การคัดกรองมะเร็งทวารหนักคืออะไร
การคัดกรองมะเร็งทวารหนักมีเป้าหมายเพื่อหาการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในระยะก่อนเป็นมะเร็งในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อรักษาก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็ง ไม่ใช่การตรวจที่แนะนำสำหรับทุกคน[1]
แนวคิดคล้ายการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เพราะทั้งสองเกิดจากเชื้อ HPV สายพันธุ์ความเสี่ยงสูงเหมือนกัน
ทำไมการคัดกรองจึงมีประโยชน์ในกลุ่มเสี่ยง
การคัดกรองในกลุ่มที่เหมาะสม ช่วยพบระยะก่อนมะเร็งที่รักษาได้ แต่จะมีประโยชน์จริงก็ต่อเมื่อมีระบบตรวจวินิจฉัยต่อเมื่อผลผิดปกติ[1]
การศึกษาขนาดใหญ่ในผู้มีเชื้อ HIV พบว่าการรักษารอยโรคระยะก่อนมะเร็งชนิดรุนแรง (HSIL) ช่วยลดการเกิดมะเร็งทวารหนักได้ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่สนับสนุนการคัดกรองในกลุ่มนี้[1]
พบบ่อยแค่ไหน
มะเร็งทวารหนักพบไม่บ่อยในประชากรทั่วไป แต่พบบ่อยกว่ามากในบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้มีเชื้อ HIV และชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายที่มีเชื้อ HIV[1] ความแตกต่างนี้เป็นเหตุผลที่การคัดกรองทำตามความเสี่ยง ไม่ใช่ทุกคน
มะเร็งทวารหนักเกิดได้อย่างไร
มะเร็งทวารหนักส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ความเสี่ยงสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เซลล์เปลี่ยนแปลงเป็นระยะก่อนมะเร็งชนิดรุนแรง (HSIL) และค่อย ๆ กลายเป็นมะเร็งในเวลาหลายปี[1],[2]
ผู้มีเชื้อ HIV บางกลุ่มมีความเสี่ยงสูงกว่า เพราะภูมิคุ้มกันกำจัดเชื้อ HPV ได้น้อยกว่า การสูบบุหรี่ก็เพิ่มความเสี่ยงด้วย
ตรวจคัดกรองอย่างไร
ต้องแยกให้ออกระหว่างการตรวจเมื่อมีอาการ กับการตรวจคัดกรองในคนที่ไม่มีอาการ[1],[2]
- การตรวจคัดกรอง ได้แก่ การป้ายเซลล์จากทวารหนักตรวจ (anal cytology หรือ anal Pap) และ/หรือตรวจหาเชื้อ HPV สายพันธุ์ความเสี่ยงสูง ร่วมกับการตรวจคลำทวารหนัก
- เมื่อผลผิดปกติ ต้องตรวจต่อด้วยการส่องกล้องขยายทวารหนัก (high-resolution anoscopy หรือ HRA) และตัดชิ้นเนื้อจากบริเวณที่ผิดปกติ
- ผู้ที่มีอาการ เช่น เลือดออก หรือคลำได้ก้อน ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยทันที ไม่ใช่การตรวจคัดกรอง
ใครควรคัดกรอง และสิ่งที่ต้องมีควบคู่
แนวทางเฉพาะสำหรับผู้มีเชื้อ HIV เช่น ของ NYSDOH AI ใช้อายุและประวัติการสัมผัสเป็นเกณฑ์ ตัวอย่างเช่น ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและคนข้ามเพศที่มีเชื้อ HIV เริ่มคัดกรองที่อายุประมาณ 35 ปี และผู้มีเชื้อ HIV กลุ่มอื่นเริ่มที่อายุประมาณ 45 ปี[1] ผู้ที่ไม่มีเชื้อ HIV แต่มีความเสี่ยงอื่น ควรพูดคุยเป็นรายบุคคล
- การตรวจ anal Pap อย่างเดียวไม่พอ ถ้าไม่มีระบบตรวจต่อด้วย HRA เมื่อผลผิดปกติ
- วัคซีน HPV ช่วยป้องกันการติดเชื้อใหม่ในผู้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์อายุ
- การเลิกบุหรี่ ช่วยลดความเสี่ยง
ที่ Dr. Kris Clinic เราดูแลอย่างไร
เราประเมินว่าคุณอยู่ในกลุ่มที่ควรคัดกรองหรือไม่ จากอายุ สถานะ HIV และประวัติความเสี่ยง อธิบายข้อดีและข้อจำกัดอย่างตรงไปตรงมา และตรวจอย่างเป็นส่วนตัวและไม่ตัดสิน
หากผลผิดปกติ เราช่วยส่งต่อเพื่อตรวจ HRA และรักษากับผู้เชี่ยวชาญ และให้คำแนะนำเรื่องวัคซีน HPV และการเลิกบุหรี่ ผู้ที่มีอาการผิดปกติจะได้รับการตรวจวินิจฉัยทันที
คำถามที่พบบ่อย
ทุกคนควรตรวจ anal Pap ไหม
ไม่ใช่ การคัดกรองแนะนำในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้มีเชื้อ HIV บางกลุ่ม คนอื่นควรพูดคุยกับแพทย์เป็นรายบุคคล
ตรวจ anal Pap เจ็บไหม
โดยทั่วไปใช้ไม้พันสำลีป้ายเซลล์ ใช้เวลาไม่นาน อาจรู้สึกไม่สบายเล็กน้อยแต่ไม่ควรเจ็บมาก
ผลผิดปกติ แปลว่าเป็นมะเร็งใช่ไหม
ไม่ใช่ ผลผิดปกติส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ ต้องตรวจต่อด้วย HRA และชิ้นเนื้อเพื่อยืนยัน
มีเลือดออกทางทวารหนัก ควรรอตรวจคัดกรองไหม
ไม่ควรรอ อาการผิดปกติต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยทันที ไม่ว่าอายุเท่าไร
การตรวจ anal Pap ไม่ใช่การคัดกรองสำหรับทุกคน และต้องมีระบบตรวจต่อเมื่อผลผิดปกติ[1] กลุ่มเสี่ยงควรปรึกษาแพทย์ และผู้ที่มีอาการควรได้รับการตรวจทันที
ปรึกษาแพทย์เรื่องนี้
ดูแลแบบส่วนตัว เป็นความลับ ที่สุราษฎร์ธานี · อังคาร–ศุกร์ 17:00–20:00 · เสาร์–อาทิตย์ 10:00–15:00
นัดหมายออนไลน์ แชท LINE @dr.krisclinicการนัดหมายสมบูรณ์เมื่อได้รับการยืนยันจากระบบหรือคลินิก
เอกสารอ้างอิง
- NYSDOH AI: Screening for Anal Dysplasia and Cancer in Adults With HIV (online guideline)
- CDC: HPV Vaccine Recommendations
- CDC STI Guidelines: Screening Recommendations
อ่านต่อ
คู่มือหลัก: HIV & STI Prevention
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช่การรับรองผลการรักษา การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ ข้อมูลอ้างอิงเป็นไปตามแหล่งที่ระบุ ณ วันที่อัปเดต





