เริมคืออะไร
เริมที่อวัยวะเพศเกิดจากเชื้อไวรัสเริม (herpes simplex virus หรือ HSV) ชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 1 ซึ่งเดิมพบบ่อยที่ปาก ทำให้เกิดตุ่มน้ำใสเป็นกลุ่มที่แตกเป็นแผลตื้นและเจ็บ บริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือต้นขา[1]
ข่าวดีคือเริมควบคุมอาการได้ และลดความถี่ของการกำเริบได้ แม้ยาต้านไวรัสจะไม่ได้กำจัดเชื้อที่แฝงอยู่ในร่างกายให้หมดไป[1] ผู้ที่เป็นเริมส่วนใหญ่ใช้ชีวิตและมีความสัมพันธ์ได้ตามปกติ
ข้อมูลที่ถูกต้องช่วยได้มาก
การได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเริมมักทำให้รู้สึกตกใจ อับอาย หรือกังวลเรื่องความสัมพันธ์ ข้อมูลที่ถูกต้องช่วยให้ดูแลอาการได้ดี ป้องกันการแพร่เชื้อ และหลีกเลี่ยงการด่วนสรุปเรื่องความไม่ซื่อสัตย์[1]
ความจริงที่สำคัญคือ เชื้อเริมแฝงอยู่ได้นานหลายปีโดยไม่มีอาการ การมีอาการครั้งแรกในความสัมพันธ์ปัจจุบันจึงไม่ได้แปลว่าคู่ไม่ซื่อสัตย์
พบบ่อยแค่ไหน
องค์การอนามัยโลกประมาณว่าในปี 2020 มีผู้ติดเชื้อ HSV-2 ประมาณ 520 ล้านคน หรือราว 13% ของประชากรอายุ 15–49 ปีทั่วโลก[4] คนจำนวนมากที่ติดเชื้อไม่เคยมีแผลที่สังเกตได้ และไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อ
ทำไมเริมจึงกลับมาเป็นซ้ำ
หลังติดเชื้อครั้งแรก ไวรัสเริมจะไปแฝงตัวอยู่ในปมประสาทใกล้ไขสันหลัง และอาจกลับมาทำงานเป็นครั้งคราว ทำให้เกิดแผลซ้ำ หรือปล่อยเชื้อออกมาทางผิวหนังโดยไม่มีแผลที่มองเห็น (asymptomatic shedding)[1],[2]
การกำเริบมักเบาลงและห่างขึ้นตามเวลา ปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อย ได้แก่ ความเครียด การพักผ่อนไม่พอ การเจ็บป่วย และการเสียดสี หลายคนมีอาการเตือนก่อนเกิดแผล เช่น คัน แสบ หรือเสียวบริเวณที่จะเป็น
ตรวจอย่างไรให้ถูกต้อง
วิธีที่ดีที่สุดคือการป้ายเชื้อจากแผลที่ยังใหม่ แล้วตรวจด้วยวิธี PCR หรือ NAAT ซึ่งบอกได้ทั้งว่าเป็นเริมหรือไม่ และเป็นชนิดที่ 1 หรือ 2[1],[2] ชนิดของเชื้อช่วยคาดการณ์ความถี่ของการกำเริบได้
การตรวจเลือดหาแอนติบอดีไม่แนะนำเป็นการตรวจคัดกรองทั่วไปในคนที่ไม่มีอาการ และไม่สามารถบอกได้ว่าติดเชื้อมาเมื่อไร[1],[2]
ทางเลือกการรักษา
ยาต้านไวรัส เช่น acyclovir หรือ valacyclovir ใช้ได้สองแบบ เลือกตามอาการ ความถี่ของการกำเริบ และความต้องการของแต่ละคน[1],[2]
- รักษาเป็นครั้งคราว (episodic) กินยาเมื่อเริ่มมีอาการเตือนหรือแผล ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและอาการเบาลง ได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มเร็ว
