ข้ามไปยังเนื้อหา
Dr. Kris Clinic K+ logoDr. Kris ClinicSurat Thani
หน้าแรก › บทความ › HIV, PrEP และ PEP
HIV, PrEP และ PEP

PrEP แบบกินทุกวันกับแบบ 2-1-1: ใครใช้แบบไหนได้

PrEP แบบกินทุกวันใช้ได้กับคนส่วนใหญ่ ส่วนแบบ 2-1-1 หรือ on-demand เหมาะกับบางกลุ่มเท่านั้น บทความนี้อธิบายวิธีกินที่ถูกต้อง ใครใช้แบบ 2-1-1 ได้และไม่ได้ และข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ เขียนโดย นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ · แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว (วุฒิบัตร) อ่าน ~7 นาที
ภาพประกอบ: PrEP แบบกินทุกวันกับแบบ 2-1-1: ใครใช้แบบไหนได้
ภาพประกอบสร้างด้วย AI บุคคลและสถานที่เป็นภาพสมมติ

PrEP มีหลายวิธีกิน

PrEP แบบกินที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดคือยา tenofovir disoproxil fumarate ร่วมกับ emtricitabine (TDF/FTC) ซึ่งกินได้สองแบบหลัก[1],[2]

PrEP แบบกินทุกวันใช้ได้กับคนในวงกว้างกว่า ส่วนแบบ 2-1-1 เหมาะกับบางคน ไม่ใช่ทุกคน ทุกรูปแบบการสัมผัส หรือทุกชนิดยา[1]

ทำไมต้องเลือกให้ถูก

การเลือกวิธีกินที่เหมาะกับรูปแบบความเสี่ยงและชีวิตประจำวัน ช่วยลดช่องว่างของการป้องกัน[1] ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ไม่บ่อยและวางแผนได้ล่วงหน้า อาจสะดวกกับแบบ 2-1-1 มากกว่า ขณะที่ผู้ที่มีความเสี่ยงสม่ำเสมอหรือคาดเดาไม่ได้ มักเหมาะกับแบบกินทุกวัน

การเลือกผิด เช่น ใช้ 2-1-1 ในกรณีที่ไม่มีหลักฐานรองรับ อาจทำให้ป้องกันไม่ได้อย่างที่คิด

ความเสี่ยงขึ้นกับรูปแบบการสัมผัส

ความเสี่ยงในการติดเชื้อขึ้นกับรูปแบบการสัมผัส การใช้วิธีป้องกันอื่น และปริมาณไวรัสของคู่[3] หลักฐานที่สนับสนุนสูตร 2-1-1 มาจากการศึกษาในผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย ซึ่งเป็นเหตุผลที่สูตรนี้ใช้ได้เฉพาะกลุ่ม[2]

ทำไม 2-1-1 ใช้ได้เฉพาะบางกลุ่ม

ยา TDF/FTC ต้องมีระดับเพียงพอในเนื้อเยื่อที่สัมผัสเชื้อในช่วงก่อนและหลังมีเพศสัมพันธ์ ยาสะสมในเนื้อเยื่อทวารหนักได้เร็ว จึงป้องกันได้ด้วยสูตร 2-1-1 ตามที่มีหลักฐานในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย แต่ยาสะสมในเนื้อเยื่อช่องคลอดช้ากว่า สูตรนี้จึงไม่เหมาะกับการสัมผัสทางช่องคลอด[1],[2]

นอกจากนี้ ยาสูตร TAF/FTC และยาฉีดออกฤทธิ์ยาว มีลักษณะการสะสมต่างกัน และไม่มีหลักฐานรองรับการใช้แบบ 2-1-1[1]

ก่อนเริ่ม PrEP ต้องตรวจอะไร

ไม่ว่าจะกินแบบใด ต้องยืนยันว่ายังไม่ติดเชื้อ HIV ก่อนเริ่ม ตรวจการทำงานของไต และตรวจไวรัสตับอักเสบบี[1],[2] การตรวจไวรัสตับอักเสบบีสำคัญมาก เพราะยา PrEP มีฤทธิ์ต่อไวรัสตับอักเสบบีด้วย ผู้ที่เป็นตับอักเสบบีเรื้อรังไม่ควรใช้แบบ 2-1-1 เพราะการกินแล้วหยุดเป็นช่วง ๆ อาจทำให้ตับอักเสบกำเริบ[2]

แบบ 2-1-1 พิจารณาเฉพาะผู้ใหญ่ที่เป็นชายมีเพศสัมพันธ์กับชายและมีคุณสมบัติเหมาะสม ไม่ใช้กับการสัมผัสทางช่องคลอด[1],[2]

เรื่องเร่งด่วน เช่น สัมผัสความเสี่ยง HIV ภายใน 72 ชั่วโมงทัก LINE ทันที หากคลินิกปิดให้ไปโรงพยาบาลที่ให้บริการ PEP อย่ารอ
แชท LINE

