผิวหนัง และผมร่วง แต่การใช้กับอวัยวะเพศยังค่อนข้างใหม่
หลักฐานล่าสุดว่าอย่างไร
งานวิจัยแบบมีกลุ่มควบคุมด้วยยาหลอก
- Poulios และคณะ (J Sex Med, 2021) ศึกษาผู้ชาย 60 คนที่มี ED เล็กน้อยถึงปานกลาง พบว่ากลุ่ม PRP มีสัดส่วนคนที่ดีขึ้นอย่างมีความหมายทางคลินิกมากกว่ากลุ่มยาหลอกที่ 6 เดือน
- Masterson และคณะ (J Urol, 2023) ศึกษาผู้ชาย 61 คน ฉีด PRP 2 ครั้งห่างกัน 1 เดือน เทียบกับยาหลอก พบว่า ไม่ต่างจากยาหลอก ทั้งคะแนนการแข็งตัวและการไหลเวียนเลือดที่ตรวจด้วยอัลตราซาวด์
- งานวิจัยเพิ่มเติมในปี 2024 ที่เทียบ PRP กับน้ำเกลือก็ไม่พบความต่างของคะแนน IIEF-5 อย่างชัดเจน
การวิเคราะห์รวมงานวิจัย (Meta-analysis) ในช่วงปี 2024–2025 บางชิ้นพบว่าอาจมีประโยชน์เล็กน้อย โดยเฉพาะใน ED ระดับเล็กน้อยจากหลอดเลือด แต่ผู้วิจัยเองระบุว่างานวิจัยมีขนาดเล็ก วิธีเตรียม PRP ต่างกันมาก และติดตามผลไม่นาน
องค์กรวิชาชีพว่าอย่างไร
- ISSM มองว่า PRP ดูปลอดภัยเมื่อทำโดยผู้มีคุณวุฒิ แต่หลักฐานด้านประสิทธิภาพยังขัดแย้งกัน และต้องการงานวิจัยเพิ่ม
- SMSNA มีจุดยืนว่าการรักษาแนวฟื้นฟู (PRP เซลล์ต้นกำเนิด และคลื่นกระแทก) ควรใช้ในบริบทงานวิจัยเป็นหลัก
- AUA และ EAU ยังไม่แนะนำ PRP เป็นการรักษา ED มาตรฐาน
สรุปง่าย ๆ คือ PRP ยังไม่ใช่การรักษาที่พิสูจน์แล้ว อาจช่วยบางคน แต่ยังบอกไม่ได้ว่าใครจะได้ผล และผลอยู่นานแค่ไหน
ข้อความโฆษณาที่ควรระวัง
| คำโฆษณา | ข้อเท็จจริง |
|---|---|
| ฟื้นฟูหลอดเลือดถาวร | ยังไม่มีหลักฐานระยะยาวยืนยัน |
| ไม่ต้องใช้ยาอีกต่อไป | งานวิจัยไม่ได้แสดงผลนี้อย่างสม่ำเสมอ |
| ใช้เลือดตัวเอง ไม่มีความเสี่ยงเลย | ความเสี่ยงต่ำ แต่ไม่ใช่ศูนย์ |
| เพิ่มขนาดอวัยวะเพศ | ไม่มีหลักฐานรองรับ |
คำโฆษณา
- ฟื้นฟูหลอดเลือดถาวร
- ไม่ต้องใช้ยาอีกต่อไป
- ใช้เลือดตัวเอง ไม่มีความเสี่ยงเลย
- เพิ่มขนาดอวัยวะเพศ
ข้อเท็จจริง
- ยังไม่มีหลักฐานระยะยาวยืนยัน
- งานวิจัยไม่ได้แสดงผลนี้อย่างสม่ำเสมอ
- ความเสี่ยงต่ำ แต่ไม่ใช่ศูนย์
- ไม่มีหลักฐานรองรับ
AUA และ EAU ยังไม่แนะนำ PRP เป็นการรักษา ED มาตรฐาน
ความเสี่ยงและผลข้างเคียง
- เจ็บ ช้ำ บวมบริเวณที่ฉีด
- ติดเชื้อ หากเทคนิคปลอดเชื้อไม่ดี
- เลือดออกหรือก้อนเลือด
- ยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยระยะยาวมากพอ
ข้อมูลจากงานวิจัยที่มีกลุ่มควบคุมพบผลข้างเคียงรุนแรงน้อยมาก แต่ทุกการฉีดเข้าอวัยวะเพศควรทำโดยแพทย์ในสถานที่ที่ได้มาตรฐาน
ใครอาจพิจารณา และควรเริ่มจากอะไร
ก่อนคิดถึง PRP ควรผ่านขั้นตอนเหล่านี้ก่อน
- หาสาเหตุ ED ให้ชัด ทั้งหลอดเลือด ฮอร์โมน ยา และจิตใจ ดู สาเหตุที่น้องชายไม่แข็งตัว
- คุมโรคร่วมและปรับวิถีชีวิต ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนกว่า
- ลองการรักษาหลักที่มีหลักฐานดี เช่น ยากลุ่ม PDE5 inhibitors ดู Tadalafil กับ Sildenafil
- ดูแลเรื่องความกังวลและความสัมพันธ์ เช่น Sensate Focus
หลังจากนั้น หากยังสนใจ PRP คนที่อาจเข้าข่ายในงานวิจัยคือผู้ที่มี ED เล็กน้อยถึงปานกลางจากหลอดเลือด ที่เข้าใจว่าผลยังไม่แน่นอน และยอมรับค่าใช้จ่ายได้ ส่วนคนที่มี ED รุนแรงหรือจากเส้นประสาท โอกาสได้ประโยชน์ยิ่งน้อย
- 1หาสาเหตุให้ชัดหลอดเลือด ฮอร์โมน ยา และจิตใจ
- 2คุมโรคร่วมปรับวิถีชีวิต ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนกว่า
- 3การรักษาหลักเช่น ยากลุ่ม PDE5 inhibitors ตามที่แพทย์ประเมิน
- 4ดูแลใจและคู่ความกังวลและความสัมพันธ์ เช่น Sensate Focus
- 5ค่อยพิจารณา PRPเข้าใจว่าผลยังไม่แน่นอน วัดผลก่อน-หลังให้ชัด
คำถามที่ควรถามก่อนตัดสินใจ
- เตรียม PRP ด้วยวิธีไหน ฉีดกี่ครั้ง ห่างกันเท่าไร
- จะวัดผลอย่างไร เช่น ใช้ แบบประเมิน IIEF-5 ก่อนและหลัง
- ถ้าไม่ดีขึ้น แผนต่อไปคืออะไร
- มีความเสี่ยงอะไรบ้าง และติดต่อใครได้ถ้ามีปัญหา
ปรึกษาที่ Dr. Kris Clinic
เราให้คำปรึกษาเรื่อง PRP อย่างตรงไปตรงมา โดยเริ่มจากการหาสาเหตุ ED และดูแลด้วยวิธีที่มีหลักฐานชัดก่อน หากคุณและแพทย์ตัดสินใจร่วมกันว่าจะลอง PRP เราจะอธิบายข้อจำกัดของหลักฐาน ความเสี่ยง และวิธีวัดผลให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น อ่านภาพรวมการรักษาได้ที่ ED อวัยวะเพศไม่แข็งตัว


1
2
3









