PrEP แบบฉีดคืออะไร
PrEP แบบฉีดเป็นยาต้านไวรัสออกฤทธิ์ยาวที่ฉีดเป็นรอบ แทนการกินยาทุกวัน ช่วยลดภาระสำหรับผู้ที่กินยาทุกวันได้ยาก แต่ยังต้องตรวจ HIV นัดฉีดตามกำหนด และมีแผนรองรับหากพลาดนัด[1]
ปัจจุบันมียาที่แนวทางของ CDC รองรับสองชนิด คือ cabotegravir และ lenacapavir ซึ่งมีรอบการฉีดและข้อกำหนดแตกต่างกัน[1],[2]
ทางเลือกใหม่สำหรับบางคน
การป้องกันแบบออกฤทธิ์ยาวช่วยลดปัญหาการลืมกินยา ความกังวลเรื่องคนรอบข้างเห็นยา และความไม่สะดวกในชีวิตประจำวัน[1] สำหรับหลายคน นี่คือความต่างระหว่างการป้องกันที่ทำได้จริงกับการป้องกันที่หลุดบ่อย
อย่างไรก็ตาม การฉีดต้องอาศัยการมาตามนัดอย่างสม่ำเสมอ ผู้ที่เดินทางบ่อยหรือมาคลินิกไม่ได้ตามนัด อาจไม่เหมาะกับยาฉีด
ความเสี่ยงขึ้นกับรูปแบบการสัมผัส
ความเสี่ยงในการติดเชื้อขึ้นกับรูปแบบการสัมผัส การใช้วิธีป้องกันอื่น และปริมาณไวรัสของคู่[4] PrEP ทุกรูปแบบมีเป้าหมายเดียวกัน คือป้องกัน HIV ในช่วงที่มีความเสี่ยงต่อเนื่อง
ยาสองชนิดทำงานต่างกัน
Cabotegravir ยับยั้งเอนไซม์อินทิเกรส (integrase) ซึ่งไวรัสใช้แทรกสารพันธุกรรมเข้าเซลล์[1]
Lenacapavir ยับยั้งโปรตีนเปลือกหุ้มของไวรัส (capsid) ซึ่งเป็นกลไกใหม่ที่ทำให้ฉีดห่างได้มาก[2]
ยาทั้งสองค่อย ๆ ลดระดับลงในร่างกายเป็นเวลานานหลังหยุดฉีด ช่วงนี้เรียกว่า “ช่วงหาง” (tail) ซึ่งถ้าไม่มีการป้องกันอื่น อาจมีระดับยาต่ำเกินกว่าจะป้องกันได้ แต่ยังสูงพอที่จะทำให้ไวรัสดื้อยาหากติดเชื้อ[1],[2]
ประเมินอะไรก่อนเริ่ม
ก่อนเริ่มยาฉีด ต้องตรวจให้แน่ใจว่าไม่ได้ติดเชื้อ HIV รวมถึงพิจารณาโอกาสการติดเชื้อระยะแรกที่การตรวจบางแบบอาจยังไม่พบ แพทย์จะทบทวนยาที่ใช้อยู่เพื่อดูปฏิกิริยาระหว่างยา และประเมินว่าคุณมาตามนัดได้สม่ำเสมอหรือไม่[1],[2]
รอบการฉีดและการติดตาม
Cabotegravir เริ่มด้วยการฉีดสองครั้งห่างกันหนึ่งเดือน จากนั้นฉีดทุกสองเดือน[1]
Lenacapavir หลังช่วงเริ่มต้นตามสูตร ฉีดทุกหกเดือน[2]
ยาทั้งสองต้องตรวจ HIV เป็นระยะตามแนวทาง และต้องมีแผนจัดการเมื่อพลาดนัดฉีดหรือเมื่อต้องการหยุดยา เพื่อครอบคลุมช่วงหางของยา[1],[2]
การเข้าถึงในประเทศไทย ความพร้อมของยาฉีดแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ในประเทศไทย กรมควบคุมโรคได้ประกาศเตรียมบริการนำร่อง PrEP แบบฉีด lenacapavir ในปี 2569[3] ก่อนวางแผนใช้ ควรสอบถามสถานบริการถึงความพร้อมจริงในพื้นที่ ระหว่างนี้ PrEP แบบกินยังเป็นทางเลือกที่ได้ผลดีมาก
ที่ Dr. Kris Clinic เราดูแลอย่างไร
เราให้ข้อมูลเรื่อง PrEP ทุกรูปแบบอย่างตรงไปตรงมา ช่วยประเมินว่ารูปแบบใดเหมาะกับชีวิตของคุณ และให้บริการ PrEP แบบกินพร้อมการตรวจติดตาม หากคุณสนใจยาฉีด เราช่วยตรวจสอบช่องทางการเข้าถึงที่มีอยู่จริง และวางแผนการเปลี่ยนจากยากินโดยไม่ให้มีช่วงที่ไม่ได้รับการป้องกัน
คำถามที่พบบ่อย
PrEP แบบฉีดได้ผลดีกว่าแบบกินไหม
ทั้งสองแบบได้ผลดีมากเมื่อใช้ถูกต้อง ข้อดีหลักของยาฉีดคือไม่ต้องกินทุกวัน ซึ่งช่วยคนที่ลืมกินยาบ่อย
พลาดนัดฉีดทำอย่างไร
ติดต่อแพทย์โดยเร็ว แพทย์จะแนะนำว่าต้องเริ่มใหม่หรือใช้ยากินชั่วคราว เพื่อไม่ให้มีช่วงที่ไม่ได้รับการป้องกัน
ในไทยฉีดได้หรือยัง
กรมควบคุมโรคประกาศเตรียมบริการนำร่อง lenacapavir ในปี 2569 ควรสอบถามความพร้อมในพื้นที่กับสถานบริการ
หยุดยาฉีดได้ไหม
ได้ แต่ต้องวางแผนกับแพทย์ เพราะยายังค้างในร่างกายนาน ควรใช้การป้องกันอื่นต่อในช่วงที่ยังมีความเสี่ยง
PrEP แบบฉีดช่วยลดภาระการกินยาทุกวัน แต่ยังต้องตรวจ HIV และนัดติดตามสม่ำเสมอ[1] ควรตรวจสอบความพร้อมของบริการในพื้นที่ก่อนวางแผน และไม่ปล่อยให้มีช่องว่างของการป้องกันเมื่อเปลี่ยนรูปแบบยา
ปรึกษาแพทย์เรื่องนี้
ดูแลแบบส่วนตัว เป็นความลับ ที่สุราษฎร์ธานี · อังคาร–ศุกร์ 17:00–20:00 · เสาร์–อาทิตย์ 10:00–15:00
นัดหมายออนไลน์ แชท LINE @dr.krisclinicการนัดหมายสมบูรณ์เมื่อได้รับการยืนยันจากระบบหรือคลินิก
เอกสารอ้างอิง
- CDC HIV Nexus: Clinical Guidance for PrEP (current page)
- CDC: Injectable Lenacapavir PrEP Recommendations (2025)
- กรมควบคุมโรค: เตรียมบริการนำร่อง Lenacapavir PrEP (1 ก.ย. 2569)
- CDC nPEP Recommendations 2025. MMWR 74(RR-1)
อ่านต่อ
คู่มือหลัก: HIV & STI Prevention
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช่การรับรองผลการรักษา การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ ข้อมูลอ้างอิงเป็นไปตามแหล่งที่ระบุ ณ วันที่อัปเดต