วิธีกินที่ถูกต้อง

แบบกินทุกวัน กิน TDF/FTC วันละหนึ่งเม็ดในเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน เหมาะกับหลายบริบทของการสัมผัส[1]

แบบ 2-1-1 สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติ[1],[2]

ถ้ายังมีเพศสัมพันธ์ต่อเนื่องในวันถัดไป ให้กินวันละหนึ่งเม็ดต่อไปจนครบ 48 ชั่วโมงหลังเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย ตามแผนที่ตกลงกับแพทย์[1],[2]

ทั้งสองแบบต้องตรวจ HIV และติดตามผลทุกประมาณสามเดือน และไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น[1]

ที่ Dr. Kris Clinic เราดูแลอย่างไร

เราช่วยประเมินว่าวิธีกินแบบใดเหมาะกับคุณ โดยดูจากรูปแบบความเสี่ยง ความถี่ และชีวิตประจำวัน ตรวจเลือดก่อนเริ่มทั้ง HIV ไต และไวรัสตับอักเสบบี และอธิบายวิธีกินพร้อมตัวอย่างให้เข้าใจชัดเจน

เรานัดติดตามผลทุกประมาณสามเดือน ตรวจ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น และปรับวิธีกินได้เมื่อชีวิตเปลี่ยนไป ทุกขั้นตอนเป็นความลับและไม่ตัดสิน

คำถามที่พบบ่อย

ผู้หญิงใช้ 2-1-1 ได้ไหม

ไม่แนะนำสำหรับการสัมผัสทางช่องคลอด เพราะยาสะสมในเนื้อเยื่อช่องคลอดช้ากว่า ควรใช้แบบกินทุกวัน

ลืมกินมื้อก่อนมีเพศสัมพันธ์ ทำอย่างไร

สูตร 2-1-1 ป้องกันย้อนหลังไม่ได้ ถ้ามีความเสี่ยงไปแล้วโดยไม่ได้กินยาตามสูตร ให้ปรึกษาแพทย์เรื่อง PEP ภายใน 72 ชั่วโมง

กินแบบทุกวัน ต้องกินกี่วันถึงจะป้องกันได้

ระยะเวลาขึ้นกับรูปแบบการสัมผัส แพทย์จะแนะนำตามความเสี่ยงของคุณ โดยทั่วไปการสัมผัสทางช่องคลอดต้องใช้เวลาสะสมยานานกว่า

เป็นไวรัสตับอักเสบบี ใช้ PrEP ได้ไหม

ใช้แบบกินทุกวันได้ภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่ไม่ควรใช้แบบ 2-1-1 และไม่ควรหยุดยาเอง

สรุป

เลือกวิธีกิน PrEP ตามคุณสมบัติและรูปแบบความเสี่ยง ไม่มีสูตรเดียวที่เหมาะกับทุกการสัมผัส[1] แบบกินทุกวันใช้ได้กว้างกว่า ส่วนแบบ 2-1-1 ใช้ได้เฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติและใช้ยา TDF/FTC

ข้อควรระวัง: สูตร 2-1-1 ใช้ได้กับยา TDF/FTC เท่านั้น ไม่ใช้กับ TAF/FTC หรือยาฉีด และไม่สามารถป้องกันย้อนหลังได้ หากมีความเสี่ยงไปแล้วโดยไม่ได้กินยาตามสูตร ให้ประเมินเรื่อง PEP[1],[2]

ปรึกษาแพทย์เรื่องนี้

ดูแลแบบส่วนตัว เป็นความลับ ที่สุราษฎร์ธานี · อังคาร–ศุกร์ 17:00–20:00 · เสาร์–อาทิตย์ 10:00–15:00

นัดหมายออนไลน์ แชท LINE @dr.krisclinic

การนัดหมายสมบูรณ์เมื่อได้รับการยืนยันจากระบบหรือคลินิก

นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ

นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ (หมอคริส)

แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ผ่านการอบรมด้านเพศวิทยาคลินิกและเวชศาสตร์ทางเพศ ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี และดูแลผู้รับบริการด้านสุขภาพทางเพศ ฮอร์โมน และความหลากหลายทางเพศที่ Dr. Kris Clinic ประวัติและคุณวุฒิ

เอกสารอ้างอิง

  1. CDC HIV Nexus: Clinical Guidance for PrEP (current page)
  2. WHO: What’s the 2+1+1? Event-driven oral PrEP (2019)
  3. CDC nPEP Recommendations 2025. MMWR 74(RR-1)

อ่านต่อ

คู่มือหลัก: HIV & STI Prevention

บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช่การรับรองผลการรักษา การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ ข้อมูลอ้างอิงเป็นไปตามแหล่งที่ระบุ ณ วันที่อัปเดต

นัดหมายออนไลน์แชท LINE