HPV คืออะไร
HPV (human papillomavirus) เป็นกลุ่มไวรัสที่มีมากกว่าร้อยสายพันธุ์ และติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังและเยื่อบุระหว่างมีเพศสัมพันธ์ เป็นหนึ่งในการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยที่สุด[1]
HPV แบ่งคร่าว ๆ ได้เป็นสองกลุ่ม คือสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ และสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงที่ทำให้เซลล์เปลี่ยนแปลงจนอาจเป็นมะเร็ง เช่น มะเร็งปากมดลูก ทวารหนัก องคชาต และลำคอ[1],[2]
ทำไมวัคซีนจึงสำคัญ
วัคซีน HPV ป้องกันการติดเชื้อใหม่จากสายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุม ทั้งสายพันธุ์ที่ก่อมะเร็งและสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูด[1] จึงเป็นการป้องกันมะเร็งที่ได้ผลดีอย่างหนึ่ง และไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะผู้หญิง ผู้ชายก็ได้รับประโยชน์ทั้งการป้องกันหูดและมะเร็งที่เกี่ยวกับ HPV
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ วัคซีนไม่ได้รักษาเชื้อหรือหูดที่มีอยู่แล้ว[1]
พบบ่อยแค่ไหน
HPV พบบ่อยมาก คนที่มีเพศสัมพันธ์ส่วนใหญ่จะติดเชื้อ HPV ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต แต่การติดเชื้อส่วนใหญ่หายไปเองโดยภูมิคุ้มกันภายในหนึ่งถึงสองปี และไม่ได้กลายเป็นมะเร็ง[1] ความถี่ของการติดเชื้อ หูด และมะเร็ง แตกต่างกันตามตำแหน่งของร่างกายและกลุ่มประชากร
HPV ก่อโรคอย่างไร
หูดหงอนไก่ส่วนใหญ่ประมาณ 90% เกิดจาก HPV สายพันธุ์ 6 และ 11 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำ ไม่ได้ทำให้เกิดมะเร็ง[2] ส่วนสายพันธุ์ความเสี่ยงสูง เช่น 16 และ 18 หากติดเชื้ออยู่นาน อาจทำให้เซลล์เปลี่ยนแปลงเป็นระยะก่อนมะเร็ง และกลายเป็นมะเร็งในเวลาหลายปี[1],[2]
เพราะเหตุนี้ การเป็นหูดหงอนไก่จึงไม่ได้แปลว่าจะเป็นมะเร็ง แต่ผู้ที่มีหูดก็อาจติดเชื้อสายพันธุ์อื่นร่วมด้วยได้
วินิจฉัยอย่างไร
หูดหงอนไก่มักวินิจฉัยได้จากการตรวจร่างกาย ลักษณะเป็นตุ่มนูนสีเนื้อหรือสีชมพู ผิวขรุขระ บริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือขาหนีบ[2] รอยโรคที่มีลักษณะไม่ปกติ เช่น แข็ง มีเลือดออก เป็นแผล หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา อาจต้องตัดชิ้นเนื้อตรวจ
การคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นเรื่องแยกต่างหาก และมีแนวทางของตัวเอง ไม่ได้ตรวจด้วยการดูหูด[2]
การรักษาหูดและการฉีดวัคซีน
การรักษาหูด มีหลายวิธี เช่น ยาทาที่ผู้ป่วยใช้เองที่บ้าน การจี้ด้วยความเย็น หรือการผ่าตัดเอาออก เลือกตามขนาด จำนวน ตำแหน่ง และความต้องการของผู้ป่วย[2] หูดอาจกลับมาเป็นซ้ำได้ และการไม่รักษาก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่ง เพราะบางรายหายเอง
ตารางวัคซีน จำนวนเข็มขึ้นกับอายุที่เริ่มฉีดและภาวะภูมิคุ้มกัน ผู้ที่เริ่มฉีดก่อนอายุ 15 ปีโดยทั่วไปใช้สองเข็ม ส่วนผู้ที่เริ่มฉีดตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไปหรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่องใช้สามเข็ม[1]
ใครควรฉีด CDC แนะนำให้ฉีดตามปกติในวัยรุ่น ฉีดตามหลังได้จนถึงอายุ 26 ปี และในผู้ใหญ่อายุ 27–45 ปีบางรายให้ตัดสินใจร่วมกับแพทย์ ข้อบ่งใช้และการเข้าถึงวัคซีนในแต่ละประเทศอาจต่างกัน[1]
หลังฉีดวัคซีน ผู้ที่มีปากมดลูกยังต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามที่แนะนำ เพราะวัคซีนไม่ได้ครอบคลุมทุกสายพันธุ์[1],[2]
ที่ Dr. Kris Clinic เราดูแลอย่างไร
เราตรวจรอยโรคที่อวัยวะเพศอย่างเป็นส่วนตัว ยืนยันว่าเป็นหูดหรือไม่ และเลือกวิธีรักษาที่เหมาะกับคุณ หากรอยโรคมีลักษณะไม่ปกติ เราช่วยส่งตรวจเพิ่มเติม
เรามีบริการวัคซีน HPV สำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย พร้อมประเมินว่าคุณเหมาะกับการฉีดกี่เข็ม สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งทวารหนัก เช่น ผู้มีเชื้อ HIV บางกลุ่ม เราให้คำแนะนำเรื่องการคัดกรองด้วย
คำถามที่พบบ่อย
เป็นหูดหงอนไก่ แปลว่าจะเป็นมะเร็งไหม
ไม่ใช่ หูดส่วนใหญ่เกิดจากสายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำ แต่อาจติดสายพันธุ์อื่นร่วมได้ จึงควรตรวจคัดกรองตามที่แนะนำ
เป็นหูดอยู่แล้ว ฉีดวัคซีนได้ไหม
ฉีดได้ วัคซีนไม่ได้รักษาหูดที่มีอยู่ แต่ช่วยป้องกันสายพันธุ์อื่นที่ยังไม่ได้ติด
ผู้ชายควรฉีดวัคซีน HPV ไหม
ควรพิจารณา วัคซีนช่วยป้องกันหูดและมะเร็งที่เกี่ยวกับ HPV ในผู้ชายด้วย
อายุเกิน 26 ปีแล้ว ฉีดได้ไหม
ผู้ใหญ่อายุ 27–45 ปีบางรายอาจได้ประโยชน์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตัดสินใจร่วมกัน
ฉีดวัคซีน HPV เมื่อเหมาะสม และตรวจคัดกรองตามอวัยวะที่แนะนำต่อไป[1] หูดหงอนไก่รักษาได้หลายวิธี และรอยโรคที่ผิดปกติควรได้รับการตรวจ
ปรึกษาแพทย์เรื่องนี้
ดูแลแบบส่วนตัว เป็นความลับ ที่สุราษฎร์ธานี · อังคาร–ศุกร์ 17:00–20:00 · เสาร์–อาทิตย์ 10:00–15:00
นัดหมายออนไลน์ แชท LINE @dr.krisclinicการนัดหมายสมบูรณ์เมื่อได้รับการยืนยันจากระบบหรือคลินิก
เอกสารอ้างอิง
- CDC: HPV Vaccine Recommendations
- CDC STI Guidelines: Anogenital Warts
- NYSDOH AI: Screening for Anal Dysplasia and Cancer in Adults With HIV (online guideline)
อ่านต่อ
คู่มือหลัก: HIV & STI Prevention
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช่การรับรองผลการรักษา การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ ข้อมูลอ้างอิงเป็นไปตามแหล่งที่ระบุ ณ วันที่อัปเดต





