ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำคืออะไร
ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสร้างที่อัณฑะภายใต้การควบคุมของสมอง มีบทบาทต่อความต้องการทางเพศ การแข็งตัว กล้ามเนื้อ กระดูก เม็ดเลือดแดง พลังงาน และอารมณ์ ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ (testosterone deficiency หรือ male hypogonadism) คือภาวะที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนไม่เพียงพอจนเกิดอาการ
แนวทางของสมาคมศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะยุโรป (EAU) ระบุชัดว่าการวินิจฉัยต้องมีทั้งอาการที่เข้ากัน และระดับฮอร์โมนในเลือดที่ต่ำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่วินิจฉัยจากอายุ ความเหนื่อย หรือผลเลือดเพียงครั้งเดียว[1]
ทำไมต้องวินิจฉัยให้ถูก
ทุกวันนี้มีการตรวจและการใช้ฮอร์โมนเพศชายเพิ่มขึ้นมาก ส่วนหนึ่งเพราะโฆษณาที่บอกว่าความเหนื่อยหรือพุงที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณฮอร์โมนต่ำ แต่อาการเหล่านี้พบได้บ่อยจากการนอนไม่พอ ความเครียด ภาวะซึมเศร้า และน้ำหนักเกิน การวินิจฉัยที่แม่นยำช่วยหลีกเลี่ยงการใช้ฮอร์โมนโดยไม่จำเป็น[1]
การใช้ฮอร์โมนในคนที่ไม่ได้ขาดจริงไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเสมอไป แต่มีผลเสียที่แน่นอน เช่น กดการสร้างอสุจิ ทำให้อัณฑะเล็กลง และเลือดข้น ในทางกลับกัน คนที่ขาดฮอร์โมนจริงก็ควรได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสม
พบบ่อยแค่ไหนเมื่อใช้เกณฑ์ที่ถูกต้อง
งานวิจัย European Male Ageing Study (EMAS) ตีพิมพ์ปี 2010 ศึกษาชายยุโรปอายุ 40–79 ปี และพบว่าเมื่อใช้เกณฑ์เข้มงวด คือมีอาการทางเพศอย่างน้อยสามอาการร่วมกับผลเลือดต่ำ ภาวะฮอร์โมนต่ำที่มีอาการพบเพียงประมาณ 2.1%[4] ตัวเลขนี้ต่ำกว่าสัดส่วนของคนที่มีผลเลือดต่ำเพียงอย่างเดียวมาก
ข้อมูลนี้สะท้อนว่า ผลเลือดต่ำไม่เท่ากับการขาดฮอร์โมนที่ต้องรักษา และฮอร์โมนไม่ได้ลดลงมากจนเป็นโรคในผู้ชายสูงอายุทุกคน
สาเหตุของฮอร์โมนต่ำ
สาเหตุแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่[1],[2]
- ปัญหาที่อัณฑะ (primary) เช่น อัณฑะได้รับบาดเจ็บ ติดเชื้อ ได้รับเคมีบำบัดหรือรังสี หรือความผิดปกติทางพันธุกรรม ผลเลือดจะพบฮอร์โมน LH และ FSH สูง เพราะสมองพยายามกระตุ้นอัณฑะที่ทำงานไม่ได้
- ปัญหาที่สมองหรือต่อมใต้สมอง (secondary) เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การใช้ยาโอปิออยด์หรือสเตียรอยด์ระยะยาว การเคยใช้สเตียรอยด์เพิ่มกล้าม เนื้องอกต่อมใต้สมอง หรือโปรแลกตินสูง ผลเลือดจะพบ LH ต่ำหรือปกติ
นอกจากนี้ การเจ็บป่วยเฉียบพลัน การอดอาหาร และการออกกำลังกายหนักมากเกินไป ก็ทำให้ฮอร์โมนลดลงชั่วคราวได้ จึงไม่ควรตรวจในช่วงที่ไม่สบาย
ตรวจอย่างไรให้ได้ผลที่เชื่อถือได้
ขั้นแรกคืออาการ อาการที่ค่อนข้างเฉพาะ ได้แก่ ความต้องการทางเพศลดลง การแข็งตัวตอนเช้าลดลง และอวัยวะเพศไม่แข็งตัว ส่วนอาการเช่น อ่อนเพลีย อารมณ์หดหู่ สมาธิลด และกล้ามเนื้อลด พบได้แต่ไม่เฉพาะ[1],[2]
ขั้นที่สองคือการตรวจเลือดที่ถูกเวลา ระดับฮอร์โมนสูงสุดในช่วงเช้าและลดลงหลังกินอาหาร จึงควรเจาะเลือดช่วงเช้าขณะอดอาหาร และถ้าผลต่ำต้องตรวจซ้ำอีกครั้งในวันอื่นเพื่อยืนยัน[1],[2] แนวทาง Endocrine Society ใช้ค่าล่างสุดของค่าปกติที่ปรับมาตรฐานแล้วที่ 264 ng/dL หรือประมาณ 9.2 nmol/L[2]
