ข้ามไปยังเนื้อหา
Dr. Kris Clinic K+ logoDr. Kris ClinicSurat Thani
หน้าแรก › บทความ › ฮอร์โมนเพศชายและ TRT
ฮอร์โมนเพศชายและ TRT

ฮอร์โมนเพศชายต่ำ: อาการและเกณฑ์วินิจฉัยที่ถูกต้อง

ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำต้องวินิจฉัยจากอาการที่เข้ากันร่วมกับผลเลือดช่วงเช้าที่ต่ำซ้ำ ไม่ใช่จากอายุ ความเหนื่อย หรือผลเลือดครั้งเดียว บทความนี้อธิบายอาการ การตรวจ การอ่านผล และเหตุผลที่การวินิจฉัยให้ถูกตั้งแต่แรกสำคัญมาก

นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ เขียนโดย นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ · แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว (วุฒิบัตร) อ่าน ~9 นาที
ภาพประกอบ: ฮอร์โมนเพศชายต่ำ: อาการและเกณฑ์วินิจฉัยที่ถูกต้อง
ภาพประกอบสร้างด้วย AI บุคคลและสถานที่เป็นภาพสมมติ

ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำคืออะไร

ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสร้างที่อัณฑะภายใต้การควบคุมของสมอง มีบทบาทต่อความต้องการทางเพศ การแข็งตัว กล้ามเนื้อ กระดูก เม็ดเลือดแดง พลังงาน และอารมณ์ ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ (testosterone deficiency หรือ male hypogonadism) คือภาวะที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนไม่เพียงพอจนเกิดอาการ

แนวทางของสมาคมศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะยุโรป (EAU) ระบุชัดว่าการวินิจฉัยต้องมีทั้งอาการที่เข้ากัน และระดับฮอร์โมนในเลือดที่ต่ำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่วินิจฉัยจากอายุ ความเหนื่อย หรือผลเลือดเพียงครั้งเดียว[1]

ทำไมต้องวินิจฉัยให้ถูก

ทุกวันนี้มีการตรวจและการใช้ฮอร์โมนเพศชายเพิ่มขึ้นมาก ส่วนหนึ่งเพราะโฆษณาที่บอกว่าความเหนื่อยหรือพุงที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณฮอร์โมนต่ำ แต่อาการเหล่านี้พบได้บ่อยจากการนอนไม่พอ ความเครียด ภาวะซึมเศร้า และน้ำหนักเกิน การวินิจฉัยที่แม่นยำช่วยหลีกเลี่ยงการใช้ฮอร์โมนโดยไม่จำเป็น[1]

การใช้ฮอร์โมนในคนที่ไม่ได้ขาดจริงไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเสมอไป แต่มีผลเสียที่แน่นอน เช่น กดการสร้างอสุจิ ทำให้อัณฑะเล็กลง และเลือดข้น ในทางกลับกัน คนที่ขาดฮอร์โมนจริงก็ควรได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสม

พบบ่อยแค่ไหนเมื่อใช้เกณฑ์ที่ถูกต้อง

งานวิจัย European Male Ageing Study (EMAS) ตีพิมพ์ปี 2010 ศึกษาชายยุโรปอายุ 40–79 ปี และพบว่าเมื่อใช้เกณฑ์เข้มงวด คือมีอาการทางเพศอย่างน้อยสามอาการร่วมกับผลเลือดต่ำ ภาวะฮอร์โมนต่ำที่มีอาการพบเพียงประมาณ 2.1%[4] ตัวเลขนี้ต่ำกว่าสัดส่วนของคนที่มีผลเลือดต่ำเพียงอย่างเดียวมาก

ข้อมูลนี้สะท้อนว่า ผลเลือดต่ำไม่เท่ากับการขาดฮอร์โมนที่ต้องรักษา และฮอร์โมนไม่ได้ลดลงมากจนเป็นโรคในผู้ชายสูงอายุทุกคน

สาเหตุของฮอร์โมนต่ำ

สาเหตุแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่[1],[2]

