PEP คือการรักษา 28 วัน
ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ HIV (PEP) เป็นยาต้านไวรัสที่ใช้ร่วมกันหลายตัว กินต่อเนื่อง 28 วันหลังมีความเสี่ยงที่สำคัญ ต้องเริ่มอย่างเร่งด่วนและมีการติดตามผล ไม่ใช่การกินยาเม็ดเดียวครั้งเดียวแล้วจบ[1]
หลายคนให้ความสำคัญกับการเริ่มยาให้ทันเวลา ซึ่งถูกต้อง แต่การกินยาให้ครบและการตรวจติดตามหลังจากนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน
ทำไมการกินให้ครบจึงสำคัญ
PEP ได้ผลดีที่สุดเมื่อกินต่อเนื่องครบ 28 วันตามที่แพทย์สั่ง การลืมกินบ่อยหรือหยุดก่อนกำหนดอาจลดประสิทธิภาพในการป้องกัน[1] การตรวจติดตามหลังครบยาก็จำเป็น เพื่อยืนยันว่าไม่ได้ติดเชื้อ และเพื่อวางแผนการป้องกันในอนาคต
ความเสี่ยงขึ้นกับเหตุการณ์
ความเสี่ยงในการติดเชื้อจากเหตุการณ์หนึ่งครั้งขึ้นกับรูปแบบการสัมผัส วิธีป้องกันอื่น และปริมาณไวรัสของคู่[1] การที่แพทย์แนะนำ PEP ไม่ได้แปลว่าติดเชื้อแน่นอน แต่หมายความว่าความเสี่ยงสูงพอที่ควรป้องกันอย่างเต็มที่
ยาทำงานอย่างไร
PEP ใช้ยาต้านไวรัสหลายตัวร่วมกัน เพื่อยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสในช่วงที่การติดเชื้อยังไม่ตั้งตัว ยาต้องอยู่ในร่างกายในระดับที่เพียงพอตลอดช่วงการรักษา จึงต้องกินทุกวันในเวลาใกล้เคียงกันจนครบ[1],[2]
สูตรยาที่แนวทาง CDC ปี 2025 แนะนำในปัจจุบันเป็นยาที่ทนได้ดีกว่าสูตรในอดีตมาก ผู้ใช้ส่วนใหญ่มีผลข้างเคียงน้อยหรือไม่มีเลย[1]
ตรวจอะไรก่อนเริ่มยา
แพทย์จะตรวจตั้งต้นตามความเหมาะสม ได้แก่ ตรวจ HIV ตรวจการทำงานของไตและตับ ตรวจไวรัสตับอักเสบบีและซี และตรวจการตั้งครรภ์ในผู้ที่อาจตั้งครรภ์ได้ รวมถึงตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นตามความเสี่ยง[1],[2]
ข้อสำคัญคือ ไม่ควรรอผลการตรวจทุกอย่างก่อนเริ่มยา ถ้ามีข้อบ่งชี้ แพทย์จะให้เริ่มยาทันที แล้วปรับแผนเมื่อได้ผลตรวจ[1]
ระหว่างกินยาและหลังครบยา
ติดตามช่วงแรก แพทย์มักนัดหรือติดต่อในช่วงแรกของการกินยา เพื่อดูว่ากินยาได้สม่ำเสมอหรือไม่และมีผลข้างเคียงอย่างไร[1] ผลข้างเคียงที่อาจพบ เช่น คลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดศีรษะ หรืออ่อนเพลีย มักไม่รุนแรงและดีขึ้นเอง
ถ้าลืมกินยา ให้กินทันทีที่นึกได้ หากใกล้เวลามื้อถัดไปมากแล้ว ให้ข้ามมื้อที่ลืมและกินมื้อถัดไปตามปกติ ไม่ต้องกินเพิ่มเป็นสองเท่า และแจ้งแพทย์หากลืมบ่อย
