ซิฟิลิสคืออะไร
ซิฟิลิสเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Treponema pallidum ข่าวดีคือซิฟิลิสรักษาหายได้ แต่ยาที่ใช้และระยะเวลาการรักษาขึ้นกับระยะของโรคและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การฉีดยาครั้งเดียวแบบเดียวกันสำหรับทุกคน[1]
ซิฟิลิสได้รับฉายาว่า “โรคเลียนแบบ” เพราะอาการหลากหลายและมักหายไปเองชั่วคราว ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าหายแล้ว ทั้งที่เชื้อยังอยู่
ทำไมไม่ควรปล่อยไว้
แม้รักษาได้ แต่ถ้าไม่รักษา ซิฟิลิสอาจลุกลามไปที่ระบบประสาท ตา หู หรือหัวใจ และในหญิงตั้งครรภ์ เชื้อสามารถผ่านรกไปยังทารก ทำให้แท้ง ทารกเสียชีวิต หรือเกิดซิฟิลิสแต่กำเนิด[1] การตรวจพบและรักษาแต่เนิ่น ๆ จึงสำคัญมาก
พบบ่อยแค่ไหน
องค์การอนามัยโลกประมาณว่าในปี 2022 มีผู้ติดเชื้อซิฟิลิสรายใหม่ประมาณแปดล้านรายทั่วโลกในกลุ่มอายุ 15–49 ปี[4] ตัวเลขนี้เป็นจำนวนการติดเชื้อใหม่ทั่วโลก ไม่ใช่ความชุกในประเทศไทย แต่สะท้อนว่าซิฟิลิสยังพบบ่อยและในหลายประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ระยะของซิฟิลิส
เชื้อติดต่อผ่านการสัมผัสแผลหรือผื่นที่มีเชื้อระหว่างมีเพศสัมพันธ์ และผ่านรกจากแม่สู่ลูก อาการอาจหายไปเองทั้งที่ยังติดเชื้ออยู่[1],[2] ระยะของโรคแบ่งได้ดังนี้
- ระยะแรก มีแผลที่มักไม่เจ็บ ขอบแข็ง บริเวณที่สัมผัสเชื้อ เช่น อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือปาก แผลหายเองภายในไม่กี่สัปดาห์
- ระยะที่สอง มีผื่นตามตัว มักพบที่ฝ่ามือฝ่าเท้า อาจมีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต หรือผมร่วงเป็นหย่อม
- ระยะแฝง ไม่มีอาการ ตรวจพบจากเลือดเท่านั้น แบ่งเป็นระยะแฝงช่วงต้นและช่วงหลัง
- ระยะท้าย ส่งผลต่อระบบประสาท หัวใจ หรืออวัยวะอื่น ซึ่งพบน้อยในปัจจุบัน
ซิฟิลิสที่ระบบประสาท ตา และหู เกิดได้ในทุกระยะ
อ่านผลเลือดซิฟิลิสอย่างไร
การตรวจซิฟิลิสใช้การตรวจเลือดสองชนิดร่วมกัน[1],[2]
- การตรวจ treponemal เช่น TPHA หรือ TP antibody บอกว่าเคยติดเชื้อหรือไม่ ผลมักเป็นบวกตลอดชีวิตแม้รักษาหายแล้ว
- การตรวจ non-treponemal เช่น RPR หรือ VDRL บอกความรุนแรงของการติดเชื้อในขณะนั้น และใช้ติดตามผลการรักษา
ผลบวกของการตรวจหนึ่งชนิดไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นการติดเชื้อใหม่ แพทย์ต้องแปลผลร่วมกับประวัติการรักษาเดิมและระยะของโรค[1],[2]
การรักษาและการติดตามผล