นอกจากนี้ การเจ็บป่วยเฉียบพลัน การอดอาหาร และการออกกำลังกายหนักมากเกินไป ก็ทำให้ฮอร์โมนลดลงชั่วคราวได้ จึงไม่ควรตรวจในช่วงที่ไม่สบาย

ตรวจอย่างไรให้ได้ผลที่เชื่อถือได้

ขั้นแรกคืออาการ อาการที่ค่อนข้างเฉพาะ ได้แก่ ความต้องการทางเพศลดลง การแข็งตัวตอนเช้าลดลง และอวัยวะเพศไม่แข็งตัว ส่วนอาการเช่น อ่อนเพลีย อารมณ์หดหู่ สมาธิลด และกล้ามเนื้อลด พบได้แต่ไม่เฉพาะ[1],[2]

ขั้นที่สองคือการตรวจเลือดที่ถูกเวลา ระดับฮอร์โมนสูงสุดในช่วงเช้าและลดลงหลังกินอาหาร จึงควรเจาะเลือดช่วงเช้าขณะอดอาหาร และถ้าผลต่ำต้องตรวจซ้ำอีกครั้งในวันอื่นเพื่อยืนยัน[1],[2] แนวทาง Endocrine Society ใช้ค่าล่างสุดของค่าปกติที่ปรับมาตรฐานแล้วที่ 264 ng/dL หรือประมาณ 9.2 nmol/L[2]

ขั้นที่สามคือการหาสาเหตุและอ่านผลอย่างรอบคอบ ผู้ที่มีโปรตีนจับฮอร์โมน (SHBG) ผิดปกติ เช่น ผู้ที่อ้วน เป็นเบาหวาน มีโรคตับ หรือสูงอายุ อาจต้องตรวจ SHBG และคำนวณฮอร์โมนอิสระ (free testosterone) ร่วมด้วย ส่วนการตรวจ LH และ FSH ช่วยบอกว่าปัญหาอยู่ที่อัณฑะหรือสมอง[1],[2]

อยากให้แพทย์ช่วยประเมินเรื่องนี้?ปรึกษาแบบส่วนตัว 1:1 ที่สุราษฎร์ธานี เป็นความลับ ไม่ตัดสิน
นัดปรึกษา

หลังวินิจฉัย ควรทำอย่างไร

การอ่านผลต้องดูหน่วย ช่วงค่าปกติของแต่ละห้องแล็บ และอาการไปพร้อมกัน ค่าที่ต่ำกว่าเกณฑ์เล็กน้อยในคนที่ไม่มีอาการ ต่างจากค่าที่ต่ำชัดเจนร่วมกับอาการเด่น[1],[2]

ก่อนตัดสินใจรักษา ควรแก้ปัจจัยที่แก้ได้ก่อน เช่น ลดน้ำหนัก รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ทบทวนยาที่กดฮอร์โมน และควบคุมโรคเรื้อรัง ในหลายคน ระดับฮอร์โมนดีขึ้นเองเมื่อสุขภาพโดยรวมดีขึ้น[1]

ถ้ายืนยันแล้วว่าขาดฮอร์โมนจริงและมีอาการชัดเจน การรักษาด้วยฮอร์โมนทดแทน (TRT) เป็นทางเลือกหนึ่ง ซึ่งต้องคุยเรื่องการมีบุตร ความเสี่ยง และแผนติดตามผลอย่างละเอียดก่อนเริ่ม ผู้ที่ยังวางแผนมีบุตรต้องแจ้งแพทย์ เพราะมีทางเลือกอื่นที่ไม่กดการสร้างอสุจิ[1],[2]

ที่ Dr. Kris Clinic เราดูแลอย่างไร

เราเริ่มจากการฟังอาการทั้งหมด ไม่ใช่แค่ดูตัวเลข และตรวจหาปัจจัยอื่นที่อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยหรือความต้องการทางเพศลดลง เช่น การนอน ความเครียด หรือภาวะซึมเศร้า