ขั้นที่สามคือการหาสาเหตุและอ่านผลอย่างรอบคอบ ผู้ที่มีโปรตีนจับฮอร์โมน (SHBG) ผิดปกติ เช่น ผู้ที่อ้วน เป็นเบาหวาน มีโรคตับ หรือสูงอายุ อาจต้องตรวจ SHBG และคำนวณฮอร์โมนอิสระ (free testosterone) ร่วมด้วย ส่วนการตรวจ LH และ FSH ช่วยบอกว่าปัญหาอยู่ที่อัณฑะหรือสมอง[1],[2]
หลังวินิจฉัย ควรทำอย่างไร
การอ่านผลต้องดูหน่วย ช่วงค่าปกติของแต่ละห้องแล็บ และอาการไปพร้อมกัน ค่าที่ต่ำกว่าเกณฑ์เล็กน้อยในคนที่ไม่มีอาการ ต่างจากค่าที่ต่ำชัดเจนร่วมกับอาการเด่น[1],[2]
ก่อนตัดสินใจรักษา ควรแก้ปัจจัยที่แก้ได้ก่อน เช่น ลดน้ำหนัก รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ทบทวนยาที่กดฮอร์โมน และควบคุมโรคเรื้อรัง ในหลายคน ระดับฮอร์โมนดีขึ้นเองเมื่อสุขภาพโดยรวมดีขึ้น[1]
ถ้ายืนยันแล้วว่าขาดฮอร์โมนจริงและมีอาการชัดเจน การรักษาด้วยฮอร์โมนทดแทน (TRT) เป็นทางเลือกหนึ่ง ซึ่งต้องคุยเรื่องการมีบุตร ความเสี่ยง และแผนติดตามผลอย่างละเอียดก่อนเริ่ม ผู้ที่ยังวางแผนมีบุตรต้องแจ้งแพทย์ เพราะมีทางเลือกอื่นที่ไม่กดการสร้างอสุจิ[1],[2]
ที่ Dr. Kris Clinic เราดูแลอย่างไร
เราเริ่มจากการฟังอาการทั้งหมด ไม่ใช่แค่ดูตัวเลข และตรวจหาปัจจัยอื่นที่อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยหรือความต้องการทางเพศลดลง เช่น การนอน ความเครียด หรือภาวะซึมเศร้า
ถ้าต้องตรวจฮอร์โมน เราจะนัดเจาะเลือดช่วงเช้าขณะอดอาหาร ยืนยันซ้ำเมื่อผลต่ำ และอธิบายผลพร้อมหน่วยให้เข้าใจ หลายคนที่เคยได้ยินว่า “ฮอร์โมนต่ำ” จากการตรวจครั้งเดียว พบว่าไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยฮอร์โมนเลย และหากจำเป็น เราวางแผนการรักษาและการติดตามอย่างปลอดภัยร่วมกับคุณ
คำถามที่พบบ่อย
อายุมากขึ้น ฮอร์โมนต้องต่ำเสมอไหม
ไม่ ฮอร์โมนลดลงเล็กน้อยตามอายุ แต่ผู้ชายสูงอายุส่วนใหญ่ไม่ได้มีภาวะฮอร์โมนต่ำที่ต้องรักษา โรคอ้วนและโรคเรื้อรังมีผลมากกว่าอายุ
เหนื่อยง่ายอย่างเดียว ควรตรวจฮอร์โมนไหม
ความเหนื่อยมีหลายสาเหตุ แพทย์จะพิจารณาร่วมกับอาการทางเพศและอาการอื่นก่อนตัดสินใจตรวจ
ตรวจตอนบ่ายได้ไหม
ไม่แนะนำ ระดับฮอร์โมนช่วงบ่ายต่ำกว่าช่วงเช้า อาจทำให้ได้ผลต่ำเทียม
ผลเลือดต่ำครั้งเดียว เริ่มฮอร์โมนได้เลยไหม
ไม่ควร ต้องยืนยันผลซ้ำในวันอื่นและประเมินอาการก่อนเสมอ
ผลเลือดต่ำครั้งเดียวหรือความเหนื่อยเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ยืนยันว่าขาดฮอร์โมน[1] การวินิจฉัยต้องอาศัยอาการที่เข้ากัน ผลเลือดช่วงเช้าที่ต่ำซ้ำ และการค้นหาสาเหตุ ก่อนตัดสินใจรักษาร่วมกับแพทย์
ปรึกษาแพทย์เรื่องนี้
ดูแลแบบส่วนตัว เป็นความลับ ที่สุราษฎร์ธานี · อังคาร–ศุกร์ 17:00–20:00 · เสาร์–อาทิตย์ 10:00–15:00
นัดหมายออนไลน์ แชท LINE @dr.krisclinicการนัดหมายสมบูรณ์เมื่อได้รับการยืนยันจากระบบหรือคลินิก
เอกสารอ้างอิง
- EAU Guidelines 2026: Male Hypogonadism
- Endocrine Society: Testosterone Therapy for Hypogonadism (2018)
- FDA: Testosterone Information; June 2026 labelling update
- Wu et al. EMAS. N Engl J Med. 2010;363:123–135. doi:10.1056/NEJMoa0911101
อ่านต่อ
คู่มือหลัก: สุขภาพเพศชาย
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช่การรับรองผลการรักษา การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ ข้อมูลอ้างอิงเป็นไปตามแหล่งที่ระบุ ณ วันที่อัปเดต