เพนิซิลลินเป็นยาหลัก ชนิดและระยะเวลาของยาเลือกตามระยะโรค สำหรับซิฟิลิสระยะแรก ระยะที่สอง และระยะแฝงช่วงต้น แนวทางของ CDC ใช้ benzathine penicillin G ฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งเดียว ส่วนระยะแฝงช่วงหลังหรือไม่ทราบระยะ ฉีดสัปดาห์ละครั้งรวมสามครั้ง และซิฟิลิสที่ระบบประสาทหรือตาต้องให้ยาทางหลอดเลือดดำ[1],[2]
สิ่งที่ต้องแจ้งแพทย์ ได้แก่ การตั้งครรภ์ และประวัติแพ้ยาเพนิซิลลิน เพราะอาจต้องปรับแผนการรักษา[1]
ติดตามผลเลือด ตรวจ RPR หรือ VDRL ซ้ำเป็นระยะ เพื่อดูว่าค่าลดลงตามที่คาด การไม่มาตรวจติดตามทำให้ไม่รู้ว่าการรักษาได้ผลหรือไม่[1]
ดูแลคู่ คู่ควรได้รับการประเมินและรักษา และสามารถติดเชื้อซ้ำได้ ผลตรวจที่ทำเร็วเกินไปหลังเสี่ยงอาจยังเป็นลบและต้องตรวจซ้ำ[1]
ที่ Dr. Kris Clinic เราดูแลอย่างไร
เราตรวจซิฟิลิสอย่างเป็นความลับ อธิบายผลเลือดทั้งสองชนิดให้เข้าใจว่าหมายถึงอะไร และประเมินระยะของโรคก่อนวางแผนการรักษา หากต้องรักษา เราวางแผนการฉีดยาและนัดตรวจเลือดติดตามให้ครบ
เราช่วยวางแผนการแจ้งคู่อย่างเหมาะสม และแนะนำการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น รวมถึง HIV ซึ่งมักพบร่วมกัน หากมีอาการทางตาหรือระบบประสาท เราช่วยส่งต่อเพื่อรักษาเฉพาะทางโดยเร็ว
คำถามที่พบบ่อย
แผลหายเองแล้ว แปลว่าหายจากซิฟิลิสใช่ไหม
ไม่ใช่ แผลระยะแรกหายเองได้ แต่เชื้อยังอยู่และลุกลามต่อ ต้องตรวจเลือดและรักษา
รักษาแล้ว ทำไมผลเลือดยังเป็นบวก
การตรวจ treponemal มักเป็นบวกตลอดชีวิต แพทย์ติดตามผลการรักษาด้วยค่า RPR หรือ VDRL ที่ลดลง
เป็นซิฟิลิสซ้ำได้ไหม
ได้ การรักษาไม่ได้ทำให้มีภูมิคุ้มกันถาวร คู่จึงควรได้รับการตรวจและรักษาด้วย
แพ้เพนิซิลลินทำอย่างไร
แจ้งแพทย์ แพทย์จะพิจารณายาทางเลือกหรือแนวทางที่เหมาะสมตามระยะของโรค โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์
รักษาซิฟิลิสตามระยะของโรค ติดตามผลเลือดว่าการรักษาได้ผล และดูแลคู่ไปพร้อมกัน[1] อาการทางตา หูหรือระบบประสาทต้องได้รับการประเมินโดยเร็ว
ปรึกษาแพทย์เรื่องนี้
ดูแลแบบส่วนตัว เป็นความลับ ที่สุราษฎร์ธานี · อังคาร–ศุกร์ 17:00–20:00 · เสาร์–อาทิตย์ 10:00–15:00
นัดหมายออนไลน์ แชท LINE @dr.krisclinicการนัดหมายสมบูรณ์เมื่อได้รับการยืนยันจากระบบหรือคลินิก
เอกสารอ้างอิง
- CDC STI Guidelines: Syphilis
- CDC STI Guidelines: Latent Syphilis
- CDC STI Guidelines: Screening Recommendations
- WHO: Sexually transmitted infections; estimates for 2020/2022
อ่านต่อ
คู่มือหลัก: HIV & STI Prevention
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช่การรับรองผลการรักษา การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ ข้อมูลอ้างอิงเป็นไปตามแหล่งที่ระบุ ณ วันที่อัปเดต