ถ้าต้องตรวจฮอร์โมน เราจะนัดเจาะเลือดช่วงเช้าขณะอดอาหาร ยืนยันซ้ำเมื่อผลต่ำ และอธิบายผลพร้อมหน่วยให้เข้าใจ หลายคนที่เคยได้ยินว่า “ฮอร์โมนต่ำ” จากการตรวจครั้งเดียว พบว่าไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยฮอร์โมนเลย และหากจำเป็น เราวางแผนการรักษาและการติดตามอย่างปลอดภัยร่วมกับคุณ

คำถามที่พบบ่อย

อายุมากขึ้น ฮอร์โมนต้องต่ำเสมอไหม

ไม่ ฮอร์โมนลดลงเล็กน้อยตามอายุ แต่ผู้ชายสูงอายุส่วนใหญ่ไม่ได้มีภาวะฮอร์โมนต่ำที่ต้องรักษา โรคอ้วนและโรคเรื้อรังมีผลมากกว่าอายุ

เหนื่อยง่ายอย่างเดียว ควรตรวจฮอร์โมนไหม

ความเหนื่อยมีหลายสาเหตุ แพทย์จะพิจารณาร่วมกับอาการทางเพศและอาการอื่นก่อนตัดสินใจตรวจ

ตรวจตอนบ่ายได้ไหม

ไม่แนะนำ ระดับฮอร์โมนช่วงบ่ายต่ำกว่าช่วงเช้า อาจทำให้ได้ผลต่ำเทียม

ผลเลือดต่ำครั้งเดียว เริ่มฮอร์โมนได้เลยไหม

ไม่ควร ต้องยืนยันผลซ้ำในวันอื่นและประเมินอาการก่อนเสมอ

สรุป

ผลเลือดต่ำครั้งเดียวหรือความเหนื่อยเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ยืนยันว่าขาดฮอร์โมน[1] การวินิจฉัยต้องอาศัยอาการที่เข้ากัน ผลเลือดช่วงเช้าที่ต่ำซ้ำ และการค้นหาสาเหตุ ก่อนตัดสินใจรักษาร่วมกับแพทย์

ข้อควรรู้: ผลเลือดจากต่างห้องแล็บอาจใช้หน่วยต่างกัน (ng/dL หรือ nmol/L) อย่าเปรียบเทียบตัวเลขตรง ๆ และไม่ควรตั้งเป้าให้ฮอร์โมนสูงที่สุดเท่าที่ทำได้

ปรึกษาแพทย์เรื่องนี้

ดูแลแบบส่วนตัว เป็นความลับ ที่สุราษฎร์ธานี · อังคาร–ศุกร์ 17:00–20:00 · เสาร์–อาทิตย์ 10:00–15:00

นัดหมายออนไลน์ แชท LINE @dr.krisclinic

การนัดหมายสมบูรณ์เมื่อได้รับการยืนยันจากระบบหรือคลินิก

นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ

นพ.กฤดา เอื้อกฤดาธิการ (หมอคริส)

แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ผ่านการอบรมด้านเพศวิทยาคลินิกและเวชศาสตร์ทางเพศ ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี และดูแลผู้รับบริการด้านสุขภาพทางเพศ ฮอร์โมน และความหลากหลายทางเพศที่ Dr. Kris Clinic ประวัติและคุณวุฒิ

เอกสารอ้างอิง

  1. EAU Guidelines 2026: Male Hypogonadism
  2. Endocrine Society: Testosterone Therapy for Hypogonadism (2018)
  3. FDA: Testosterone Information; June 2026 labelling update
  4. Wu et al. EMAS. N Engl J Med. 2010;363:123–135. doi:10.1056/NEJMoa0911101

อ่านต่อ

คู่มือหลัก: สุขภาพเพศชาย

บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช่การรับรองผลการรักษา การวินิจฉัยและการรักษาต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ ข้อมูลอ้างอิงเป็นไปตามแหล่งที่ระบุ ณ วันที่อัปเดต

นัดหมายออนไลน์แชท LINE