- กินกดไวรัสทุกวัน (suppressive) เหมาะกับผู้ที่กำเริบบ่อยหรือกังวลเรื่องการแพร่เชื้อให้คู่ ช่วยลดความถี่ของการกำเริบและลดโอกาสแพร่เชื้อ
การลดการแพร่เชื้อ เชื้อแพร่ได้แม้ไม่มีแผลที่มองเห็น ควรงดการสัมผัสบริเวณที่เป็นขณะมีแผลหรือมีอาการเตือน ถุงยางอนามัยช่วยลดความเสี่ยงได้แต่ไม่ทั้งหมด เพราะไม่ได้คลุมผิวหนังทุกส่วน[1]
ที่ Dr. Kris Clinic เราดูแลอย่างไร
หากมีแผลหรือตุ่มที่อวัยวะเพศ มาพบเราในช่วงที่แผลยังใหม่ เพื่อตรวจเชื้อจากแผลให้ได้ผลแม่นยำ เราอธิบายผลอย่างเข้าใจและไม่ตัดสิน และวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณ ทั้งแบบเป็นครั้งคราวหรือกดไวรัส
เราช่วยคุยเรื่องการบอกคู่และการลดการแพร่เชื้ออย่างเป็นธรรมชาติ และตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นที่ควรตรวจร่วม หากความกังวลกระทบความสัมพันธ์ สามารถใช้บริการปรึกษาคู่ที่ Kris Care Space ได้
คำถามที่พบบ่อย
เป็นเริมแล้วหายขาดไหม
ยาไม่ได้กำจัดเชื้อที่แฝงอยู่ แต่ควบคุมอาการได้ดี และการกำเริบมักลดลงตามเวลา
เพิ่งมีอาการครั้งแรก แปลว่าแฟนนอกใจใช่ไหม
ไม่จำเป็น เชื้อเริมแฝงอยู่ได้นานหลายปีโดยไม่มีอาการ อาการครั้งแรกอาจมาจากการติดเชื้อนานมาแล้ว
มีแผลอยู่ มีเพศสัมพันธ์ได้ไหม
ควรงดจนกว่าแผลจะหายสนิท เพราะช่วงที่มีแผลแพร่เชื้อได้ง่ายที่สุด
ตั้งครรภ์และเคยเป็นเริม ต้องทำอย่างไร
แจ้งแพทย์ผู้ดูแลครรภ์ เพื่อวางแผนป้องกันการติดเชื้อสู่ทารกในช่วงคลอด
ยาต้านไวรัสควบคุมอาการเริมได้ แม้ไม่ได้กำจัดเชื้อที่แฝงอยู่ ควรเลือกการรักษาตามความถี่ของการกำเริบและความต้องการของแต่ละคน[1] ข้อมูลที่ถูกต้องช่วยให้ใช้ชีวิตและมีความสัมพันธ์ได้อย่างมั่นใจ
ปรึกษาแพทย์เรื่องนี้
ดูแลแบบส่วนตัว เป็นความลับ ที่สุราษฎร์ธานี · อังคาร–ศุกร์ 17:00–20:00 · เสาร์–อาทิตย์ 10:00–15:00
นัดหมายออนไลน์ แชท LINE @dr.krisclinicการนัดหมายสมบูรณ์เมื่อได้รับการยืนยันจากระบบหรือคลินิก
เอกสารอ้างอิง
- CDC STI Guidelines: Genital Herpes
- CDC STI Treatment Guidelines (2021; current online guidance)
- CDC STI Guidelines: Screening Recommendations
- WHO: Herpes simplex virus; global 2020 estimates
อ่านต่อ
คู่มือหลัก: HIV & STI Prevention
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช่การรับรองผลการรักษา การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ ข้อมูลอ้างอิงเป็นไปตามแหล่งที่ระบุ ณ วันที่อัปเดต