ตรวจ HIV ติดตาม แนวทาง CDC ปี 2025 แนะนำให้ตรวจ HIV ติดตามที่ 4–6 สัปดาห์และ 12 สัปดาห์หลังสัมผัสเชื้อ[1] เนื่องจากยาต้านไวรัสอาจมีผลต่อการตรวจพบเชื้อ ควรตรวจตามแผนที่แพทย์กำหนดเฉพาะสำหรับผู้ที่ใช้ PEP แทนการพึ่งชุดตรวจด้วยตนเองเพียงอย่างเดียว[1],[2]
หลังครบยา ถ้ายังมีความเสี่ยงต่อเนื่อง ควรคุยเรื่อง PrEP ซึ่งสามารถเริ่มต่อจาก PEP ได้ทันทีเมื่อผลตรวจ HIV เป็นลบ[1],[3]
ที่ Dr. Kris Clinic เราดูแลอย่างไร
เมื่อเริ่ม PEP ที่คลินิก เราจะอธิบายวิธีกินยา ผลข้างเคียงที่อาจพบ และสิ่งที่ควรทำเมื่อลืมกินยา พร้อมให้ช่องทาง LINE สำหรับถามได้ตลอดการกินยา เราจะนัดตรวจติดตามตามแนวทาง และอธิบายผลให้เข้าใจ
หลังครบยา เราช่วยประเมินว่า PrEP เหมาะกับคุณหรือไม่ และตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นตามความเสี่ยง ทุกขั้นตอนเป็นความลับและไม่ตัดสิน
คำถามที่พบบ่อย
กิน PEP แล้วมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม
ควรใช้ถุงยางอนามัยหรืองดมีเพศสัมพันธ์ตลอดช่วงกินยาและจนกว่าผลตรวจติดตามจะยืนยันว่าไม่ติดเชื้อ
คลื่นไส้มาก ควรหยุดยาไหม
อย่าหยุดเอง ให้ติดต่อแพทย์ แพทย์อาจแนะนำวิธีบรรเทาหรือเปลี่ยนยาที่เหมาะสม
ตรวจด้วยชุดตรวจเองได้ไหม
ใช้เป็นข้อมูลเสริมได้ แต่ควรตรวจตามแผนที่แพทย์กำหนด เพราะยาต้านไวรัสอาจมีผลต่อการตรวจพบเชื้อ
ครบ 28 วันแล้ว ต้องทำอะไรต่อ
ตรวจ HIV ตามนัดที่ 4–6 สัปดาห์และ 12 สัปดาห์หลังสัมผัส และคุยเรื่อง PrEP ถ้ายังมีความเสี่ยงต่อเนื่อง
PEP มักใช้เวลา 28 วัน และต้องมีแผนตรวจ HIV ติดตามหลังครบยา[1] การกินยาให้ครบ ติดต่อแพทย์เมื่อมีปัญหา และตรวจตามนัด ทำให้การป้องกันได้ผลดีที่สุด
ปรึกษาแพทย์เรื่องนี้
ดูแลแบบส่วนตัว เป็นความลับ ที่สุราษฎร์ธานี · อังคาร–ศุกร์ 17:00–20:00 · เสาร์–อาทิตย์ 10:00–15:00
นัดหมายออนไลน์ แชท LINE @dr.krisclinicการนัดหมายสมบูรณ์เมื่อได้รับการยืนยันจากระบบหรือคลินิก
เอกสารอ้างอิง
- CDC nPEP Recommendations 2025. MMWR 74(RR-1)
- CDC: Getting Tested for HIV; test window periods
- CDC HIV Nexus: Clinical Guidance for PrEP (current page)
อ่านต่อ
คู่มือหลัก: HIV & STI Prevention
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช่การรับรองผลการรักษา การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ ข้อมูลอ้างอิงเป็นไปตามแหล่งที่ระบุ ณ วันที่อัปเดต





